SOPON’S BLOG
“สุขมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น และสงบมากขึ้น” : เปิดประสบการณ์ ‘No Spend Year’ ของนักข่าวฟรีแลนซ์ที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยกับปี 2024 ที่ตัดค่าใช้จ่ายเหลือแค่ที่จำเป็น
November 28, 2024
ด้านมืดของ ‘บริโภคนิยม’ จากสารคดี ‘Buy Now! The Shopping Conspiracy’ มนุษย์โหมบริโภค โลกจึงกลายเป็นกองขยะ
November 27, 2024
อย่าให้สังคมกำหนดว่าเรา ‘ต้องมีอะไร’ ถึงจะมีความสุข
November 27, 2024
แม้ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายมีทุกวัน : 5 อย่างที่ต้องเตรียมพร้อมด้านการเงิน เมื่อตลาดแรงงานไม่มั่นคง
November 27, 2024
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่วางหินวันละก้อน
November 26, 2024
Facebook Twitter Youtube Instagram Medium Bootstrap
SOPON’S BLOG

Type and hit Enter to search

  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Tech
    • Business
    • Thoughts
    • Science
    • Startups
    • Lifehack
    • People
    • Travel
    • Inspiration
  • Podcast
  • About
  • Contact
  • Follow
    • Facebook
    • Twitter
    • Instagram
    • Blockdit
    • Telegram
StartupsTechThoughts

สมาร์ทโฟนพับได้นั้นช่างยั่วยวน, แต่คิดดูอีกที ทำไมเราต้องใช้หน้าจอสองอัน?

sopons
October 23, 2020 One Min Read
442 Views
0 Comments

ช่วงที่ผ่านมามีการพูดถึงสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่หน้าจอพับไปมาได้เป็นอย่างมาก ทั้ง Samsung, Huawei ที่เปิดตัวของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว ยังมีอีกหลายแบรนด์อย่าง Motorola, Oppo, LG และ Xiaomi (บางแหล่งข่าวบอก Apple ก็อาจจะมีด้วยเช่นเดียวกัน) ต่างพากันยกขบวนขึ้นรถไฟสมาร์ทโฟนพับได้แห่งอนาคตอย่างพร้อมเพรียงกัน

ในตอนแรกที่ได้ยินข่าวเมื่อประมาณสามสี่ปีก่อนว่าเทคโนโลยีชิ้นนี้กำลังถูกพัฒนา ทุกคนต่างคิดว่ามันจะเป็นไปได้ยังไงที่หน้าจอสมาร์ทโฟนจะพับไปมาได้ ครับ…ตอนนี้เราได้เห็นแล้วว่ามันเป็นไปได้และกำลังออกสู่ท้องตลาด ตอนที่นั่งดูอีเว้นท์เปิดตัวของ Samsung ความรู้สึกแรกที่เข้ามาค่อนไปทางบวกและทึ่งในสิ่งที่กำลังเห็นอยู่ตรงหน้า แต่ว่าพอผ่านไปได้สักพักหนึ่งก็รู้สึก…แปลกๆ รู้สึกเหมือนขนมที่ยังอบไม่เสร็จจากเตาแล้วรีบเอาออกมาเสิร์ฟเพราะกลัวร้านอื่นเอาออกมาขายก่อน ทั้งๆที่มันยังไม่เซ็ตตัวและสามารถทำได้ดีกว่านี้อย่างแรกคือต้องยกนิ้วให้กับพวกเขาที่นำเครื่องทดลอง Prototype ออกมาให้โชว์บนเวทีได้ขนาดนี้ (มีติดๆขัดๆบ้างเล็กน้อยแต่ก็พยายามมองข้ามไป) แต่เจ้าสมาร์ทโฟนที่อยู่ในมือนั้นเมื่อพับแล้ว โอ้โหว…มันหนาเป็นนิ้ว หน้าจอเมื่อพับเหลือประมาณ 4×5 นิ้ว รูปร่างมันเหมือนกับอะไรที่คล้ายคลึงกับขนมปังฮอตดอกจากร้านสะดวกซื้อ เมื่อกางออกมาเป็นหน้าจอ 8 นิ้ว ที่มีขอบรอบด้านที่หนาเทอะทะ มันดู…ไม่ค่อยเสร็จดีเท่าไหร่

