SOPON’S BLOG
“สุขมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น และสงบมากขึ้น” : เปิดประสบการณ์ ‘No Spend Year’ ของนักข่าวฟรีแลนซ์ที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยกับปี 2024 ที่ตัดค่าใช้จ่ายเหลือแค่ที่จำเป็น
November 28, 2024
ด้านมืดของ ‘บริโภคนิยม’ จากสารคดี ‘Buy Now! The Shopping Conspiracy’ มนุษย์โหมบริโภค โลกจึงกลายเป็นกองขยะ
November 27, 2024
อย่าให้สังคมกำหนดว่าเรา ‘ต้องมีอะไร’ ถึงจะมีความสุข
November 27, 2024
แม้ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายมีทุกวัน : 5 อย่างที่ต้องเตรียมพร้อมด้านการเงิน เมื่อตลาดแรงงานไม่มั่นคง
November 27, 2024
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่วางหินวันละก้อน
November 26, 2024
Facebook Twitter Youtube Instagram Medium Bootstrap
SOPON’S BLOG

Type and hit Enter to search

  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Tech
    • Business
    • Thoughts
    • Science
    • Startups
    • Lifehack
    • People
    • Travel
    • Inspiration
  • Podcast
  • About
  • Contact
  • Follow
    • Facebook
    • Twitter
    • Instagram
    • Blockdit
    • Telegram
InterviewStaff Picks

Daywork : Freelance Army – กองทัพเด็กฝึกงาน

sopons
April 30, 2021 3 Mins Read
258 Views
0 Comments

ต่ายเคยได้ยินชื่อสตาร์ทอัพ “Daywork” มาได้สักพักหนึ่งแล้ว จำได้ว่าตอนนั้นกำลังพยายามหาพนักงานฟรีแลนซ์เพื่อมาช่วยเป็นเมสเซนเจอร์ให้กับบริษัท แต่ยังไม่เคยมีโอกาสได้ใช้บริการ จนกระทั่งมีโอกาสได้เจอ คุณฝ้าย-ศศิวิมล เสียงแจ้ว–CEO & Co-Founder ของ Daywork ที่งาน “ม้านิลมังกร” (“THAILAND INNOBIZ CHAMPION” สุดยอดธุรกิจนวัตกรรมระดับภูมิภาค) แล้วรู้สึกว่าสตาร์ทอัพอันนี้มันน่าสนใจมาก สุดท้ายมีโอกาสได้คุยกันผ่านทาง Zoom (ช่วงนี้ก็ต้องแบบนี้กันไปก่อนนะพี่น้อง)

พูดถึงเรื่องประสบการณ์ในการทำงาน การทำธุรกิจ ตั้งแต่เริ่มต้นการทำธุรกิจวันแรกจนตอนนี้มีฟรีแลนซ์ในระบบเกือบแสนคนแล้ว การรับมือกับกับความเปลี่ยนแปลงและบทบาทหน้าที่การทำงานของคุณฝ้ายจะเป็นยังไง ลองไปอ่านพร้อมๆกันเลยครับ

คุณฝ้าย ศศิวิมล เสียงแจ้ว CEO & Co-Founder ของ Daywork

Daywork เป็นแพลตฟอร์มสำหรับนักศึกษาที่สนใจจะหางานพาร์ทไทม์ โดยแพลตฟอร์มนี้เป็นแพลตฟอร์มหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมและประสบความสำเร็จอย่างดี ด้วยความที่แพลตฟอร์มนี้เข้าใช้ได้ง่ายและปลอดภัย แต่ว่ากว่าจะมาเป็น Daywork คุณฝ้ายต้องผ่านมาอะไรมาบ้างหล่ะ

คุณฝ้าย แนะนำกับต่ายว่าจริงๆ แล้ว คุณฝ้ายเรียนจบมาจากคณะสถาปัตฯ ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับสตาร์ทอัพหรือธุรกิจเลย โดยก่อนหน้านี้คุณฝ้ายได้เริ่มทำเว็บไซต์ที่ชื่อว่า เด็กฝึกงาน.com สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้เมื่อเรียนจบคุณฝ้ายก็ได้เข้าทำงานในบริษัทที่เกี่ยวกับ software ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำหน้าที่พัฒนาแอปพลิเคชัน พัฒนาหน้าเว็บ โดยบริษัทเองก็มีไอเดียที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองเช่นกัน โดยในตอนนั้นเราก็มองเห็นว่า ในขณะนั้นยังไม่มี Community หรือ Website สำหรับหาที่ฝึกงานให้กับทั้งบริษัทและตัวเด็กเอง ก็เลยมองหาจุดร่วมว่าอะไรที่จะสามารถช่วยคนกลุ่มนี้ได้ โดยมองว่าเขาก็จะเป็นกลุ่มแรงงานหลักของประเทศอยู่แล้ว ก็เลยอยากเอาคนตรงนี้มารวมกัน

