SOPON’S BLOG
“สุขมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น และสงบมากขึ้น” : เปิดประสบการณ์ ‘No Spend Year’ ของนักข่าวฟรีแลนซ์ที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยกับปี 2024 ที่ตัดค่าใช้จ่ายเหลือแค่ที่จำเป็น
November 28, 2024
ด้านมืดของ ‘บริโภคนิยม’ จากสารคดี ‘Buy Now! The Shopping Conspiracy’ มนุษย์โหมบริโภค โลกจึงกลายเป็นกองขยะ
November 27, 2024
อย่าให้สังคมกำหนดว่าเรา ‘ต้องมีอะไร’ ถึงจะมีความสุข
November 27, 2024
แม้ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายมีทุกวัน : 5 อย่างที่ต้องเตรียมพร้อมด้านการเงิน เมื่อตลาดแรงงานไม่มั่นคง
November 27, 2024
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่วางหินวันละก้อน
November 26, 2024
Facebook Twitter Youtube Instagram Medium Bootstrap
SOPON’S BLOG

Type and hit Enter to search

  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Tech
    • Business
    • Thoughts
    • Science
    • Startups
    • Lifehack
    • People
    • Travel
    • Inspiration
  • Podcast
  • About
  • Contact
  • Follow
    • Facebook
    • Twitter
    • Instagram
    • Blockdit
    • Telegram
InterviewStaff Picks

Bunny Buns – ขนมปังของครูสอนดนตรีกับร้านอาหารที่แอบเปิดโดยที่บ้านไม่มีใครรู้

sopons
May 28, 2021 2 Mins Read
381 Views
0 Comments

เช้าวันอาทิตย์เป็นวันหยุดของครอบครัวที่ต่ายถือว่าเป็นวันพิเศษวันหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นทุกเช้าต่ายก็จะพยายามหาร้านอาหารอร่อยๆเพื่อพาครอบครัวไปนั่งทานกัน ก็จะสลับกันไปเรื่อยๆ แต่มีร้านหนึ่งที่ครอบครัวเรายกให้เป็นหนึ่งในดวงใจ เพราะทั้งบรรยากาศของร้านที่สบายๆ (สบายถึงขั้นว่าต่ายตื่นมา แปรงฟันแล้วขับรถไปนั่งทานพร้อมชุดนอนได้แบบไม่เคอะเขิน) คืออย่างน้อยๆเดือนหนึ่งต้องมีสักครั้งสองครั้งที่เราจะต้องแวะไปคือร้าน “Bunny Buns” นี่แหละครับ

พอมาถึงที่ร้านก็จะเจอเมนูที่คุ้นเคย ข้าวหน้าหมูทอด แซนวิชแฮมชีส ข้าวคลุกกะปิ และอีกหลากหลายที่ถ้าจะให้ลิสต์ก็คงใช้เวลาทั้งวัน แต่ไม่ว่าเมนูไหนของที่ร้านมันจะให้ความรู้สึกที่ว่าเรากำลังนั่งทานอยู่ที่บ้าน มันจะเป็นเมนูที่ไม่ได้หวือหวาแต่กลับคุ้นชินและอบอุ่น รสชาติกลมกล่อมไม่โดดไปทางใดทางหนึ่ง ทุกครั้งที่ครอบครัวต่ายไปก็จะรู้สึกแบบนั้น สั่งที่เคาน์เตอร์จ่ายเงินแล้วก็นั่งทานกันอย่างมีความสุข นั้นคือสิ่งที่ทำให้ต่ายสนใจจนอดไม่ได้ที่จะนัดมานั่งคุยกันถึงความเป็นมาของร้าน Bunny Buns พื้นที่ร้านเล็กๆที่อบอุ่นแสนพิเศษแห่งนี้

คุณอ๊อฟ-รักษ์พล ชาญนาวา อดีตนักดนตรีและครูสอนดนตรี และ คุณดาว-ภรัณยา ชาญนาวา อดีตมนุษย์เงินเดือนที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ถ้าดูกันตามเนื้อเรื่องแล้วทั้งสองคนแทบจะเรียกได้ว่าห่างไกลจากความเกี่ยวข้องกับร้านอาหารเลยก็ว่าได้ แต่จู่ๆเปิดร้านอาหารเพราะอะไรกัน?

