SOPON’S BLOG
“สุขมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น และสงบมากขึ้น” : เปิดประสบการณ์ ‘No Spend Year’ ของนักข่าวฟรีแลนซ์ที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยกับปี 2024 ที่ตัดค่าใช้จ่ายเหลือแค่ที่จำเป็น
November 28, 2024
ด้านมืดของ ‘บริโภคนิยม’ จากสารคดี ‘Buy Now! The Shopping Conspiracy’ มนุษย์โหมบริโภค โลกจึงกลายเป็นกองขยะ
November 27, 2024
อย่าให้สังคมกำหนดว่าเรา ‘ต้องมีอะไร’ ถึงจะมีความสุข
November 27, 2024
แม้ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายมีทุกวัน : 5 อย่างที่ต้องเตรียมพร้อมด้านการเงิน เมื่อตลาดแรงงานไม่มั่นคง
November 27, 2024
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่วางหินวันละก้อน
November 26, 2024
Facebook Twitter Youtube Instagram Medium Bootstrap
SOPON’S BLOG

Type and hit Enter to search

  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Tech
    • Business
    • Thoughts
    • Science
    • Startups
    • Lifehack
    • People
    • Travel
    • Inspiration
  • Podcast
  • About
  • Contact
  • Follow
    • Facebook
    • Twitter
    • Instagram
    • Blockdit
    • Telegram
Self-Improvement

ฟีดแบคที่ดี ไม่ได้ดีเสมอไป : รับมือยังไงเมื่อเจอฟีดแบคหนัก ๆ ตรง ๆ และต้องปรับตัว

sopons
November 24, 2022 One Min Read
451 Views
0 Comments

ตอนที่ผมเริ่มเขียนแรก ๆ ทุกคนรอบตัวที่อ่าน 99% ล้วนเป็นเพื่อน ส่วนอีก 1% เป็นคนที่บังเอิญผ่านมาเห็นและไม่ได้สนใจอะไรมาก

ย้อนไปตอนนั้นช่วงปี 2014-2015 ไม่รู้อะไรดลใจให้เขียนจริงจัง อาจจะเป็นจังหวะชีวิตที่เบื่อ ๆ อ่านหนังสือเยอะแล้วอยากแชร์สิ่งที่หมกมุ่นอยู่ในหัว เลยกลายเป็นเริ่มเขียนลง Facebook ของตัวเอง ซึ่งตอนนั้นอย่างที่บอก 99% คือเพื่อน ก็มีกดไลค์อวยกัน ‘เนี้ย เขียนดี เป็นนักเขียนได้เลยนะเนี้ย’ ‘นี่มันบทความควรค่าแก่การเป็นหนังสือเลย’ ว่ากันไป เพื่อนกันเชียร์กันไม่ใช่เรื่องแปลก และย้อนกลับไปมันอาจจะเป็นเรื่องดีด้วยที่ทำให้มีกำลังใจเขียนต่อมาเรื่อย ๆ (หรือจะเรียกว่าบ้ายอก็คงไมผิดนัก 555)

จนวันหนึ่งผมก็คิดว่าตัวเองมีฝีมือเพียงพอหล่ะ…แล้วก็ลงส่งต้นฉบับเป็นปึก ๆ ไปตามสำนักพิมพ์ต่าง ๆ หลายที่เลย a Book, Salmon, Amarin, Se-ed ฯลฯ ทุกที่ครับปฏิเสธกลับมาหมดเลย ตอนนั้นน่าจะสักราว ๆ ปี 2015-2016

นั่นคือโลกความจริงอันโหดร้ายครั้งแรกที่ผมต้องเผชิญ ไม่มีเพื่อนมาอวยแล้ว แถมยังโดนปฏิเสธเหมือนงานเราไม่ได้เรื่อง (ซึ่งก็คงไม่ได้เรื่องจริง ๆ นั้นแหละ) ตอนนั้นโกรธน่า เสียใจ อาย ทำตัวไม่ถูก ไหนเพื่อนกูบอกว่างานควรค่าแก่การรวมเป็นเล่ม แต่ทำไมโดนปฏิเสธหล่ะ

อ่า…มารู้ว่านี่คือการตบหน้าให้ตื่นของชีวิต และนั่นคือฟีดแบคเกี่ยวกับงานเขียนแรกที่ได้รับ (แม้จะทางอ้อมก็ตาม)