“เราก็เห็นจุดร่วมว่าเด็กเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ของประเทศต้องฝึกงาน เราก็เลยลองทำ Product Test โดยการสร้างเพจเฟซบุ๊คขึ้นมาเป็นลงงาน รวมงานอะไรประมาณนี้ ตัวเด็กก็เข้ามาในเพจมากขึ้นเรื่อยๆ เราก็เลยเริ่มทำเป็นเว็บไซต์เก็บโปรไฟล์และประวัติของเด็ก รวมเอาไว้ที่เดียวกันเป็นเว็บไซต์ของเรา แล้วมันก็เติบโตค่อนข้างดี”

“ที่สำคัญเลยคืออยากให้น้องๆ ฝึกงาน มี process ง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องโทร walk-in หรือว่าขอลิสต์จากอาจารย์ — พอเรารวมลิสต์มาปุ๊บ เด็กจากเชียงใหม่ก็จะฝึกที่กรุงเทพฯ ก็ได้ สงขลาก็ได้ โดยช่องทางนี้จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับน้องๆ ส่วนตัวบริษัทเล็กๆ เองก็จะค้นหาได้ง่ายขึ้น”

จาก เด็กฝึกงาน.com ทางทีมเองก็เริ่มมองเห็นว่าการฝึกงานเนี่ยเป็นช่วงหนึ่งของชีวิต 3-4 เดือน แต่ยังมีช่วงเวลาที่เหลืออยู่ก็เลยเพิ่ม Daywork ขึ้นมาเพื่อเจาะกลุ่มพาร์ทไทม์ ก่อนที่จะแยกมาทำ Daywork เต็มตัว

“ตอนที่เป็นเด็กมหาลัย เราก็มีหาพาร์ทไทม์แต่เราก็ไม่ได้ตั้งใจเดินเข้าไป แต่ก็จะมีโอกาสที่ว่าเพื่อนชวนไปทำบ้าง แล้วเราก็มองเห็นประโยชน์จากการทำพาร์ทไทม์โดยการที่เราได้เจอคนหลากหลาย ได้ลองทำงานที่ต่างจากที่เรียน การแก้ปัญหา เราก็เลยมองว่าถ้าเราได้เรียนรู้ Life Skills ระหว่างการเรียน เราก็จะได้อีกสกิลหนึ่งที่เราจะได้นอกเหนือจากงานประจำ”

“ซึ่งพอเราได้ทำอะไรที่หลากหลายเราก็จะได้รู้จักตัวเอง อย่างตอนที่เราเลือกสาขาที่จะเรียนเราก็คิดว่าใช่แหละ แต่พอเอาจริง อาจจะไม่ใช่ — มันเป็นการตัดสินใจของเราตอนอายุ 18 อ่ะเนาะ”

ต่อมาต่ายก็ได้ถามถึงความรู้สึกของการที่มาทำสตาร์ทอัพ

“พูดในเชิงของน้องๆ หรือเด็กมหาลัย ที่มีไฟแรงอยากจะทำสตาร์ทอัพโดยจากการที่ได้เป็นเมนเทอร์มา ก็เห็นว่าการจะทำสตาร์ทอัพเนี่ยมันต้องเริ่มจากตัวเองก่อนเลย ว่าเอาจริงหรือเปล่า — ในช่วงชีวิตการทำสตาร์ทอัพ เราก็จะเจอปัญหา เจอเรื่องที่จะทำให้เราเครียดเป็นปัญหาที่เราต้องแก้ไขในทุกวัน”