“พื้นฐานที่บ้านเราทั้งคู่เป็นพ่อค้าแม่ค้ากันอยู่แล้วครับ อย่างบ้านผมก็ขายอาหารตามสั่งก็คลุกคลีกับอาหารมาบ้างแล้ว อย่างตัวผมเองก็ด้านอาหาร ชอบดูรายการอาหารญี่ปุ่น” คุณอ๊อฟเล่าถึงพื้นเพช่วงเวลาตอนเป็นเด็กให้ฟังพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า

“สมัยเราเรียนช่วง ม.ต้น เราก็สนใจด้านอาหาร เราชอบดูรายการโชว์ทำอาหารญี่ปุ่น เราดูเราก็ชอบเพราะวัตถุดิบเมื่อก่อนมันไม่ค่อยมีให้เราทำ แล้วเขาก็ทำโอโคโนนิยากิ ทาโกยากิ”

“พวกน้ำซุปปลาอะไรงี้ก็จะไม่มีเลย ตอนนั้นอ๊อฟอยากลองทำ อ๊อฟก็เลยเอาปลาทาโร่มาต้มทำสต๊อกและลองทำทาโกยากิกินที่บ้าน”

(คุณอ๊อฟเล่าให้ฟังพร้อมหัวเราะเสียงดัง)

“มันก็ได้อยู่!!!!”

“สมัยก่อนมันไม่มีของอย่างนี้เข้ามาในไทยหรือในลำปาง อ๊อฟก็ลองทำดูแล้วมันก็โอเค ตั้งแต่ตอนนั้นเราก็เลยซึมซับและชอบทำอะไรแบบนี้มาเรื่อยๆ”

ส่วนคุณดาวจะทำหน้าที่ดูแลส่วนของด้านหน้า คิดเงิน ทำเครื่องดื่ม งานบริการลูกค้า และบัญชีของร้านเพราะตัวคุณดาวเองเรียนด้านการโรงแรมมาก็พยายามนำส่วนที่เรียนมานั้นมาใช้

“เราจะอยู่ตรงหน้าบาร์และทำพวกกาแฟ อย่างน้อยก็จะได้ใช้ส่วนที่เรียนมาในด้านการโรงแรม ก่อนหน้านี้เป็นมนุษย์เงินเดือนที่ได้เงินรายได้ประจำ”

ปีนี้บันนี่บันก็เข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว เริ่มต้นกันยังไง? เพราะอะไร?

“หนึ่งปีก่อนจะเปิดร้านตรงนี้ หน้าเราซื้อบ้าน เริ่มมีหนี้ (หัวเราะ) รายได้ประจำเดือนก็เริ่มไม่พอกับรายจ่าย เราก็เลยหาต้องคิดหารายได้เสริม ตอนนั้นอ๊อฟก็เริ่มคนเดียวก่อนแล้วดาวเข้ามาช่วยตอนเลิกงาน แต่ไปๆมาๆ คนเดียวมันไม่ทันก็เลยคุยกันว่าจะเอายังไงดี ตอนนั้นก็คุยกันว่า ‘เอา ก็เอา’ มาช่วยกันเต็มแรงดีกว่า”

“ที่บ้านดาวไม่มีใครรู้เลยด้วย! เปิดแบบไม่บอกที่บ้านเลย”

ช่วงแรกที่บ้านคิดว่าคุณดาวยังทำงานประจำอยู่ มาที่ช่วยแค่ตอนเวลาว่างเท่านั้นแต่สุดท้าย…

“มาโป๊ะตอนที่เขาให้เราช่วยติดต่อธุระที่ทำงานเก่าให้ แต่พอไปถึงเจอเพื่อนที่ทำงานเขาก็บอกว่าเราออกไปแล้ว ตอนนั้นที่บ้านถึงรู้ (หัวเราะทั้งคู่เลย) แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรมากนะครับ เพราะตอนนั้นร้านก็เริ่มพอจะมีคนมาทานบ้างแล้ว มีรีวิวมีอะไร เขาก็ปล่อย”

ร้านแรกเริ่มตรงไหนครับ? 

