SOPON’S BLOG
“สุขมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น และสงบมากขึ้น” : เปิดประสบการณ์ ‘No Spend Year’ ของนักข่าวฟรีแลนซ์ที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยกับปี 2024 ที่ตัดค่าใช้จ่ายเหลือแค่ที่จำเป็น
November 28, 2024
ด้านมืดของ ‘บริโภคนิยม’ จากสารคดี ‘Buy Now! The Shopping Conspiracy’ มนุษย์โหมบริโภค โลกจึงกลายเป็นกองขยะ
November 27, 2024
อย่าให้สังคมกำหนดว่าเรา ‘ต้องมีอะไร’ ถึงจะมีความสุข
November 27, 2024
แม้ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายมีทุกวัน : 5 อย่างที่ต้องเตรียมพร้อมด้านการเงิน เมื่อตลาดแรงงานไม่มั่นคง
November 27, 2024
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่วางหินวันละก้อน
November 26, 2024
Facebook Twitter Youtube Instagram Medium Bootstrap
SOPON’S BLOG

Type and hit Enter to search

  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Tech
    • Business
    • Thoughts
    • Science
    • Startups
    • Lifehack
    • People
    • Travel
    • Inspiration
  • Podcast
  • About
  • Contact
  • Follow
    • Facebook
    • Twitter
    • Instagram
    • Blockdit
    • Telegram
Interview

จากเด็กเสเพลจนกลายเป็น ‘เต๋อตำยำระเบิด’

sopons
October 23, 2021 2 Mins Read
582 Views
0 Comments

ถ้าพูดถึงร้านส้มตำในเชียงใหม่ ชื่อของร้าน “เต๋อตำยำระเบิด” นั้นคงติดอยู่หนึ่งในนั้น ร้านส้มตำที่ถือว่าเป็นร้านที่มีคนถกเถียงกันตลอด บางคนก็บอกตำอร่อยมาก บางคนก็บอกพ่อค้าพูดไม่เพราะไม่อยากไป บางคนก็บอกก็ไปกินส้มตำไม่เห็นต้องสนใจ บางคนก็บอกบรรยากาศไม่ชวนให้ไปนั่งเลย ฯลฯ คืออย่างที่บอกว่าเป็นร้านส้มตำร้านหนึ่งที่คนมักจะพูดถึงเสมอไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม มีดราม่ามาเสมอ แต่ว่าถ้าพูดถึงรสชาติแล้ว ส่วนตัวต่ายชอบฝีมือการตำของเต๋อพอสมควร มันจัดจ้านและถึงพริกมาก และนั้นคือเหตุผลที่ว่าทำไมวันนี้ต่ายถึงอยากมาชวนคุณเต๋อคุยถึงเรื่องราวการทำงาน ความท้าทาย และประสบการณ์ที่ผ่านมาตลอดเจ็ดปีของ

เจ้าของร้านเต๋อตำยำระเบิด เชียงใหม่ ที่คิดว่าไม่มีใครไม่รู้จัก หรือถ้าพูดถึง Top 5 ร้านยำ เต๋อตำยำระเบิดก็ต้องติดอันดับทุกครั้งไป

คุณเต๋อเกิดที่เชียงใหม่และโตที่นี่ คุณเต๋อเล่าชีวิตก่อนหน้าที่จะมาเริ่มทำธุรกิจที่ค่อนข้างลำบากไม่น้อยเลยทีเดียว

“ก่อนหน้านี้พูดกันตามตรงก็เป็นเด็กเสเพล เด็กติดยาคนหนึ่ง ด้วยความที่เราอยู่ในสังคมที่ไม่ได้หรูหรา เราก็เกเรมาหลายปี”

จากเด็กเสเพลคนหนึ่งมาจนอายุยี่สิบกว่าๆ สิ่งที่ทำให้เป็นจุดเปลี่ยนคือการมีลูกคนแรก ตอนนั้นเขารู้แล้วว่าจะใช้ชีวิตเหมือนที่ผ่าน ๆ มาไม่ได้อีกแล้ว

“ตอนนั้นเงินจ่ายประกันลูกเราไม่มี เงินซื้อบุหรี่ม้วนหนึ่ง มวนละ 3 บาทก็ไม่มีเงินจ่าย ชีวิตเราตกต่ำขนาดนี้เลยเหรอ เราก็คิดว่าตอนนั้นต้องหยุดแล้วนะ ต้องพอแล้ว”

