SOPON’S BLOG
“สุขมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น และสงบมากขึ้น” : เปิดประสบการณ์ ‘No Spend Year’ ของนักข่าวฟรีแลนซ์ที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยกับปี 2024 ที่ตัดค่าใช้จ่ายเหลือแค่ที่จำเป็น
November 28, 2024
ด้านมืดของ ‘บริโภคนิยม’ จากสารคดี ‘Buy Now! The Shopping Conspiracy’ มนุษย์โหมบริโภค โลกจึงกลายเป็นกองขยะ
November 27, 2024
อย่าให้สังคมกำหนดว่าเรา ‘ต้องมีอะไร’ ถึงจะมีความสุข
November 27, 2024
แม้ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายมีทุกวัน : 5 อย่างที่ต้องเตรียมพร้อมด้านการเงิน เมื่อตลาดแรงงานไม่มั่นคง
November 27, 2024
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่วางหินวันละก้อน
November 26, 2024
Facebook Twitter Youtube Instagram Medium Bootstrap
SOPON’S BLOG

Type and hit Enter to search

  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Tech
    • Business
    • Thoughts
    • Science
    • Startups
    • Lifehack
    • People
    • Travel
    • Inspiration
  • Podcast
  • About
  • Contact
  • Follow
    • Facebook
    • Twitter
    • Instagram
    • Blockdit
    • Telegram
Self-ImprovementThoughts

“ตามเขาไม่ทัน” ไม่มีอยู่จริงในชีวิต – มีแต่ความคาดหวังกลวงๆจากสังคมที่บิดเบี้ยว

sopons
August 22, 2022 One Min Read
590 Views
0 Comments

เมื่อสองสามวันก่อนไปเห็นโพสต์หนึ่งผ่านตาประมาณว่า “อายุ 25 แล้วแต่เหมือนยังไปไม่ถึงไหนเลย” ถ้าจำไม่ผิดเหมือนเป็นกระทู้บางอย่าง

ก็อดแปลกใจไม่ได้เลยกดเข้าไปอ่าน คอมเมนต์ในนั้นก็มีแบบ “เหมือนกันเลย นี่จะ 25 แล้วแต่รู้สึกเหมือนตามเพื่อนๆคนอื่นๆไม่ทัน เหมือนตัวเองไม่มีค่าเลย” ซึ่งไม่ใช่คนเดียวด้วย มีคนคอมเมนต์ประมาณนี้อยู่จำนวนไม่น้อย

พออ่านแล้วก็หันมาถามตัวเองว่า “25 กูทำบ้าอะไรอยู่วะเนี้ย? เหมือนจะเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย เหมือนจะกำลังเพิ่งเริ่มทำงานแบบจริงๆจังๆถ้าจำไม่ผิด”

ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะยุคสมัยที่แตกต่างกันหรือเป็นเพราะความกดดันจากสิ่งแวดล้อม คนรอบตัว ไอดอลออนไลน์ สื่อต่างๆ ที่บิดเบี้ยวจนกลายเป็นแรงกดดันที่ทำให้ความคาดหวังจากเด็กๆรุ่นใหม่ต้องทำทุกอย่างสำเร็จตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ

แค่ทำงานหาเงินเอาตัวรอดและใช้ชีวิตในสังคมนั้นดูเหมือนจะไม่เพียงพออีกต่อไป เราต้องมีทุกอย่าง เก่งทุกด้าน มากกว่าทุกคน – นั้นถึงจะเรียกว่าสำเร็จ จริงๆเหรอ?

วันก่อนผมเห็นวิดีโอหนึ่งบน TikTok ที่ผู้หญิงคนหนึ่งถือเงินสดราวๆสองล้านบาทออกมาจากถุงกระดาษแล้วไปยื่นให้แม่บอกในห้องครัวเพราะความรัก ซึ่งพอดูวิดีโออันอื่นต่อจากนั้นเธอก็ถ่ายวิดีโอตามมุมต่างๆของบ้านพร้อมบอกมูลค่าว่าทั้งหมดหลายสิบล้านบาทที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอ ทั้งๆที่อายุยังน้อยๆอยู่เลย

แน่นอนว่าผมชื่นชมในตัวเธอ ต้องขยันและเก่งมากขนาดไหนกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้

อินเตอร์เน็ตสามารถสร้างโอกาสมหาศาลและในขณะเดียวกันก็ทำลายความมั่นใจและความเป็นตัวเองของผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนได้เช่นเดียวกัน

แน่นอนว่าเราจะไปกล่าวโทษคนที่ขวนขวายจนถีบตนเองขึ้นไปจนมีทุกสิ่งทุกอย่างที่น่าอิจฉาคงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง พวกเขาไม่ได้ผิดที่คนอื่นๆจะรู้สึกขุ่นเคืองหรือคิดว่าตัวเองบกพร่อง ไม่ใช่ความรับผิดชอบที่จะต้องมารับรู้ว่าคนที่เห็นจะรู้สึกยังไง