เพราะก่อนจุดนี้ถูกเชียร์มาตลอด คิดว่าเขาชมก็ทำต่อไป เราเก่ง เราว้าว และคิดว่านั่นคือฟีดแบค ที่จริงไม่ใช่ นั่นคือเพื่อนอวยครับ ส่วนใหญ่เอาจริง ๆ หลายคนไม่ได้อ่านด้วยซ้ำ เห็นเราพยายามเขาก็อวยแล้ว (เราก็เป็น มันเป็นการอวยไม่ใช่การโกหก แต่เหมือนให้กำลังใจเพื่อนแหละ แต่เรามักเข้าใจผิดว่ามันคือฟีดแบค)

ผมเซ็งตัวเองไปพักใหญ่ รู้สึกว่ามาถึงทางตัน เพราะการโดนปฏิเสธจาก สนพ. เขาจะไม่ได้มานั่งอธิบายให้ฟังหรอกว่ามันไม่ดีตรงไหนยังไง เหมือนผ่าน/ไม่ผ่าน จบแค่นั้น


แต่โชคดีครับมีสนพ.หนึ่งที่ บก. ของเขา ‘เห็นบางอย่าง’ ในงานเขียนอันเวิ่นเว้อแล้วบอกผมว่า ‘โสภณจะลองปรับตามที่พี่แนะนำไหม? มันต้องแก้เยอะอยู่นะ”

ทำใจดีสู้เสือไว้ “ได้ครับพี่”

ตอนที่ได้ต้นฉบับคืน อ่านบทแรก โอ้โหว ร้องเหี้ยหนักมาก ขีดฆ่าแดงมาเต็มเลย เหลือที่ใช้เพียงแค่ไม่กี่วรรคประโยค แล้วคอมเมนท์ที่ได้คือโหดมากน้ำตาแทบไหล ส่วนใหญ่ที่คอมเมนท์ก็จะเป็นเรื่องของคำศัพท์ซ้ำ ๆ เวิ่นเว้อ เข้าประเด็นช้า ซ้ำซ้อน ไม่กระชับ ภาษาที่ใช้ การเว้นจังหวะ ความสมดุลย์ จุดพีค การเปลี่ยนแปลงของเรื่องราว การเชื่อมของเนื้อหา ฯลฯ คือเอาเป็นว่าอย่างที่พี่เขาบอกครับ ‘แก้เยอะอยู่นะ’

ถามว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้มีความสุขไหม ตอบเลยว่า ‘ไม่’! แต่ถามว่าจำเป็นไหม ตอบเลยว่า ‘มาก’!

มันเป็นฟีดแบคที่จริงใจ จริงจัง และไม่ได้บ่อนทำลาย ตรงนี้สำคัญมาก ฟีดแบคไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายฝั่งตรงข้าม แต่ต้องเป็นเหมือนพิมพ์เขียวของโครงสร้างอาคารเพื่อให้เขากลับไปตรวจสอบสิ่งที่จะสร้างใหม่อีกครั้งหนึ่ง มันเป็นฟีดแบคทางลบที่เหมือนโดนชกตรงลิ้นปี่จุกพูดไม่ออก แต่เป็นฟีดแบคที่ทำให้ผมโตขึ้นถ้าพร้อมที่ยอมรับและแก้ไขมันตรงนั้น

และหลังจากนั้นผมก็ได้ฟีดแบคในเชิง ‘Constructive’ หรือ ‘ติเพื่อก่อ’ อีกหลายครั้ง จากหลายคน เราต้องดูเจตนาของคนที่ฟีดแบคเราให้ดีว่าคืออะไร อย่างถ้ามีคนบอกผมว่า “งานห่วยมาก” ตอนแรกอาจจะอึ้ง ๆ แป๊บหนึ่งก็จะดึงสติกลับมาแล้วก็จะถามว่า “มีตรงไหนที่คิดว่าควรแก้ไขดีครับ?” ถ้าอีกฝั่งบอกว่า “ไม่รู้ ไปเขียนมาใหม่ละกัน” หรือ “ก็มันห่วยอะ” ผมก็จะไม่ฟังละถือว่าเขาก็ไม่ได้อยากช่วยให้ผมดีขึ้น แต่ถ้ามีคนบอกว่า “งานห่วยมาก” แล้วอธิบายต่อว่าตรงไหน เพราะอะไร ทำแบบไหนน่าจะดีขึ้น ผมก็จะฟังเพื่อเอาไปปรับใช้แล้วขอบคุณเขา (แม้ในใจจะร้อนรุ่มแค่ไหนก็ตาม 555)