“ตอนแรกเราเปิดร้านที่บ้านที่ซื้อ เปิดแค่ช่วงเย็นตั้งแต่ 5 โมง ถึง 4 ทุ่ม เป็นอาหารฝรั่งอิตาเลี่ยน สเต๊ก พิซซ่า เบอร์เกอร์”

(ไม่มีพวกอาหารญี่ปุ่นที่หลายๆคนอาจจะคุ้นเคยเลย)

“จริงๆแล้วตรงนี้มันเป็นที่มาของชื่อ “บันนี่บัน” ได้เลยนะครับ อ๊อฟเกิดปีกระต่าย ส่วน “บัน” เนี่ยเกิดจากเมื่อก่อนอ๊อฟขายพวกขนมปังสำหรับเบอร์เกอร์เฉพาะตัวขนมปัง ส่งให้ร้านต่างๆในเชียงใหม่และต่างจังหวัด เพราะฉะนั้นเราเลยเริ่มจากตัวเบอร์เกอร์ พอมีร้านอาหารตอนเย็นเราก็เลยมีขนมปังของเราอยู่ด้วย แล้วก็มาต่อยอดทำพิซซ่า ทำเบอร์เกอร์ ทำสเต็กขาย”

จากครูสอนดนตรีมาเป็นคนทำขนมปังได้ยังไงกัน?

“รุ่นพี่ที่ผมเคารพเขาเปิดร้านเบอร์เกอร์ชื่อว่า ไวกิ้งจังเกิลเบอร์เกอร์ ตอนนั้นเราก็เริ่มทำขนมปังเลยไปเสนอพี่กิวเขาว่าจะทำขนมปังเบอร์เกอร์ให้พี่ลองชิม เผื่อเป็นพาร์ทเนอร์ส่งขายกัน เขาคอมเมนท์ แล้วเราก็มาปรับสูตรจนได้สูตรที่คนส่วนใหญ่ชอบกัน”

“แต่พอทำที่บ้าน เราเจออุปสรรคตรงที่มันอยู่ในซอยลึกและซอยข้างๆจะเปลี่ยวด้วย ลูกค้าบางคนเขาก็ไม่กล้าจะมา ถนนก็ไม่ค่อยดีด้วย เปิดได้สักปีหนึ่งก็เริ่มมองหาแถวข้างนอกและก็มาเจอที่ตรงนี้ปล่อยเซ้งพอดี ซึ่งตรงนี้เป็นที่โรงคั่วกาแฟ ก็เลยพอเหมาะ เราอยากเปิดร้านกาแฟด้วย อยากขายคู่กับขนมปัง ตอนนั้นเริ่มต้นก็จะมีครัวซองต์กับขนมปังและกาแฟ”

แล้วอาหารญี่ปุ่นต่างๆมาได้ยังไงกัน?

“อาหารญี่ปุ่นเริ่มมาจากตอนนั้นอ๊อฟว่างและอยู่บ้านทั้งวันเวลาว่างจากออกขนมปัง อ๊อฟต้องทำอาหารกิน จะกินพวกอาหารอิตาเลี่ยนก็เบื่อแล้วเลยดึงความรู้เก่ามา ย้อนดูคลิปในยูทูปบ้าง แล้วก็ลองศึกษาและลองกินเอง อาหารญี่ปุ่นเลยกลายเป็นอาหารหลังครัว เป็นอาหารที่เราชอบกิน”

“สักพักก็มีเพื่อนแนะนำว่าทำไมเราไม่เอาอาหารญี่ปุ่นที่เราทำขายบ้างหล่ะ?”

อาจเป็นรูปภาพของ อาหาร

ตอนนี้เห็นมีร้านราเมนเปิดใหม่ด้วย อันนี้เป็นมายังไงครับ?

“มันเป็นโชคชะตาและเรื่องบังเอิญเลย ช่วงที่โควิดระลอกแรกมาถึง ตอนแรกเราก็ลังเลเพราะช่วงเวลาที่เดินทางโควิด-19 เริ่มมีข่าวรุนแรงขึ้นแล้ว ตอนแรกไปญี่ปุ่นอาทิตย์หนึ่ง พอเรากำลังจะกลับตั๋วก็โดนเลื่อนไป เราก็เลยได้อยู่ญี่ปุ่นต่อ (แบบเลือกไม่ได้) เพราะตั๋วเลื่อนไปเรื่อยๆ ด้วยเงินที่มีจำกัด เราก็พยายามหาอะไรก็ได้ที่ราคาไม่สูง อย่างราเมนอะไรงี้ ทานกันทุกวันเลยเพราะงบจำกัด ต้องอยู่รอด”