ทุกที่ที่เราเปิดเจอ YouTube, TikTok, Facebook, Instagram, Twitter หรือพวกโฆษณา ทีวี ภาพยนต์ นิตยสาร ต่างชี้ไปในทางเดียวกันว่าเป้าหมายของเราคือร่ำรวยและมีชื่อเสียงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงทำให้เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะหนีภาพไอเดียเหล่านี้ (ถ้าไม่ใช่ว่าจะปลีกวิเวกไปอยู่ในป่าเขาคนเดียวอะนะครับ)

บางส่วนของผมก็เข้าใจในความรู้สึกนี้ไม่มากก็น้อย ชีวิตที่ช่วงเวลาหนึ่งที่ผมพยายามแข่งขันหรือมีเป้าหมายว่าจะต้องหาเงินให้ได้มากจนสามารถเป็นอิสระทางการเงินให้ได้

สามารถเดินทางรอบโลกได้โดยไม่ต้องนั่งกังวลถึงค่าใช้จ่าย สามารถบินไปกินอาหารกลางวันที่ฮ่องกงแล้วบินไปตบซูชิเข้าปากที่โตเกียวเป็นของว่างก่อนจะบินกลับมานอนที่บ้าน

อยากจะไปยืนบนหอไอเฟลถ่ายเซลฟี่ ดื่มไวน์ใต้แสงเทียนในปารีส อยากมีหน้า wikipedia ของตัวเอง มีหนังสือ New York Times Bestseller มีคนติดตามบน IG หลายล้านคน อยากมอบชีวิตที่ดีให้กับคนที่อยู่รอบๆ ครอบครัว ภรรยา ลูกสาว ฯลฯ

ถามว่าผิดไหมที่คิดแบบนี้? ไม่ผิดหรอกครับ แต่พอถึงจุดหนึ่งผมก็รู้ว่าตัวเองกำลังติดกับดักทางความคิด หลงวนอยู่ใน “rat race” ที่ทำงานหนักเพื่อจะได้ทำงานที่หนักขึ้นไปอีกอย่างไม่มีวันจบสิ้น ลืมไปว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับตัวเองคืออะไร และสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับว่าเราเอาตัวเองไปเทียบกับใคร


เมื่อเทียบกับ Bill Gates ผมก็ไม่ต่างอะไรกับคนจรไร้บ้านคนหนึ่ง แต่ถ้าเราเอาตัวเองไปเทียบกับประชากรชาวเกาหลีเหนือที่ยากจน เราก็อาจจะเป็น Bill Gates ในสายตาของพวกเขา มันคืออยู่กับบริบท ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ความอยากได้อยากมีเหมือนคนอื่นเป็นเชื้อเพลิงเร่งผลักดันตัวเรา

การเห็นคนอื่น “ได้ดิบได้ดี” มีอาชีพการงานที่รุ่งเรืองสดใส หรือ เห็นเด็กวัยรุ่นสร้างรายได้มากมายจากการทำวิดีโอไวรัลบน TikTok ทำให้ชีวิตปกติๆ (ที่ความจริงอาจจะดีก็ได้) ดูห่วยลงไปถนัดตา

ไม่ว่าชีวิตคุณจะมีมากแค่ไหน คุณก็จะมีน้อยกว่าใครสักคนหนึ่งเสมอ

“ตามเขาไม่ทัน” ไม่มีอยู่จริงในชีวิต มีแต่ความคาดหวังกลวงๆจากสังคมที่บิดเบี้ยว

เราเอาตัวเองไปเทียบกับใคร? เพื่อนจากมหาวิทยาลัย? รุ่นน้อง รุ่นพี่? เรารู้สึกตามคนอื่นไม่ทันเพราะระดับความสุขของเราไปเชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมและสังคมที่เราอยู่ ซึ่งก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ไม่มีการอยู่นิ่ง เราเอาสิ่งที่สังคมบอกว่านี่คือความสำเร็จมาเป็นต้นแบบให้เราชื่นชมและทุ่มเทโดยลืมถามคำถามที่สำคัญที่สุดไป

“เราต้องการความสำเร็จเพราะอะไร?”