“แน่นอนว่าการเริ่มน่ะ มันจะมีเรื่องที่ทำให้เราร้องไห้มากกว่ายิ้ม แล้วก็ถ้าเรามีแพชชั่นไม่มากพอหรือบางทีมีแค่แพชชั่นก็อาจจะไม่พอ สิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องมีเลยนั้นก็คือ ความต่อเนื่องในการทำ — วันนี้เรามีแรง มีไฟที่จะทำสิ่งนี้มากๆ เลย แต่ในอีก 2 เดือนข้างหน้าเราเจอปัญหาที่ติด อย่างโปรดักส์ก็ยังไม่พอดี ลูกค้าก็ยังไม่มีมาเทสเลย ยูเซอร์ที่มั่นใจมากก็อาจจะไม่เป็นอย่างที่หวังสักอย่าง หรือไม่ตรงเป้าเลย วันนั้นเรายังอยากจะทำมันหรือเปล่า เรายังอยากจะคอยปรับคอยแก้เรื่อยๆ จริงๆ อยู่ไหม”

“ฝ้ายมองว่าปัญหาหรือไอ้เรื่องแย่ๆ ที่เข้ามานี่แหละที่จะมาทดสอบสภาพจิตใจว่าเรายังอยากจะทำสิ่งนี้ให้มันสำเร็จจริงหรือเปล่า เพราะว่ามันยากมากจริงๆ ที่มันจะประสบความสำเร็จตามเป้า มันต้องปรับกันไปและทุกคนก็จะเจอเรื่องเดียวกันมาทั้งหมด”

ประสบการณ์ที่ท้าทายที่สุดในการเป็น CEO ของ Daywork คุณฝ้ายคิดว่าเป็นเรื่องอะไรและก้าวข้ามมันมาได้ยังไง

“น่าจะเป็นต้อง Lunch App ครั้งแรก ซึ่งตอนนั้นเราก็คิดมาอย่างดีแล้วแหละว่าฟีเจอร์ต้องเป็นอย่างนี้ ยูไอ ฟังชั่นต้องมีอะไรบ้าง กระบวนการทุกอย่างเราจัดการด้วยตัวเองทั้งหมดมาตลอดหนึ่งปี เพื่อดูว่าอะไรมันควรใช้ ควรเพิ่ม และพอเราเริ่มสร้างทีมและปล่อยโปรดักส์ออกไป ปรากฏว่าเดือนแรกมีคนใช้งานประมาณ 45 คนได้มั้งคะ — คุณพระ พัฒนามาเกือบปี มันเกิดอะไรขึ้น”

“ตอนนั้นรู้สึกอึ้งไปเลย เพราะตอนนั้นเราก็ไม่ได้ PR ให้กลุ่มใหม่เลย เรา PR ให้กับกลุ่มที่รู้จักเราอยู่แล้วด้วยซ้ำ แต่ว่าเขาไม่โหลด เราก็เลยต้องกลับมาดูและรื้อใหม่ — เราต้องทำโฟกัสกรุ๊ปใหม่เลย เปลี่ยน CI ทั้งหมด เปลี่ยนยันแบรนดิ้งเลย”

ในฐานะ CEO ในตลาดปี 2020 ว่าแย่แล้ว ในปี 2021 มันท้าทายกว่าตอนนี้ความไม่แน่นอนมีในตลอดทุกวัน แต่ในฐานะซีอีโอ คุณฝ้ายมีการปลุกใจพนักงานหรือมีการทำยังไงให้เรามองไปข้างหน้าหรือมี Positive thinking ยังไงบ้างครับ?

“ถ้าเป็นที่ออฟฟิศ ฝ้ายมองว่าการที่เราต้อง WFH มันทำให้เราไม่ค่อยได้คุยกัน การวัดผลเชิง Performace ว่าเราจะดูอะไร เพราะเราทำงานที่บ้าน อีกเรื่องหนึ่งก็คือ Inspired ฝ้ายจะมาคุยในเรื่องที่ว่าเรามีเป้าหมายเดียวกันในองค์กร ในช่วงนี้เราต้องการให้องค์กรเกิดอะไร ในเชิงยอดขาย ฟีเจอร์หรือโปรดักส์ใหม่ ยังไง เราจะมุ่งเป้าไปที่ผลลัพธ์และทำให้น้องรู้สึกว่าเราจะต้องมาช่วยกันทำตรงนี้ให้ได้ เพราะอะไร และพอทำให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกัน พลังหรือแรงบันดาลใจก็จะเกิดจากข้างในจากคนที่จะทำงาน — ฝ้ายไม่คิดว่าเราจะบิ้วให้เขาฮึกเหิมขึ้นมาได้จากการพูดปลุกใจ — ฝ้ายจะเป็นสไตล์ทำให้คนเห็นผลลัพธ์หรือเป้าหมายเดียวกันมากกว่า แล้วที่เหลือในใจของทุกคนจะต้องจัดการด้วยตัวเอง”

ภาพทีมงาน Daywork จาก https://www.creativethailand.org/

คุณฝ้ายมีวิธีจัดการตารางการทำงานของพนักงานที่อยู่บ้านยังไงครับ?