หลังจากนั้นคุณเต๋อก็มาขายน้ำผลไม้ปั่นกับลูกชิ้นทอดที่ใกล้ๆโรงแรมธาริน ข้างๆเมญ่า 

“พอขายไปขายมารายจ่ายมันมากกว่ารายได้ เราจะทำยังไงดีแล้วทีนี้เราก็ดูที่บ้านที่บ้านขายส้มตำอยู่แล้ว ส้มตำป้าป๋องเจ็ดยอด เราเดินเข้าเดินออกทุกวัน เราก็คิดว่าน่าจะต้องลองดูนะ ถ้ามันเจ๊งเดี๋ยวค่อยเอาใหม่”

ด้วยที่ไม่ได้มีเงินทุนหรือต้นทุนอะไรก็เลยเป็นแม่ที่ลงทุนร้านให้ ตอนนั้นอาก็เสียชีวิตพอดีก็เลยเอารถของอามาขายของ

“ผมเป็นพวกไม่ลองทำก่อน ไม่ลองสูตรอะไร ทำขายแม่งเลย ถ้าเป็นคนอื่นต้องลองแต่ของผม เราดูเอาไง เราโตมากับตลาดเราดูน้าเรา เราดูแล้วเราก็ทำ แล้วเราก็เอาโว้ย เปิดร้านขายเลย ผมไม่ทำกินเองด้วย ผมขายเลยเพราะผมรู้ว่าต้องใส่นั่นนี่เท่านี้ เท่านั้นนะ เสร็จปุ๊บเราก็ไปลองผิดลองถูกกับลูกค้า”

“ลูกค้าคือสูตรของเต๋อตำยำระเบิดนะ ผมขายครั้งแรกที่โรงแรมธารินผมขายวันแรกขายได้ 3000 บาท ผมดีใจมาก”

เต๋อตำยำระเบิด มาจากการที่คุณเต๋อเอาชื่อตัวเองมารวมกับการตำการยำ รสชาติระเบิดจัดจ้าน คุณเต๋อเล่าให้ฟังว่ารู้สึกว่าการขายส้มตำยำมันเป็นสิ่งที่ให้กำไรเยอะ เพราะก่อนหน้านี้คุณเต๋อขายลูกชิ้นขายน้ำได้วันละพันกว่าบาท 

“ต่อมาวันที่สอง ผมคิดว่าวันที่สองต้องขายดีแน่ แต่วันที่สองแป๊กครับขายได้แค่พันห้า เราอาศัยขายตรงหน้าร้านเป็ด เราคิดว่าเขาแค่อยากจะมาลองกัน และหลังจากนั้นก็เหลือวันละพัน”

แต่แล้วทุกอย่างก็พลิกกลับมาดีขึ้นโดยการใช้พลังของโซเชียลมีเดีย

“ตอนนั้นมีคนบอกเราว่าลองดูสิ ใช้เฟซบุ๊คให้เป็นประโยชน์มันมีกลุ่มอาหารนะ แล้วผมก็ขอให้เขาช่วยแนะนำผมหน่อย เขาก็แนะนำกลุ่มอาหารของแอดมินหมีให้ วันนั้นมีคนมากดไลก์ผมอยู่ประมาณ 3-4 ร้อยไลก์ ผมก็ดีใจคนมาจากไหนแล้วทีนี้คนก็เริ่มรู้จักแล้วก็มาลองชิม”

ตอนนั้นขายอยู่หน้าร้านเป็ดย่างและด้วยความที่เริ่มเป็นที่รู้จักทำให้มีคนเยอะขึ้นจะไปอาศัยโต๊ะของร้านเป็ดย่างก็เริ่มไม่ไหวแล้วเลยเริ่มซื้อโต๊ะกับเก้าอี้มา

“ตรงนั้นมีที่อยู่นิดนึง เราก็ซื้อโต๊ะมาสี่ตัวเพราะทุนไม่ค่อยมี วันแรกสี่ตัวไม่พอนั่งก็ขยับขยาย คนก็ไม่พอนั่งเราก็ซื้อโต๊ะเพิ่มทีละสอง จนเป็นสิบสี่โต๊ะ ตอนนั้นก็เริ่มคิดละว่าถ้าลูกค้ามาพร้อมกัน เราทำคนเดียวเดี๋ยวจะไม่ทำไม่ทันแล้วลูกค้าก็จะเสียอารมณ์ แล้วก็เป็นจริงๆ สมัยก่อนใครจะกินส้มตำร้านเต๋อต้องรออย่างน้อยครึ่งชั่วโมง”