เทคนิคที่ผมใช้ในการรับมือกับฟีดแบคหนัก ๆ คือ

  1. ต้องเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติที่เราจะรู้สึกแย่และเหมือนโดนโจมตี บางทีอาจไม่อยากฟังด้วยซ้ำ รู้สึกอยู่ไม่สุข ใจมันร้อน ๆ เต้นแรง อยากจะซัดกลับไปแรง ๆ หรือบางทีก็อยากหนีออกมาจากจุดนั้น แต่คุณไม่จำเป็นต้องทำตามในสิ่งที่รู้สึก มองความรู้สึกตรงนั้นแล้วก็เข้าใจว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์แล้วก็พยายามสงบตัวเองเอาไว้ก่อน
  2. ฟีดแบคหนัก ๆ บางทีเชิงลบเป็นสิ่งที่ดีต่อตัวเราเอง อย่างที่บอกครับดูเจตนารมณ์ของคนที่ให้ฟีดแบคด้วย ทำให้เราเห็นความสามารถของตัวเอง เป็นกระจกสะท้อนที่ชัดเจนขึ้นหลังจากโดนอวยจนกระจกเป็นฝ้าไปหมดมาก่อนหน้านี้ เป็นสัญญาณที่ดีว่า…เรายังพัฒนาได้อีก
  3. วางแผนวิธีที่จะเปลี่ยนแปลงครับ อะไรคือสิ่งที่จะทำเป็นอย่างแรกหลังจากที่รับฟีดแบคไป? เราจะใช้มันทำให้เราแกร่งและเก่งขึ้นได้ยังไง? หรือบางทีถ้าให้ดีอาจจะนัดกับคนที่ให้ฟีดแบคอีกครั้งว่า “อีก (ระยะเวลาที่เราคิดว่าจะกลับไปแก้ไข) เจอกันอีกครั้งได้ไหม อยากได้ฟีดแบคอีกรอบ” และที่สำคัญเลยคือ…หาฟีดแบคจากคนอื่น ๆ ด้วย อย่าไปคิดว่าความเห็นของคนคนเดียวคือโลกทั้งใบ พร้อมที่จะปรับเปลี่ยน และฟังจากหลาย ๆ คน

Tags:

handle feedbackinspirationnegative feedbackงานบทความพัฒนาตัวเองบทความสำหรับคนทำงานฟีดแบคฟีดแบคที่ดีไม่ได้ดีเสมอไปรับมือกับฟีดแบครับมือกับฟีดแบคที่ไม่ดีแรงบันดาลใจโสภณชวนอ่าน

Share Article

Follow Me Written By

sopons

Writer / Columnist (Salmon Books, 101.world, The Matter, Beartai, The People, a day Bulletin, CapitalRead, GQ, Billion Brands)

Other Articles

Previous

ปีใหม่ คนเก่า : จะเปลี่ยนตัวเองได้ ต้องรับตัวเองที่ไม่สมบูรณ์ให้ได้ก่อน

Next

<strong>สูตรลดน้ำหนัก 4 กิโล ใน 4 สัปดาห์ : ไม่ต้องพึ่งยา แถมยังไปกินชาบูอีกต่างหาก</strong>

Next
November 26, 2022

<strong>สูตรลดน้ำหนัก 4 กิโล ใน 4 สัปดาห์ : ไม่ต้องพึ่งยา แถมยังไปกินชาบูอีกต่างหาก</strong>

Previews
November 21, 2022

ปีใหม่ คนเก่า : จะเปลี่ยนตัวเองได้ ต้องรับตัวเองที่ไม่สมบูรณ์ให้ได้ก่อน

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts

เทคนิคการอ่านหนังสือ ‘สัปดาห์ละ 1 เล่ม’

by sopons
November 28, 2024

กฎพื้นฐาน 3 ข้อ เพื่อชีวิตที่ประสบความสำเร็จและมีความสุขของ Charlie Munger

by sopons
January 2, 2024

“สุขมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น และสงบมากขึ้น” : เปิดประสบการณ์ ‘No Spend Year’ ของนักข่าวฟรีแลนซ์ที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยกับปี 2024 ที่ตัดค่าใช้จ่ายเหลือแค่ที่จำเป็น

by sopons
November 28, 2024

ใครคนนั้นที่เข้าใจ : เพราะโลกมันโหดร้าย และเราก็ไม่ได้เข้มแข็งตลอด

by sopons
November 13, 2022
SOPON’S BLOG

STUFF WORTH READING

© 2022, All Rights Reserved.

Quick Links

  • Contact
  • About

Category

  • Self-Improvement
  • Technology
  • Business
  • Thoughts
  • Psychology

Follow

Facebook Twitter Youtube Instagram
  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Business
    • Technology
    • Inspiration
    • Books
    • Life Style
    • Startups
    • Thoughts
    • Travel
  • About
  • Contact