“ฝ้ายจะให้อัปเดต Task อยู่แล้วค่ะในทุกวัน แบบวันนี้ใครทำอะไรบ้าง ถ้าเป็นกลุ่มงาน Operation หรือที่ Dept. เขาก็จะมีกลุ่มงานของเขาอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นกลุ่มขายเราก็จะดูที่ยอด — สุดท้ายเราก็จะดูที่ปลายทางนั้นแหละ เราจะไม่ใช้พลังในการติดตามระหว่างทางเพราะเราเคยทำแล้วในโควิดรอบแรก ก็ไม่ได้เกิดผลลัพธ์อะไร”

ละทีนี้บริษัทของคุณฝ้าย ทีมเด็ปกับทีมเซลล์อยู่คนละที่กัน ก็จะเจอปัญหากันคนละอันซึ่งจะต้องสื่อสารกันทีนี้คุณฝ้ายเป็นคนจัดการตรงนี้เองไหมครับ?

“CTO จะเป็นคนดูให้ค่ะ ซึ่งเขาคอยดูให้เรา ฝั่งเราจะเป็นฝั่งยูเซอร์ เราก็มาคุยกันแหละ โดยเราจะจัดอันดับให้ว่าอะไรควรทำก่อนทำหลังแล้วก็ค่อยติดตามกันไป”

มีคำถามที่น้องๆ ฝากถามมาครับ เรื่องของเกณฑ์ในการคัดเลือกน้องๆ ที่มาทำพาร์ทไทม์ คุณฝ้ายมีคำแนะนำยังไงบ้างครับ?

“ถ้าเป็นฝั่งน้อง น้องสามารถสมัครเข้ามาได้หมดเลยค่ะ แต่เราจะมาคัดเลือกตอนที่จะต้องส่งไปบริษัทซึ่งเกณฑ์ก็แล้วแต่เลย ดูคุณสมบัติก่อนว่าสอดคล้องกับงานที่บริษัทต้องการจ้างหรือเปล่า เคยมีประสบการณ์ใกล้เคียงไหม หรือบางกรณีก็จะมีโทรคุยด้วยเพราะว่าทางบริษัทต้องการคนคุยเก่ง ก็คือพรีสกรีนแหละค่ะ — ในฝั่งบริษัท เป็นองค์กรเล็กใหญ่เราก็จะไปดูค่ะ”

ก็คือคุณฝ้ายพยายามที่จะทำให้ทั้งสองฝั่งพึงพอใจที่สุดในการจ้างและเข้าทำงานด้วยกัน

“แล้วเราก็จะมีทีมพี่เลี้ยงด้วยค่ะ ก็คือ Daywork Master ซึ่งเหมือนพี่เลี้ยงที่คอยดูแลน้องๆ บางทีเด็กที่พึ่งออกจากรั้วมหาลัยอาจจะยังมีความกล้าๆ กลัวๆ เราก็เลยอยากให้มีทีมพี่เลี้ยงที่จะสามารถคุยกับน้องได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ภายในองค์กรหรือการจ้างงานที่อาจจะไม่ตรงกับรายละเอียด — พอเรามีข้อมูลจากน้องๆ เราก็จะหาทางที่จะไปคุยกับลูกค้าหรือไปสืบว่าจริงไหม ก็คือไปช่วยแก้ปัญหาตรงนี้เพื่อให้น้องมีความสุขในการทำงานมากขึ้น”

คุณฝ้ายช่วยแชร์เรื่องที่น้องๆ เจอให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ?