(หัวเราะ)

“ตอนนั้นเราอยู่ที่ฟูกุโอกะ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดทงคัตสึราเมนที่มีชื่อเสียงเลย แต่ละร้านมันก็มีความคล้ายกัน แต่ในขณะก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว เราเลยไปกินไปชิมทุกร้านที่ทำได้แล้วก็ค่อยๆแกะสูตรเอา”

คุณอ๊อฟเล่าให้ต่ายฟังว่าก่อนหน้านี้ ทางร้านคุณอ๊อฟและคุณดาวจะช่วยกันทำเองตลอด จนกระทั่งช่วงวิกฤตที่ไปติดอยู่ที่ญี่ปุ่น คุณอ๊อฟและคุณดาวเลยมองว่าอาจจะต้องเริ่มจ้างเด็กมาช่วย ต่ายเลยถามต่อว่าแล้วถ้าเป็นอย่างนี้ จากที่เมื่อก่อนควบคุมเอง แต่วันนี้มีการจ้างงานเกิดขึ้นแล้วรู้สึกว่ามันจัดการยากขึ้นไหม เพราะเมื่อก่อนทุกอย่างเราควบคุมเองมาตลอด

“มันยากตรงความรู้สึกพะวงว่าเขาจะทำได้เหมือนที่เราต้องการไหม แต่โชคดีที่ลูกค้าเราเป็นลูกค้าประจำกันเยอะ ทำให้เขากล้าที่จะพูดกับเราว่าอันนี้รสชาติเป็นยังไง อร่อยไม่อร่อย แตกต่างจากเมื่อก่อนยังไง เราก็จะกลับมาฝึกน้องได้ถูกต้องมากขึ้น”

“กลุ่มลูกค้าของเราก็มีทั้งที่เป็นกลุ่มวัยทำงาน กลุ่มเพื่อนและกลุ่มครอบครัว บางคนเขามากินร้านเราตั้งแต่เพิ่งคบกัน จนท้อง ตอนนี้มีน้องวิ่งไปวิ่งมาแล้ว — ร้านเราอยากให้เป็นร้านสบายๆลูกค้าแต่งชุดนอนมากินก็ได้”

“ร้านเราอยากให้มันเป็นร้านสบายๆ ลูกค้าจ่ายเงินเอง สั่งออเดอร์เอง ลูกค้าบางคนเขาก็อาจจะไม่ถูกใจ เราก็เสียลูกค้าส่วนนี้ไปเยอะ แต่เราก็รู้สึกว่าอยากให้มันเป็นบรรยากาศที่สบายๆแบบนี้มากกว่า”

ตอนแรกเปิดมากังวลไหม?

“กังวลครับ ตอนเริ่มเปิดร้านเราอยู่ในบ้าน กลุ่มลูกค้าต่างชาติก็ไม่ค่อยมี รสชาติอะไรก็อาจจะยังไม่ใช่รสชาติที่แท้จริง แต่โชคดีที่เรามีเพื่อนมาช่วยชิมและช่วยปรับ อย่างซอสพิซซ่าก็มีคนอิตาลีมาทาน ตอนแรกๆเขาก็บอกว่ามันติดหวานไปบ้าง ตรงนั้นบ้าง ตรงนี้บ้าง หลังๆคือเขาก็จะกวักมือเรียกกระซิบว่ามันเป็นยังไง จนสุดท้ายเขาบอกว่านี่แหละรสชาติที่แท้จริง”

“ลูกค้าที่ช่วยแนะนำคือคนที่ช่วยให้ข้ามความกังวล”

“เวลาต่อๆมาเราก็ปรับเมนูเอาเมนูญี่ปุ่นเพิ่มเข้ามา เพราะตัวพาสต้า พิซซ่า มันไม่สามารถจะกินได้ทุกวัน พอมาเพิ่มเมนูญี่ปุ่น มันก็คุ้นปากกับคนไทยเพราะมันเป็นข้าว”

“ลูกค้าญี่ปุ่นที่มากินที่ร้านเราส่วนใหญ่จะเป็นคนที่อยู่ไทยและชอบกินอาหารไทยมาอยู่แล้ว”

เสียงตอบรับของร้านราเมน?

