SOPON’S BLOG
“สุขมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น และสงบมากขึ้น” : เปิดประสบการณ์ ‘No Spend Year’ ของนักข่าวฟรีแลนซ์ที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยกับปี 2024 ที่ตัดค่าใช้จ่ายเหลือแค่ที่จำเป็น
November 28, 2024
ด้านมืดของ ‘บริโภคนิยม’ จากสารคดี ‘Buy Now! The Shopping Conspiracy’ มนุษย์โหมบริโภค โลกจึงกลายเป็นกองขยะ
November 27, 2024
อย่าให้สังคมกำหนดว่าเรา ‘ต้องมีอะไร’ ถึงจะมีความสุข
November 27, 2024
แม้ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายมีทุกวัน : 5 อย่างที่ต้องเตรียมพร้อมด้านการเงิน เมื่อตลาดแรงงานไม่มั่นคง
November 27, 2024
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่วางหินวันละก้อน
November 26, 2024
Facebook Twitter Youtube Instagram Medium Bootstrap
SOPON’S BLOG

Type and hit Enter to search

  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Tech
    • Business
    • Thoughts
    • Science
    • Startups
    • Lifehack
    • People
    • Travel
    • Inspiration
  • Podcast
  • About
  • Contact
  • Follow
    • Facebook
    • Twitter
    • Instagram
    • Blockdit
    • Telegram
BooksSelf-Improvement

ความรู้สึกด้านลบมีไว้ทำไม? : ทำไมต้องเศร้า เสียดาย เป็นทุกข์ รู้ทั้งรู้ว่ามันทำให้ความสุขของเราลดลง

sopons
October 19, 2022 One Min Read
386 Views
0 Comments

ในหนังสือ “The Power of Regret” (พลังแห่งความเสียดาย แปลไทยโดย สนพ. WeLearn) ของ Daniel H. Pink (ผู้เขียน “Drive” / “When” ซึ่งเป็นหนังสือที่ชอบมากส่วนตัวทั้งสองเล่มเลย) เล่ามุมมองตรงนี้ไว้อย่างน่าสนใจเลยอยากเอามาแชร์กันนิดหนึ่งครับ

เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้จะกล่าวถึง ‘ความเสียดาย’ ในชีวิตว่ามันมีประโยชน์ยังไง ซึ่งในความเข้าใจของเราแล้วความเสียดายเป็นอารมณ์ในหมวดหมู่เชิงลบไม่พึงประสงค์ที่ทำให้โลกขุ่นมัว ไม่ต่างจากพวกความรู้สึกโกรธ แค้น เศร้า ต่างๆนานา แต่ความรู้สึก ’เสียดาย’ เป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยกว่าคนอื่นเขา เพราะความสามารถของมนุษย์ในการจินตนาการถึงความจริงอื่นๆที่ไม่เกิดขึ้น

เช่น ถ้าวันนั้นฉัน… ถ้าตอนนั้นทำ… รู้แบบนี้คง…

พอเราเป็นแบบนี้ความรู้สึกเสียดายก็เข้ามาทำงานทันที

ทีนี้เขาก็เลยตั้งคำถามว่าแล้วความรู้สึกด้านลบมีไว้ทำไม โดยเฉพาะความเสียดาย?


เขาบอกว่ามีครับแล้วก็แบ่งออกเป็นสามข้อ

  1. ความรู้มีไว้เพื่อเพิกเฉย – มุมมองนี้จะมองว่าอารมณ์เป็นเพียงสิ่งน่ารำคาญ เป็นสิ่งที่ควรมองผ่านไป อย่าไปสนใจเดี๋ยวมันก็หายไปเอง การปัดเป่าอารมณ์หรือทิ้งไปเป็นเรื่องที่ฉลาดกว่า แต่การเก็บซ่อนอารมณ์ไว้ เป็นเพียงการถ่วงเวลาก่อนที่จะต้องเผชิญความยุ่งเหยิงที่เก็บไว้ข้างใน อารมณ์ไม่ถูกปิดกั้นจะนำไปสู่ปัญหาทางกายภาพเช่นโรคหัวใจปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ปวดหัวนอนไม่หลับและโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง
    เราพยายามจะคิดสวนทางกับความเป็นจริงว่า ‘อย่างน้อย…’ เพื่อปลอบใจตัวเองอยู่เสมอ ซึ่งในบางกรณีทำได้และจำเป็น แต่ทำไปนาน ๆ เข้าจะกลายเป็นเก็บกด ปลอบใจตัวเองแบบปลอม ๆ กลายเป็นความเชื่อฝังหัวว่าเราก็โอเคแล้ว ปิดกั้นการพัฒนาของตัวเองได้เช่นกัน
  2. ความรู้สึกมีไว้เพื่อรู้สึก – แนวคิดนี้ อารมณ์คือแก่นแท้ของการดำรงอยู่ของเรา มุมมองนี้บอกว่าจงเชื่อความรู้สึกของคุณเสมอ ซึ่งมีโอกาสทำให้คุณดำดิ่งลงไปสู่ก้นบึ้งของความคิดลบได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะความรู้สึกเสียดายจะทำให้คุณหมกมุ่น วนเวียนอยู่กับอดีตไม่ยอมไปไหน ไม่สามารถก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้ ความเสียดายจะทำให้คิดซ้ำ ๆ เดิม ๆ วนไปมา ก่อให้เกิดความเจ็บปวดที่ลุกลามไปยังเรื่องอื่น ๆ ในชีวิตได้
  3. ความรู้สึกมีไว้เพื่อคิด – มุมมองนี้เป็นสิ่งที่หนังสือแนะนำว่าควรเป็นเหตุผลของอารมณ์ด้านลบ มันเหมือนการรับมือกับความเครียด ที่ตอนนี้เรารู้แล้วว่ามันมีอยู่จริง ๆ และเป็นปัญหา แต่เราก็รู้ด้วยว่ามันมีทางรับมือกับอารมณ์เหล่านี้ได้เพื่อให้ตัวเองออกไปจากหลุมของความรู้สึกแย่ ๆ แบบนี้ ถ้าเราคิดว่าความเสียดายคือสิ่งที่อยู่กับเราไปตลอดชีวิตก็จะบั่นทอน แต่ถ้าเรามองว่าความเสียดายคือสิ่งที่ผลักดันเราไปข้างหน้าได้ก็จะพาเราไปอีกทิศทางหนึ่ง