“เรื่องที่น้องทำแล้วแฮปปี้ก็เช่นได้เจอเพื่อนใหม่หรือได้รับการติดต่อให้ทำงานต่อ ซึ่งอันนี้ก็คือเป้าหมายของเราเลย ถ้าน้องทำงานดีและยินดีที่จะอยากเข้าองค์กรนี้อยู่แล้ว ตรงนี้ก็เหมือนเป็นทางลัดไปเลย เราก็จะรู้สึกดีใจมาก เพราะการที่ลูกค้ามาติดต่อให้น้องๆ ไปทำงานต่อเนี่ยอาจเป็นเพราะเราจัดการคุณสมบัติและแมซต์ตัวน้องฝึกงานกับลูกค้าได้ดี เหมือนเป็นความสำเร็จของเรา”

แล้วอย่างนี้นี่คุณฝ้ายมีวิธีการป้องกันไม่ให้ไปจ้างงานกันนอกรอบไหมครับ?

“จริงๆ แล้ว มันป้องกันร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้หรอกค่ะ เราเคยเจอเคสที่เราคุยกันไม่ได้ จะไปต่อรองกับบริษัทให้น้องตกงานก็ไม่ใช่จุดประสงค์ของเรา เราก็เลยพยายามสร้าง benefits บางอย่างให้ตัวน้องๆอยากสมัครงานผ่านเรามากกว่าแทน”

สำหรับ Busy Rabbit เองก็เคยใช้บริการของ Daywork มาก่อน และเราก็รู้สึกว่าดีตรงที่ทาง Daywork เหมือนเลือกพนักงานมาให้ก่อน และตัวบริษัทก็มาคัดเลือกอีกที เพราะฉะนั้นทางเราเชื่อว่า Daywork จะต้องเติบโตได้อีก ต่ายเลยถามว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าคุณฝ้ายได้วางโรดแมพไว้บ้างไหมครับ?

“เราอยากให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่เหมือนเมืองนอกที่น้องๆ ก็ทำงานกันอย่างแพร่หลาย โดยที่ไม่ได้ถูกบลูลี่หรือถูกถามว่าบ้านมีปัญหาเหรอ — ซึ่งเราเคยเจอนะ เราเลยพยายามแก้ตรงแบรนด์ดิ้งด้วยว่าการทำงานมันเท่นะ ถ้าเห็นในเพจเราก็จะพยายามเชิดชูตรงนี้ด้วย เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่น่าอายและก็เป็นจุดประสงค์หนึ่งของเราในตอนที่เริ่มเลย ในอีก 5 ปีเราก็อยากจะเห็นภาพนั้น”

“และเราอยากเป็นแพลตฟอร์มหนึ่งที่เด็กๆ จะคิดถึงเวลาเริ่มทำงาน เพราะเราเริ่มตั้งแต่ non-skill คือไม่มีสกิลก็เริ่มงานได้ เพราะเราอยากให้ทุกคนมีโอกาสในการเข้าถึงงานจริงๆ และประโยชน์ในการเข้าถึงงานพาร์ทไทม์ก็เป็นสิ่งที่มหาลัยให้ไม่ได้ เราเลยมองว่าการทำพาร์ทไทม์เนี่ยจะเป็นสิ่งที่เด็กๆ จะสามารถเอาไปใช้ในอนาคตได้จริงๆ “

อย่างของเมืองนอกเอง มีเด็กตั้งแต่อายุ 15 ขึ้นไป ที่มาฝึกงาน ต่ายเลยอยากสอบถามว่าในอนาคต Daywork จะขยับลงมาจากมหาลัยไหมครับ —- เพราะว่าเด็ก ม.ปลาย หลายคนต่ายว่าเขาก็อยากทำงานนะ

“ตอนนี้เดย์เวิร์คเริ่มต้นที่ 18 ปีขึ้นไป ด้วยข้อกฎหมายของเมืองไทย แต่ถ้าถามว่าทำได้ไหม ทำได้ค่ะแต่นายจ้างจะต้องดูแลอีกรูปแบบหนึ่งว่าห้ามเกินเท่าไหร่ๆ ต่อสัปดาห์ — ในอนาคตอาจจะไปถึงตรงนั้นไหม ถ้าถามตอนนี้อาจจะยัง เรายังโฟกัสที่กลุ่ม 18 ปีขึ้นไปก่อน”

ตอนนี้ Daywork มีเด็กในระบบประมาณ 70,000 กว่าคน นับว่าประสบความสำเร็จมากๆ ในช่วงระยะสองปีจากวันแรก ต่ายเลยอยากถามคุณฝ้ายว่าได้เรียนรู้อะไรในการทำสตาร์ทอัพตัวนี้ตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา มันเปลี่ยนคุณฝ้ายยังไงบ้าง