แน่นอนว่าเจ้าส่ิงนี้เป็นเทคโนโลยีใหม่ พวกเขากล้าและสามารถทำออกมาได้ถึงขนาดนี้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว มันยังอยู่ในช่วงพัฒนาและต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะไปถึงจุดที่ใช้งานได้อย่างจริงๆจังๆ เมื่อกางออกมาเราจะเห็นหน้าตาของ Android ใหม่ที่ถูกพัฒนาร่วมกันโดย Samsung กับ Android เพื่อใช้ประสิทธิภาพของหน้าจอ 8 นิ้วให้มากที่สุด สามารถดู YouTube แบบเต็มหน้าจอ แบ่งส่วนเป็นหน้าต่าง ดูวีดีโอด้านหนึ่งแล้วอีกด้านหนึ่งใช้อีกแอพพลิเคชั่น ดูวีดีโอไปด้วย แชทไปด้วย พิมพ์งานไปด้วย…อนาคตมนุษย์ชีวิตมีความ multitasking อย่างน่ากลัวเลยทีเดียว

Tale as old as Time

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนที่สมาร์ทโฟนกำลังอยู่ในช่วง Golden Age ก่อนที่โลกจะรู้จัก OLED หลายบริษัทได้พยายามสร้างอุปกรณ์ที่มาพร้อมกับสองหน้าจอที่ (อารมณ์และความรู้สึก) คล้ายกับหน้าจอที่เชื่อมต่อกัน ตอนนั้นมี Microsoft Courier ที่ออกมาเรียกเสียงฮือฮาได้พักใหญ่ๆ ตัว prototype รูปร่างหน้าตาเหมือนกับสมาร์ทโฟนสองอันประกบกัน ด้านนอกไม่มีอะไร พอกางออกมาก็มีหน้าจอสกรีนสองอันที่ทำงานร่วมกันเป็นหน้าจอใหญ่อันเดียว (คุ้นๆ) ไม่นานนักหลังจากนั้น iPad ก็ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้เจ้า Courier นั้นกลายเป็นเพียงวิมานในอากาศและโปรเจคนั้นก็ถูก Microsoft ปิดตัวไปในที่สุด มีอีกตัวหนึ่งจาก Kyocera ในปี 2011 ชื่อว่า Echo หน้าตาคล้ายกับ Courier นั้นแหละครับ เจ้าตัวนี้เหมือนจะมีออกมาวางขาย แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่ (ลองหารีวิวบน YouTube ได้ครับ)

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า Samsung’s Infinity Flex Display นั้นเป็นเทคโนโลยีที่เหนือกว่าเจ้าก่อนหน้าหลายช่วงตัว แต่ถึงอย่างงั้นก็ตามทีแค่คิดว่ามีสกรีนสองอันในกระเป๋ากางเกงก็เริ่มทำให้รู้สึกทะแม่งๆชอบกล

หน้าจอขนาด 8 นิ้วนั้นใหญ่กว่าหน้าจอสมาร์ทโฟนปกติที่เราคุ้นเคยและคงไม่มีสมาร์ทโฟนรุ่นไหนที่จะไปถึงจุดนั้นได้ มันอยู่ในไซส์ของหมวดหมู่แทปเลต อาจจะเป็นขนาดเล็ก แต่ก็ถือว่าอยู่ในช่วงนั้น มันไม่ใหญ่พอที่จะทำให้สามารถทิ้งแลปท็อปไว้ที่บ้าน ซึ่งที่ผมใช้อยู่ก็ประมาณ 13 นิ้ว ถ้าเอาไปทุกอย่างตอนนี้ก็มีหน้าจอสามอัน ถ้ารวมไปถึง Apple Watch ด้วยก็กลายเป็นสี่หน้าจอ

คิดถึงสถานการณ์ตอนนี้ที่ต้องมีหน้าจอสี่อัน…แทบจะเลือกไม่ถูกเลยว่าต้องหน้าจอไหน ทางเลือกที่เยอะเกินไปแทนที่จะเร็วขึ้นบางครั้งก็ทำให้งานล่าช้าลง และไม่ใช่จริงหรือว่าที่เราต้องห่างหน้าจอให้มากขึ้นเพื่อใช้เวลากับคนรอบข้าง? มีงานวิจัยมากมายที่บ่งบอกว่าความสุขของเราลดลงถ้าใช้เวลาบนหน้าจอมากจนเกินไป

หรือถ้าจำเป็นจริงๆต้องใช้หน้าจอเหล่านี้ทั้งหมด ทำไมไม่ใช้แลปเล็ตเล็กๆอีกอันไปเลย หลายคนที่รู้จักก็ใช้วิธีนี้กัน นั้นอาจจะไม่สะดวกเท่ากับมีอุปกรณ์เดียวที่แปลงร่างไปมาระหว่างสมาร์ทโฟนกับแทปเลตได้ แต่เอาจริงๆนะ…จะมีผู้ใช้งานสักกี่คนที่พับไปพับมาตลอดเวลา?