“ตอนนั้นเราซื้อโต๊ะมาเยอะสุดถึงสิบหกโต๊ะ แล้วเวลาทำก็จะมีลูกค้ามายืนรออีกสิบยี่สิบคน พอเสร็จปั๊บเราก็โดนแจ้งว่าทำให้เกิดมลภาวะทางเสียงเพราะว่าคาแรคเตอร์ของเราคือใช้ประกาศรับอาหาร ตอนนั้นกาดทรัพย์ทองคำพึ่งเปิดใหม่เราก็เลยไปแล้วก็ย้ายมาขายตรงนี้”

“เฟซบุ๊คแฟนเพจผมมีคนติดตามสี่แสนกว่า เต๋อตำยำระเบิดเชียงใหม่ เนี่ย อาจจะเป็นเพราะว่าตอนนั้นผมลงโปรโมชั่นใครถ่ายรูปส้มตำได้ 99 ไลก์แจกส้มตำขนมจีนฟรี”

“คนมาติดตามอาจจะชอบคาแรคเตอร์ แล้วเราก็เป็นตัวของเราตั้งแต่แรกบางคนอาจจะมีทั้งชอบแล้วก็ไม่ชอบ อาจจะติดตามเพราะว่าพ่อค้าปากหมาดีหรืออะไรอย่างนั้น แต่สำหรับบางคนที่ไม่ชอบก็มีแต่ทุกวันนี้เปลี่ยนใหม่ตั้งแต่เจอดราม่า เราก็เปลี่ยนสไตล์ใหม่เลย”

“บางทีเราก็ต้องตีโจทย์ให้แตก อย่างตอนนี้เรามีห้องแอร์ เราเห็นว่าลูกค้าร้อนเราก็ทำห้องแอร์”

หลังจากที่ย้ายมาจากร้านเป็ด คนก็ตามมาเรื่อยๆและตอนนั้นก็เป็นช่วงที่คนเยอะและคุณเต๋อเองก็เป็นคนตำ คนยำเอง

“ผมเคยพูดไว้ว่าจะบูมก็ให้บูมเพราะรสมือและฝีปาก แต่ถ้าจะเจ๊งก็ให้เจ๊งด้วยรสมือและฝีปากเอง”

“ผมมีคำให้กำลังใจให้ตัวเอง ผมจะไม่ดูถูกตัวเอง ผมไม่ใช่ร้านอันดับหนึ่งในเชียงใหม่ แต่ผมต้องไม่ใช่ที่โหล่”

หลังจากที่ย้ายมาลูกค้าก็เยอะขึ้น คนก็รอเยอะขึ้นและอีกสิ่งหนึ่งที่ตามมาคือการเรื่องการพูดการจากับลูกค้า 

“บางทีคำพูดผมเป็นคนพูดตรงๆ บางทีผมจะบ่นๆของผมเองแล้วลูกค้าได้ยินผมก็จะโดนว่าว่าปากหมาจัง แต่ผมส่วนมากจะไม่ด่าลูกค้าเลยขึ้นอยู่กับว่าเจอลูกค้าแบบไหน ส่วนมากผมจะกระเซ้าเย้าแหย่ เราก็จะมีการเล่นพูดไม่เพราะกับลูกค้าบ้าง บางทีไม่รู้กาละเทศะไปจริงๆ ผมก็ต้องขอโทษด้วย — บางทีเล่นไปเขามากับเพื่อนหรือลูกน้องแล้วเขาเสียหน้าต่อหน้าคนที่มาด้วย”

“มันเป็นความรู้สึกอยากจะเล่นกับลูกค้า แต่เราไม่สามารถทำให้ทุกคนมาชอบเราได้ทุกคนแต่เราก็ค่อยๆปรับเปลี่ยนไป”

“โซเชียลคือดาบสองคม มันก็เป็นเหมือนกับบทเรียนหนึ่ง ถ้าเราจะอยู่รอดในวงการนี้เราก็ต้องปรับเปลี่ยน”

“มันคืออาชีพเรา มันคือสิ่งที่ทำให้เรามีบ้านมีรถ จากวันนั้นที่เป็นเด็กเสเพลคนหนึ่ง จากจุดนั้นมาถึงจุดนี้เราก็พอใจในระดับหนึ่ง”

“ตอนนี้เปิดเฟรนชายด์มาแล้ว 20 กว่าที่ก็คือเขามาซื้อสูตร ใช้แบรนด์เรา แต่ก็ต้องบอกเลยว่าอาจจะไม่ได้อร่อยเหมือนกันได้ทุกที่ เพราะวัตถุดิบที่เราใช้มันก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ แต่ถึงให้เครื่องเดียวกันรสมือก็อาจจะต่างกัน”