บางทีการใคร่ครวญกับคำถามตรงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ บางทีเราอาจจะไม่ได้ต้องการความสำเร็จเลยก็ได้ เราอาจจะแค่ต้องการได้รับการยอมรับจากใครสักคนหนึ่ง อยากจะมีคนรับฟัง คนมองเห็น หรือแค่อยากจะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ตัวเองอยู่เท่านั้น เราอาจจะรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราร่ำรวยและมีชื่อเสียงเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วมันไม่ใช่เลย

ถามตัวเองก่อนว่าสิ่งที่เราต้องการในชีวิตของเราจริงๆคืออะไร เราอาจจะเห็นเพื่อนที่ทำงานตำแหน่งหัวหน้าในบริษัทใหญ่โต เดินทางเที่ยวต่างประเทศเป็นว่าเล่น แต่นั้นก็ไม่ควรเป็นสิ่งที่คุณต้องไปใส่ใจถ้าจริงๆแล้วมันไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการ เรามีทางของเรา ความฝันของเรา ความชื่นชอบของเรา สิ่งนั้นควรเป็นสิ่งที่เราให้ความสนใจมากกว่ารึเปล่า

การเอาคนหนึ่งมาเทียบกับอีกคนหนึ่งนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์เลย

ถ้ามองในมุมของโลกแล้วผมเองถือว่าตามเพื่อนๆในกลุ่มหรือรุ่นน้องหลายคนไม่ทันแล้ว ช่วงหนึ่งผมแทบเป็นบ้าเพราะคิดแต่จะหาวิธีผลักให้ตัวเองเด่น ดังและหาเงินให้ได้เยอะๆให้ได้ แต่ถึงจุดหนึ่งผมก็รู้แล้วว่ามันไม่ได้นำมาซึ่งความสุขเลย

ทุกคนมีความชอบต่างกัน เริ่มต้นต่างกัน ความสามารถต่างกัน และที่สำคัญเป้าหมายต่างกัน มีคำกล่าวหนึ่งที่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กล่าวเอาไว้ว่า

“ทุกคนเป็นอัจฉริยะ แต่ถ้าคุณตัดสินปลาโดยความสามารถในการปีนต้นไม้ทั้งชีวิต มันจะคิดว่ามันโง่”

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

ปลาไม่ควรที่จะไปปีนต้นไม้ตั้งแต่แรก, ถามตัวเองให้เยอะๆว่าเป้าหมายของเราคืออะไร (คือถ้าเป้าหมายคือการเป็นคนร่ำรวยและมีคนติดตามหลายล้านคนจริงๆ อันนั้นก็ลุยตามนั้น) และหยุดทำร้ายตัวเองด้วยการเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่นได้แล้ว

Tags:

rat raceกดดันจากงานกดดันจากสังคมการวิ่งตามความสุขความคาดหวังตามหาตัวเองไม่เจอตามเขาไม่ทันทำยังไงถึงไม่มีความทุกข์ทำไมคนอื่นถึงรวยทำไมไม่มีความสุขทุกคนเป็นอัจฉริยะ แต่ถ้าคุณตัดสินปลาโดยความสามารถในการปีนต้นไม้ทั้งชีวิต มันจะคิดว่ามันโง่วิ่งตามความสุขยิ่งทุกข์สังคมคาดหวังอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์อายุน้อยร้อยล้านเกิดมาทำไม

Share Article

Follow Me Written By

sopons

Writer / Columnist (Salmon Books, 101.world, The Matter, Beartai, The People, a day Bulletin, CapitalRead, GQ, Billion Brands)

Other Articles

Previous

ไม่เก่ง แต่ยังอวดเก่ง : รู้จัก Dunning-Kruger Effect ทฤษฎีจิตวิทยาที่อธิบายว่าทำไม ‘คนไม่รู้ว่าตนเองไม่รู้’

Next

สติแตกซ่าน โฟกัสไม่ได้ : ลองใช้ Pomodoro Technique ที่จะช่วยทำให้งานเสร็จและชีวิตมีประสิทธิภาพ

Next
August 24, 2022

สติแตกซ่าน โฟกัสไม่ได้ : ลองใช้ Pomodoro Technique ที่จะช่วยทำให้งานเสร็จและชีวิตมีประสิทธิภาพ

Previews
August 21, 2022

ไม่เก่ง แต่ยังอวดเก่ง : รู้จัก Dunning-Kruger Effect ทฤษฎีจิตวิทยาที่อธิบายว่าทำไม ‘คนไม่รู้ว่าตนเองไม่รู้’

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts

อายุไม่น้อย ร้อยล้านก็ไม่มี : ใช้ชีวิตให้มี ‘ความสุข’ ยังไง ในโลกที่ใครก็ประสบความสำเร็จซะหมด

by sopons
August 7, 2022
SOPON’S BLOG

STUFF WORTH READING

© 2022, All Rights Reserved.

Quick Links

  • Contact
  • About

Category

  • Self-Improvement
  • Technology
  • Business
  • Thoughts
  • Psychology

Follow

Facebook Twitter Youtube Instagram
  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Business
    • Technology
    • Inspiration
    • Books
    • Life Style
    • Startups
    • Thoughts
    • Travel
  • About
  • Contact