The Limits of Technology

สิ่งหนึ่งที่ทำให้สมาร์ทโฟนพับได้มีขนาดที่หนาก็เพราะว่า OLED นั้นยังไม่สามารถทได้ขนาดนั้น จะทำให้มันเป็นรอยพับและสร้างความเสียหายต่อหน้าจอทันที อีกอย่างหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือน้ำหนักด้วยความหนาของตัวเครื่อง ใส่แบตเตอรี่ทั้งสองด้าน (ซึ่งเป็นเรื่องดี) ด้านหนึ่งอาจจะหนักกว่าด้านหนึ่งเพราะต้องรองรับหน้าจอด้านนอกเครื่อง

หน้าจอสองอันต่อกันนั้นสร้างความเป็นได้ที่ไม่รู้จบ อย่างที่ในเดโมที่เราทำงานอยู่บนหน้าจอเล็กๆ แล้วกางออกมาให้หน้าจอใหญ่ขึ้นและทำงานต่อได้เลย อย่างน้อยนั้นคือสิ่งที่เราคาดหวังว่าจะเกิดขึ้น ในโลกของความเป็นจริง…นั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง การพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ทำงานเชื่อมต่อกันจากจอเล็กไปจอใหญ่แบบไม่สะดุดเลยต้องใช้แรงงานจากโปรแกรมเมอร์มากยิ่งขึ้น ต้องมีการรองรับหน้าจออีกหลายร้อยรุ่นของ Android และกว่าจะไปถึงจุดที่ทุกอย่างทำงานด้วยกันอย่างลงตัว คงอีกหลายปีเลยทีเดียว

หน้าจอที่พับงอได้นั้น ‘น่าจะ’ เป็นหนทางของอนาคต แต่ตอนนี้บอกตามตรงผมยังไม่ต้องใช้หน้าจอสองอัน โดยเฉพาะขนาดที่ไม่ใหญ่พอจะเป็นแทปเลตและไม่สามารถทดแทนแลปท็อปในการใช้งานของชีวิตประจำวันได้ แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมีความต้องการที่เหมือนกัน บางคนอาจจะบอกว่านี่แหละคือสิ่งที่เขาตามหามานานแสนนานก็เป็นได้


สุดท้ายแล้วนี่ไม่ได้หมายความว่าผมไม่ได้ตื่นเต้นกับเทคโนโลยีตรงนี้ มันยั่วยวนและน่าสนใจมาก เปิดโลกของความเป็นไปได้อีกมากมาย เมื่อสินค้าของจริงออกสู่ตลาดเราคงได้เห็นว่ามันจะเป็นขุมทองใหม่ของบริษัทสมาร์ทโฟนหรือเพียงก้าวของเทคโนโลยีที่จะถูกลืมเลือนในอนาคต

Tags:

applefoldable phoneInfinity Flex Displayoledsamsungscreensmartphonetechnology

Share Article

Follow Me Written By

sopons

Writer / Columnist (Salmon Books, 101.world, The Matter, Beartai, The People, a day Bulletin, CapitalRead, GQ, Billion Brands)

Other Articles

Previous

มีเงินในกระเป๋าแล้วทำไม Apple ยังไม่ซื้อ Netflix?

Next

ถ้าเจอ Tim Cook ผมอยากบอกเขาว่า…

Next
October 23, 2020

ถ้าเจอ Tim Cook ผมอยากบอกเขาว่า…

Previews
October 23, 2020

มีเงินในกระเป๋าแล้วทำไม Apple ยังไม่ซื้อ Netflix?

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts

The Rise of Virtual Human Influencers : มิติใหม่ของโลกโฆษณาด้วยการใช้อินฟูลเอนเซอร์ที่เป็น ‘มนุษย์เสมือน’

by sopons
April 19, 2022

ถ้าเจอ Tim Cook ผมอยากบอกเขาว่า…

by sopons
October 23, 2020

ความสำคัญของเทคโนโลยีและผู้ให้บริการ Cloud Computing กับบริษัทยุคใหม่

by sopons
October 25, 2020

หรือเราไม่จำเป็นต้องมี “Social Media”?

by sopons
October 23, 2020
SOPON’S BLOG

STUFF WORTH READING

© 2022, All Rights Reserved.

Quick Links

  • Contact
  • About

Category

  • Self-Improvement
  • Technology
  • Business
  • Thoughts
  • Psychology

Follow

Facebook Twitter Youtube Instagram
  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Business
    • Technology
    • Inspiration
    • Books
    • Life Style
    • Startups
    • Thoughts
    • Travel
  • About
  • Contact