“มันเป็นความตั้งใจของร้านเลยครับ เรารู้สึกว่าเมนูนี้มันพิเศษมากและอีกอย่างที่ร้านสาขาหลักเมนูเราก็มีเยอะแล้ว เราเลยเอาตัวใหม่ที่เราคิดว่ามันพิเศษแยกออกไป แล้วก็อยากให้ที่ร้านที่เราทำให้ความรู้สึกเหมือนที่เราเคยทานมากที่สุด”

“น้ำซุปเราต้มประมาณ 2-3 วันเพื่อให้ได้รสชาติที่ต้องการ — ก่อนหน้านี้เคยทำราเมงมาก่อนแต่มันไม่เคยสำเร็จ พอเราไปกินและกลับมาก็มีลูกค้าคนญี่ปุ่นคอยแนะนำ และเราก็หาข้อมูล ทั้งญี่ปุ่น อังกฤษ ลองทำนู้นนี่ ต้มทิ้งต้นขว้างจนได้สูตรนี้มา ใช้เวลาประมาณปีหนึ่งเลยทีเดียว”

(แต่ด้วยสถานการณ์ของโควิดระลอก 3 ทำให้ร้านราเมงที่เปิดใหม่ต้องพักไปช่วงหนึ่ง ตอนนี้เมนูราเมงสามารถทานได้ที่สาขา 1 ตรงแม่เหียะแล้วนะครับ)

นอกจากอาหารคาวที่คุณอ๊อฟและคุณดาวสร้างสรรค์เมนูขึ้นมาหลายปี อีกตัวซิกเนเจอร์ของร้านที่ไม่พูดถึงเลยไม่ได้ก็คือ “ขนมปัง”

“ตอนที่ทำขนมปังแรกๆ วันหนึ่งทำได้แค่ 6 ลูกเล็กๆ ทำทั้งวันได้เงิน 60 บาท” (คุณอ๊อฟเล่าถึงความหลังพร้อมเสียงหัวเราะ)

“นวดมือด้วยนะ แต่ตอนนั้นมันก็เหมือนงานอดิเรกมากกว่า เพราะมีเงินเดือนประจำอยู่แล้วเลยไม่ได้เครียดมาก”

“ตอนเป็นงานอดิเรกมันก็สนุกดี เราทำให้รุ่นพี่ ให้เพื่อนชิม แต่พอมาเป็นร้านค้าให้ลูกค้ามาชิม เราก็เลยค่อนข้างจะกดดัน — แต่ก่อนที่เราจะมาเปิดร้านเราก็เคยเอาไปฝากขายใต้หอหรือตามร้านขนมเราก็จะได้รับคำติชมกับแนะนำเราก็เอามาปรับแก้ในระยะนี้ เราค่อยๆไปทีละสเต็ปตามจังหวะที่มันมา”

“พอเราทำทุกวันๆแล้วเบื่อ อ๊อฟก็จะไปทำอย่างอื่นในงานเดิม ทำไส้อื่น ทำเมนูกับข้าวอื่นเพื่อให้ตัวเองไม่รู้สึกว่ามันน่าเบื่อ”

“มันมีคำหนึ่งของอาจารย์ที่สอนอ๊อฟ ท่านบอกว่าเราไม่กลัวอะไรหรอก”

“ทำอะไรให้มันเก่ง จนชำนาญ จนเคยมือ ถ้าเราทำอะไรจนเบื่อแสดงว่าเราเชี่ยวชาญและชำนาญแล้ว”

“เปิดสาขาราเมงให้ยืนให้ได้ก่อนและก็มีเปิดร้านเบเกอร์รี่เพื่อรองรับลูกค้าที่เขาอยากมากิน เพราะเราเห็นว่าลูกค้าของเราหลายคนเดินทางมาไกลแต่ขนมที่ร้านดันหมดไปแล้ว”

โควิดสอนอะไรบ้างไหม?