    ตัวอย่างเช่นว่าคุณลืมวันเกิดของแฟน เราเสียดายที่ทำเรื่องผิดพลาดแบบนั้น แต่ถ้าเราเอาแต่โทษตัวเองว่างี่เง่าและไม่ใส่ใจทุกอย่างก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร แต่ถ้าเราเสียดายที่ทำแบบนั้นแล้วคิดหาวิธีป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก เราก็จะหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคตแบบเดิม ๆ ได้

    เขาเลยบอกว่าอารมณ์ด้านลบต่าง ๆ (โดยเฉพาะความเสียดาย) มีไว้เพื่อให้เราได้คิด คิดแล้วจึงลงมือทำเพื่อแก้ไข ไม่ใช่เพื่อแค่ให้ได้รู้สึกหรือเมินเฉยเพียงเท่านั้น

    เป็นหนังสือที่อ่านสนุกดีครับโดยเฉพาะสำหรับคนที่คิดว่าตัวเองไม่เคยเสียดายอะไรเลยในชีวิต​ (อย่างผมเป็นต้น) เพราะรู้สึกว่ามนุษย์ต้องมองไปข้างหน้าสิ อย่าไปมัวแต่จมจ่ออยู่กับอดีต แต่เขาก็แย้งว่าการคิดถึงอดีตไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งที่ผิดคือการไม่เอาอดีตมาทำให้ปัจจุบันและอนาคตดีขึ้นต่างหาก จุดนี้ก็ได้กลับมาคิดทบทวนว่า ‘เออ…เสียดายก็ไม่ได้ผิดอะไรนี้หว่า’

    ช่วงหลัง ๆ ของหนังสือก็จะแบ่งความเสียดายออกเป็นประเภทต่าง ๆ ด้วย เดี๋ยวถ้ายังไงสนใจเอามาเล่าให้ฟังกันต่อครับ

Tags:

Daniel H. Pinkthe power of regretwelearnชีวิตทำไมต้องเสียดายทำไมเราถึงรู้สึกเสียดายบทความสำหรับคนทำงานบทความหนุนใจพัฒนาตัวเองโสภณชวนอ่าน

Share Article

Follow Me Written By

sopons

Writer / Columnist (Salmon Books, 101.world, The Matter, Beartai, The People, a day Bulletin, CapitalRead, GQ, Billion Brands)

Other Articles

Previous

ทั้งที่ ‘ดีแล้ว’ แต่ยังไม่ ‘ดีพอ’ : ทำไมถึงมีความรู้สึกข้างในตัวเอง ที่รู้สึกว่ายังไม่ได้เรื่อง

Next

40 บทเรียนที่ชีวิตสอนในวัย 40 : บางอย่างก็น่าจะรู้อย่างนี้ ตั้งแต่อายุ 20

Next
October 21, 2022

40 บทเรียนที่ชีวิตสอนในวัย 40 : บางอย่างก็น่าจะรู้อย่างนี้ ตั้งแต่อายุ 20

Previews
October 18, 2022

ทั้งที่ ‘ดีแล้ว’ แต่ยังไม่ ‘ดีพอ’ : ทำไมถึงมีความรู้สึกข้างในตัวเอง ที่รู้สึกว่ายังไม่ได้เรื่อง

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts

15 คำตอบเคล็ดลับสัมภาษณ์งาน : เมื่อเจอคำถามตอบยาก คำตอบเหล่านี้อาจช่วยคุณให้หลุดออกมาได้

by sopons
November 8, 2022

สิ่งที่ควบคุม (ไม่) ได้ : ทางเลือกและสงครามที่ไม่มีวันชนะ

by sopons
October 23, 2022

ตัวคุณคือศัตรู : เมื่ออีโก้จากความสำเร็จมันโตเกินตัว

by sopons
November 14, 2022

ผิดทุกคน ยกเว้นตัวเอง : ‘โรคคลั่งไคล้ตัวเอง’ โทษคนรอบข้างแต่ไม่เคยมองสิ่งที่ตัวเองทำ

by sopons
October 22, 2022
SOPON’S BLOG

STUFF WORTH READING

© 2022, All Rights Reserved.

Quick Links

  • Contact
  • About

Category

  • Self-Improvement
  • Technology
  • Business
  • Thoughts
  • Psychology

Follow

Facebook Twitter Youtube Instagram
  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Business
    • Technology
    • Inspiration
    • Books
    • Life Style
    • Startups
    • Thoughts
    • Travel
  • About
  • Contact