โ

“โควิดกระทบครับ ระลอกแรกผมยังทำอาหารแจกอยู่เลยมีลูกค้ามาต่อคิวเยอะมาก แต่รอบสองก็พออยู่ได้นะ แต่รอบสามกระทบเลย กระทบมาก — ลูกค้าเราส่วนมากเป็นวัยรุ่น ถ้าพ่อแม่เขากระทบเขาก็ต้องประหยัดๆกัน”

“ของเต๋อตอนนี้มีเดลิเวอร์รี่แกร็บ แพนด้า ไลน์แมนแต่โควิดรอบนี้ผมวิ่งส่งเองนะเพราะเราต้องเอาให้ลูกน้องอยู่รอด เราเป็นหัวหน้าเขาผมวิ่งส่งลำพูนก็ไป ผมขี่เองเลย โรงพยาบาลสารภี ดอยสะเก็ด แม่โจ้ แม่วาง แม่ริมผมแว้นมอไซต์ — บางทีเขาก็มาขอถ่ายรูปตอนเราไปส่งด้วยนะ”

“พี่เต๋อหน้ากล้องกับหลังกล้อง ผมว่ามันก็ขึ้นอยู่กับคนมองบางทีคนเขาติดภาพเราปากหมาเขาก็จะบอกว่าเราปากหมา แต่บางทีเขารู้จักเราเขาก็จะรู้ว่าเราเป็นคนแบบนี้จริงๆไม่มีอะไร”

“วัตถุดิบของร้านเต๋อผมเป็นคนดูเอง ไก่ผมก็หมักเอง ผมเลือกของเองแต่ลองกับลูกค้า อย่างเมนูใหม่ของร้านตอนนี้คือกุ้งแก้ว หนึบๆกรอบๆอร่อย”

“เมนูที่ดังที่สุดคือยำหอมหมี หรือเรียกว่าเกาหลาหอย ตอนนั้นที่บูมๆนะ 30 กิโลต่อวันแต่เราคัดและเลือกของสดๆต่อวัน แต่ช่วงนี้ก็โควิด 15 กิโลขายได้ผมก็โคตรดีใจละ”

ด้วยความที่คู่แข่งเยอะขึ้นเต๋อตำเลยต้องปรับตัว

“ถ้าเราจะอยู่รอด เราต้องปรับตัวหลายๆอย่างให้ดีขึ้น แต่ถ้าเป็นเรื่องราคาผมขายราคานี้มา 7 ปีแล้ว พริกจะถูกจะแพง ผมก็ขายส้มตำ 30 บาท แต่ถ้าเป็นออนไลน์จะบวกต่อหน้าร้านไป 30%”

“ขายหน้าร้านราคาเท่าหน้าร้านแต่ออนไลน์ต้องบอกว่าผมโดน 30% ก็อยู่ที่ว่าเราต้องบวกเพิ่มลูกค้าหรือว่าเข้าเนื้อเอง อย่างตำปูม้า ผมขาย 100 บาท ต้มทุนผมไปละ 80 ถ้าผมโดนหักไป 30 บาท ผมก็เข้าเนื้อ 10 บาทแล้วผมจะขายทำไม ผมมีค่าเช่าที่ ผมมีค่าลูกน้องและรายจ่ายจิปาถะ เราก็เลยต้องบวกเพิ่ม”

“ถ้าสั่งผ่านผมราคาเท่าหน้าร้าน แต่ค่าส่งระยะทางกิโลละ 10 บาทผมไปส่งเอง ลูกค้าก็เข้าใจนะ”

“อย่างวันนั้นปูไข่ดอง ลูกค้าอยู่ดอยสะเก็ดลูกค้าโดนไป 900 ถ้าขายหน้าร้าน 600 เขาก็มาคุยกับผม ผมก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนี้วันหลังสั่งผ่านผมได้นะผมคิดกิโลละ 10 บาทไปบ้านพี่ก็ 120 บาท อะไรประมาณนี้”

“บางคนเขาก็อยากเจอผม ใกล้ไกลแค่ไหนผมไม่ว่าถ้าเขาบอกว่าอยากให้พี่เต๋อไปส่งผมคิดโลละ 10 บาท อย่างตอนนั้นไปแม่วางผมก็ไปส่ง”

ความสุขคือการได้มอบความอร่อยให้เขา ถึงแม้ว่าบางคนอาจจะไม่ถูกปากแต่ผมก็ยังเชื่อว่ามีอีกหลายคนที่ถูกปากในรสมือผม