“มันทำให้เราต้องแข็งแกร่งขึ้น บางทีมีในใจว่ามันจะไหวไหมน้า อาจจะมีช่วงที่ท้อที่ต้องการกำลังใจ ก็จะมีลูกค้าประจำที่เข้ามาสนับสนุนเรา มันก็เลยเป็นเหมือนแรงที่จะซัพพอร์ตเรา และทำให้เรารู้ว่ามีคนรักเราอยู่ก็เลยทำให้เราเหมือนมีแรงที่จะเดินต่อไปได้ก็จะสู้กับมันต่อไป”

“สิ่งเดียวที่เราทำได้ก็คือการคิดเมนูที่ร้าน ตอนนี้ก็ออกมาหลายตัวแล้ว พยายามไม่ฟุ้งซ่านทำอะไรก็ได้ที่ชอบ ให้มันเกิดประโยชน์และต่อยอด บางทีเราเห็นกระแสเราก็อาจจะดาวน์แต่อย่าเก็บมาท้อ เราคิดทุกอย่างเตรียมไว้ เดี๋ยวรอโควิดหายก็จะลุยเลย”

“เรามีเดลิเวอร์รี่เพิ่มเข้ามา ตอนแรกเราไม่อยากให้มีเพราะเรารู้สึกว่าเราไม่อยากเสียเปอร์เซ็นให้กับเดลิเวอร์รี่แต่พอโควิดเริ่มหนักขึ้นเราก็ต้องยอมแล้ว ก็ถือว่าประคับประคองไปได้”

ถ้าย้อนกลับไป ถ้าไม่ทำบันนี่บันตอนนี้จะเป็นยังไงบ้าง?

“คงเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่นะคะ (หัวเราะ) อาจจะทำขนมปังส่งและเป็นครูสอนดนตรี — แต่การมาทำบันนี่บันถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ถึงแม้ว่ามันจะเหนื่อยมากๆ”

“ตอนแรกที่เปิดร้านได้กำไร 800 เราคิดว่ามันเยอะแล้ว แต่เราไม่รู้เลยว่ามันจะต้นทุนแฝงหรืออะไร คุณน้ามาถามตั้งเงินเดือนให้ตัวเองเท่าไหร่? ตอนนั้นก็ไม่เข้าใจ คิดแต่ค่าวัตถุดิบ ไม่ได้คิดค่าน้ำค่าไฟ สักพักทำไปทำมา ก็รู้เลยว่าเท่านี้มันไม่พอแล้ว — กำไรเห็นๆ แต่พอซันไลต์หมดไม่มีเงินซื้อ!!!” 

(ตบเข่า!)

ถ้ามีน้องคนหนึ่งอยากทำธุรกิจมีคำแนะนำให้เขาไหม?

“ก็จะถามก่อนเลยว่าใจสู้ไหวหรือเปล่า ถ้าเขาตอบได้ไม่เต็มคำจะไม่แนะนำให้อยู่ในวงการนี้เพราะมันคือการลงทุน มันไม่ใช่การที่เราทำงานแล้วได้รับเงินกลับมาเลย มันคือการที่เราต้องควักเงินออกไปและได้กำไร”

“ถ้าเขาบอกว่าสู้ไหวก็จะต้องบอกเขาต่อสู้ไปให้ได้ยาวๆนะ เพราะมันเจอทั้งปัญหาและข้อดีถ้าเราเจอปัญหาเราท้อ ตู้มม กลับมามันกระทบทั้งหมด ถ้าเราเจอปัญหาและคิดจะแก้เราก็จะผ่านไปได้ ถ้าใจไม่สู้ไม่แนะนำ”

“ต่อมาอยากให้คุยกับที่บ้านให้แน่ให้ชัวร์ เพราะสุดท้ายแล้ววันที่เราไม่ไหวแล้วจริงๆก็จะมีเขานี่แหละที่คอยซัพพอร์ต ไม่ว่าจะกำลังใจหรือทุน และก็ต้องมีแพชชั่นและตั้งเป้าหมายให้ชัด”

“ของดาวก็จะถามว่าพร้อมแค่ไหน และจะทำแบบไหน ต้องถามให้อะไรละเอียด ถ้าเขายังตอบไม่ได้ และอะไรคือจุดยืนของตัวเอง ถ้าเขาพร้อมเราก็จะคอยให้คำปรึกษาเขา ซัพพอร์ตเขา”

ประสบการณ์ 5 ปีที่ผ่านมาและ 5 ปีต่อจากนี้

“ถ้าใจเราสู้เราก็จะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ และถ้าเกิดว่ามีแบคอัพที่พร้อมไปกับเรา เราก็พร้อมจะเปลี่ยนเป็นผู้ใหญ่ เพื่อนเราครอบครัวเราคนที่เขาซัพพอร์ตเรา เขาก็จะทำให้เรามองเห็นว่าเราต้องแคร์กันให้มากกว่านี้ เราก็เลยปรับเป็นอีกคนหนึ่งที่ดีขึ้นในด้านความคิดโลกของเราก็จะกว้างขึ้น”