“อันดับแรกก็คือเราได้ท้าทายตัวเองในทุกวัน ได้ออกจากคอมฟอตโซนของตัวเอง เราไม่ชอบการ Pitching ไม่ชอบการขึ้น Stage เราก็ต้องทำ และมีเรื่องใหม่ๆ ให้ได้เรียนรู้ตลอดเวลา ทั้งการทำไฟแนนซ์ การทำการตลาด คือมันเป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้และถ้าเรามีจุดมุ่งหมายใดๆ ที่เราต้องทำก็ต้องทำจริงๆ อย่างหนึ่งที่อยากฝากถึงกลุ่มคนที่อยากทำสตาร์ทอัพหรือเริ่มต้น ฝ้ายก็อยากจะฝากเรื่อง “ความต่อเนื่องค่ะ” เพราะเราอาจจะต้องเจอปัญหาที่อาจจะเข้ามาทำร้าย ทำลายสิ่งที่เหมือนกับลูกของเรา เราก็ต้องพยายามที่จะขับ เข็น ตรงนี้ให้ไปต่อ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ถนัดเลยก็ตาม เราก็ต้องคอยเรียนรู้และทำมันให้ได้”

สิ่งหนึ่งที่ต่ายมองเห็นเลยก็คือคุณฝ้ายแข็งแกร่งขึ้นมากๆ จากคนที่ไม่เคยทำธุรกิจเลยจนมาถึงตรงนี้ ซึ่งต่ายก็เห็นว่าตัวต่ายเองก็ไม่ได้แตกต่างกันเพราะตัวต่ายเองก็เคยที่จะไม่ชอบการไปพูดคุยกับคนอื่น ต่ายก็ต้องเรียนรู้และในที่สุดก็ได้พบอีกมุมของตัวเองว่าที่จริงเราก็ทำได้ และเราก็ได้เรียนรู้และเติบโตไปกับมัน

—-

ช่องทางการติดต่อ

Website: https://www.daywork.co
Facebook Fanpage : Daywork : บริการสรรหา งานพาร์ทไทม์ หาคนทำพาร์ทไทม์
Dowload Application :
IOS : https://apps.apple.com/th/app/daywork/id1450249413
Android : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.paiduaytech.dayworkapp

Tags:

dayworkInterviewjobparttimeคุณฝ้าย ศศิวิมลบทสัมภาษณ์ศศิวิมล เสียงแจ้วสัมภาษณ์หางาน

Share Article

Follow Me Written By

sopons

Writer / Columnist (Salmon Books, 101.world, The Matter, Beartai, The People, a day Bulletin, CapitalRead, GQ, Billion Brands)

Other Articles

Previous

ขนมแม่ @ Chiangmai : ร้านขนมไทยหวานน้อยแต่อร่อยหนักมาก

Next

ไอ้สัส!!!! – คำด่าของ ‘น้าค่อม’ ที่ยังคงอยู่ในใจของเราทุกคน

Next
May 1, 2021

ไอ้สัส!!!! – คำด่าของ ‘น้าค่อม’ ที่ยังคงอยู่ในใจของเราทุกคน

Previews
April 28, 2021

ขนมแม่ @ Chiangmai : ร้านขนมไทยหวานน้อยแต่อร่อยหนักมาก

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts

ร้านต๊อกเกาหลีคู่เด็กเชียงใหม่ : K-POP TTEOKBOKKI CHIANGMAI

by sopons
July 17, 2021

Khagee @Chiangmai

by sopons
April 27, 2021

“รู้จักรถ ให้เหมือนรู้จักแฟน” ไลฟ์สดขายรถมือสองที่เน้นความจริงใจ – คุณมิ้นท์ บุญธิดา พิสูจน์ ร้าน “รถมือสองคนเชียงใหม่”

by sopons
June 22, 2021

“เราอยากให้ชีวิตของทุกคนดีขึ้น” : Your Beloved Witch กับการดูดวงที่มากกว่าการทำนายอนาคต

by sopons
May 8, 2021
SOPON’S BLOG

STUFF WORTH READING

© 2022, All Rights Reserved.

Quick Links

  • Contact
  • About

Category

  • Self-Improvement
  • Technology
  • Business
  • Thoughts
  • Psychology

Follow

Facebook Twitter Youtube Instagram
  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Business
    • Technology
    • Inspiration
    • Books
    • Life Style
    • Startups
    • Thoughts
    • Travel
  • About
  • Contact