อย่างตอนแรกที่ทำก็ไม่ได้เริ่มจากความทะเยอทะยานว่าต้องดีที่สุด มันเริ่มจากการที่เราอยากจะอยู่รอด มีเงินใช้ การที่จะทำอย่างทุกวันนี้คงเป็นความสุขของเต๋อตำยำระเบิด

“อย่างน้อยวันนี้เราได้เดินดูเดินถามลูกค้าว่าวันนี้อร่อยไหมครับ ก็อย่างที่ผมบอกว่าสูตรของเรามาจากลูกค้า ถ้าลูกค้าแนะนำมาผมก็ฟังนะ”

“มันอยู่ที่ว่าลูกค้าพูดยังไงกับผม บางทีมาติอย่างนี้ๆผมก็ไม่ฟังหรอกก็ให้ไปกินที่อื่น แต่ถ้าเขาพูดแนะนำดีๆผมก็จะฟัง เนี่ยผมจะตายเพราะอย่างนี้แหละ”

ถ้าผมไม่แคร์ลูกค้า ผมอยู่ไม่ถึงเจ็ดปีหรอก ผมเปิดมาเจ็ดปีถ้าผมไม่แคร์ลูกค้าผมอยู่ไม่รอดหรอก ผมก็ไม่ใช่ว่ามีของดีแต่ผมก็ยังอยู่รอดมาตั้งเจ็ด

ความจริงแล้วเต๋อก็เป็นคนที่ดูแลลูกค้าได้ดี บางทีภาพลักษณ์ภายนอกของเต๋อที่ดูเป็นคนพูดจาขวานผ่าซากไปบ้าง วันที่ต่ายได้ไปสัมภาษณ์ก็พบว่าคุณเต๋อเขาใส่ใจลูกค้า ขนาดที่ว่าตัวเองสัมภาษณ์อยู่แต่ถ้าลูกค้าเข้าร้านมาก็จะยิ้มต้อนรับและส่งสัญญาณให้น้องๆพนักงานไปดูแล ประโยคที่ติดหูต่ายก่อนจะออกจากร้านนี้ก็คือการที่คุณเต๋อตะโกนว่า

“สวัสดีครับพี่ เชิญนั่งก่อนครับ”

ติดต่อ :
Fanpage : เต๋อตำยำระเบิด เชียงใหม่ 
Maps : https://g.page/tertumyumraberd?share
Tel. : +66807915679

Tags:

BussinesschiangmaiinspirationInterviewธุรกิจยำส้มตำสัมภาษณ์เชียงใหม่เต๋อตำยำระเบิดแรงบันดาลใจ

Share Article

Follow Me Written By

sopons

Writer / Columnist (Salmon Books, 101.world, The Matter, Beartai, The People, a day Bulletin, CapitalRead, GQ, Billion Brands)

Other Articles

Previous

โง่ศาสตร์ : เมื่อนักเศรษฐศาสตร์ทำความเข้าใจคนโง่

Next

Robert Waldinger : ชีวิตที่ดีเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ที่ดี

Next
October 26, 2021

Robert Waldinger : ชีวิตที่ดีเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ที่ดี

Previews
October 23, 2021

โง่ศาสตร์ : เมื่อนักเศรษฐศาสตร์ทำความเข้าใจคนโง่

Related Posts

Bora Korean Mart ร้านมินิมาร์ทเกาหลีแท้ๆที่เชียงใหม่ บทสัมภาษณ์ : ต้น สีหราช ปรางค์ศรีทอง

by sopons
July 6, 2021

MOOH Homemade : ร้านโดนัทโฮมเมทที่คิดต่าง กับการเติบโตแบบไม่ต้อง ‘ทะเยอทะยาน’ ตามกระแสโลก

by sopons
August 19, 2021

อิ่มหมีพีมัน : 4 สาขา ภายใน 4 ปี บุฟเฟ่ต์ชาบูหมูสไลด์ที่มีเป้าหมายคือประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า

by sopons
August 4, 2021

มากกว่าเต้าหู้ทอดที่เคยรู้จัก PIM TOFU : คุณพิม – รุ้งพราย กัญญมา

by sopons
July 12, 2021
SOPON’S BLOG

STUFF WORTH READING

© 2022, All Rights Reserved.

Quick Links

  • Contact
  • About

Category

  • Self-Improvement
  • Technology
  • Business
  • Thoughts
  • Psychology

Follow

Facebook Twitter Youtube Instagram
  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Business
    • Technology
    • Inspiration
    • Books
    • Life Style
    • Startups
    • Thoughts
    • Travel
  • About
  • Contact