“บัญชีเราจากที่แต่ก่อนเราไม่ค่อยคิด ไม่ค่อยแบ่งเงิน ตอนนี้เรามีสามกระเป๋าและกระเป๋าในกระเป๋า มันจะมีคำว่าสายป่านและมีเงินสำรอง ต้นทุน บัญชี เงินเดือนพนักงาน เราต้องทำให้เป็นสัดส่วน ไม่ว่ารายได้จะได้มากขนาดไหน เราต้องเคี้ยวกับตัวเองนิดนหนึ่ง”

“อีกอย่างก็คือร้านตรงนี้อยากเปิดเป็นราเมนสาขาสอง เพราะแถวนี้ลูกค้าประจำเราก็อยากให้มี อาจจะเปิดเป็นตอนเย็น”

การอัพเดทล่าสุดนะครับ ร้านราเมนของ Bunny Buns พร้อมเปิดขาย Ramen ที่สาขาแรกแล้วนะครับ โดยคุณอ๊อฟฝากบอกต่ายมาว่าเปิดให้ทานราเมนได้ตั้งแต่ 17:00 – 21:00 ส่วนสาขา Gohan-Ramen ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงสาขา โดยที่ Gohan-Ramen จะเป็น Bakery shop ชั่วคราวก่อนเพื่อให้ลูกค้าที่อยู่ในเมืองจะได้เข้าซื้อขนมปังได้ใกล้ขึ้นอีกนิดนึง

ข้อมูลติดต่อ

Facebook Fanpage : Bunny Buns Coffee & Restaurant
Tel. : 064 884 1539

Maps : https://goo.gl/maps/wi5m8KeSAQYEi9zV6

Tags:

BunnyBunschiangmaiinspirationInterviewขนมปังคุณอ๊อฟคุณดาวธุรกิจบันนี่บันส์ภรัญบา ชาญนาวารักษ์พล ชาญนาวาราเมนสัมภาษณ์หางดงอาหารญี่ปุ่นเชียงใหม่แรงบันดาลใจ

Share Article

Follow Me Written By

sopons

Writer / Columnist (Salmon Books, 101.world, The Matter, Beartai, The People, a day Bulletin, CapitalRead, GQ, Billion Brands)

Other Articles

Previous

จากนักดนตรีแจ๊ส เจ้าของ North Gate Jazz Bar หันมาปลูกข้าว สร้างนวัตกรรม เพื่อยกระดับข้าวไทย – “โอปอ – ภราดล พรอำนวย”

Next

แกะในกล่องของเจ้าชายน้อยสู่ความกลัวว่าจะดีไม่พอในวันที่เติบโต

Next
May 29, 2021

แกะในกล่องของเจ้าชายน้อยสู่ความกลัวว่าจะดีไม่พอในวันที่เติบโต

Previews
May 26, 2021

จากนักดนตรีแจ๊ส เจ้าของ North Gate Jazz Bar หันมาปลูกข้าว สร้างนวัตกรรม เพื่อยกระดับข้าวไทย – “โอปอ – ภราดล พรอำนวย”

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts

“รู้จักรถ ให้เหมือนรู้จักแฟน” ไลฟ์สดขายรถมือสองที่เน้นความจริงใจ – คุณมิ้นท์ บุญธิดา พิสูจน์ ร้าน “รถมือสองคนเชียงใหม่”

by sopons
June 22, 2021

Book Smith – ร้านหนังสืออิสระที่เชื่อว่าหนังสือเล่มยังไม่ตาย

by sopons
October 16, 2021

ลุงสวนลูกชิ้นร่วมสาบาน การทำธุรกิจแบบ Street

by sopons
July 10, 2021

Good Mood Food : เพราะอาหารคือความสุข Red Box

by sopons
July 16, 2021
SOPON’S BLOG

STUFF WORTH READING

© 2022, All Rights Reserved.

Quick Links

  • Contact
  • About

Category

  • Self-Improvement
  • Technology
  • Business
  • Thoughts
  • Psychology

Follow

Facebook Twitter Youtube Instagram
  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Business
    • Technology
    • Inspiration
    • Books
    • Life Style
    • Startups
    • Thoughts
    • Travel
  • About
  • Contact