SOPON’S BLOG
“สุขมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น และสงบมากขึ้น” : เปิดประสบการณ์ ‘No Spend Year’ ของนักข่าวฟรีแลนซ์ที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยกับปี 2024 ที่ตัดค่าใช้จ่ายเหลือแค่ที่จำเป็น
November 28, 2024
ด้านมืดของ ‘บริโภคนิยม’ จากสารคดี ‘Buy Now! The Shopping Conspiracy’ มนุษย์โหมบริโภค โลกจึงกลายเป็นกองขยะ
November 27, 2024
อย่าให้สังคมกำหนดว่าเรา ‘ต้องมีอะไร’ ถึงจะมีความสุข
November 27, 2024
แม้ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายมีทุกวัน : 5 อย่างที่ต้องเตรียมพร้อมด้านการเงิน เมื่อตลาดแรงงานไม่มั่นคง
November 27, 2024
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่วางหินวันละก้อน
November 26, 2024
Facebook Twitter Youtube Instagram Medium Bootstrap
SOPON’S BLOG

Type and hit Enter to search

  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Tech
    • Business
    • Thoughts
    • Science
    • Startups
    • Lifehack
    • People
    • Travel
    • Inspiration
  • Podcast
  • About
  • Contact
  • Follow
    • Facebook
    • Twitter
    • Instagram
    • Blockdit
    • Telegram
FeaturedSelf-ImprovementTed Talks

6 บทเรียนการถูกปฏิเสธ 100 ครั้ง ​: ชีวิตที่คุณต้องการอาจจะห่างออกไปแค่การตัดสินใจเพียงครั้งเดียว

sopons
October 24, 2022 2 Mins Read
1.5K Views
0 Comments

เมื่อเขาอายุ 6 ขวบ เจีย เจียง (Jia Jiang) เด็กชายสัญชาติจีนที่ปักกิ่งได้รับประสบการณ์ที่ทำให้เขาลืมไม่ลงไปตลอดชีวิต

คุณครูประจำชั้นมีไอเดียในการมอบของขวัญให้เด็ก ๆ ที่น่าสนใจ ในชั้นประถมมีเด็กทั้งหมด 40 คน คุณครูจะให้เด็กออกมาหน้าชั้นทีละคนแล้วเรียกชื่อเพื่อนในห้องที่ทำความดี เพื่อนคนที่ถูกเรียกชื่อก็เดินของมาเอาของขวัญได้

40 คน เหลือ 20 คน เจียงคิดว่าเพื่อนคงจะเรียกชื่อเขาเป็นคนต่อไป แต่ก็ไม่ใช่ จนเหลือ 10 คน ก็ยังไม่มีใครเรียกชื่อเขา ความกังวลเริ่มเข้ามาจับที่หัวใจน้อย ๆ ของเด็กชายคนนั้น จนสุดท้ายเหลืออยู่ 3 คน และเจียงก็เป็นหนึ่งในนั้น และคำชมเชยก็หยุดลง

เจียงร้องไห้เสียใจ คุณครูบอกเพื่อน ๆ “ใครสักคนก็ได้ พูดอะไรดีๆเกี่ยวกับนักเรียนพวกนี้หน่อยซิ”

แต่ทั้งห้องก็เงียบ ด้วยความสงสารครูเลยบอกว่า “งั้นพวกเธอก็ไปหยิบของขวัญมาเลยละกัน แล้วปีนี้ก็ทำตัวดี ๆ หล่ะ ปีหน้าอาจจะมีคนพูดอะไรดี ๆ เกี่ยวกับพวกเธอบ้าง”

โอ้วโหว…มันเป็นประสบการณ์ที่โหดร้ายที่ฝังอยู่ในตัวของเจียงมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาเรียนรู้ว่าการไม่ถูกเลือกและถูกปฏิเสธมันเจ็บปวดใจมากขนาดไหน มันเหมือนถูกล้อเลียนและคุณค่าในตัวเขาถูกทุบจนแตกสลายไปจนหมด ต่อจากนั้นมาเขาพยายามหลีกเลี่ยงและวิ่งหนีการถูกปฏิเสธมาโดยตลอด


8 ปีต่อมาเมื่ออายุได้ 14 ปี เขามีโอกาสไปฟัง บิล เกตส์ (Bill Gates) กล่าวสุนทรพจน์ที่เมืองปักกิ่งและรู้สึกว่าเกตส์เป็นคนที่น่าทึ่งมาก กลับบ้านมาคืนนั้นเขาตั้งเป้าหมายในชีวิตว่า ‘ภายในอายุ 25 ปี เขาจะสร้างบริษัทและซื้อ Microsoft ให้ได้’

มันเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่ และสองปีต่อมาเขามีโอกาสมาเรียนต่อที่อเมริกาและก็ตั้งใจว่านี่แหละคือสิ่งที่จะทำให้เขาตามความฝันจนเป็นจริงได้

แต่ 14 ต่อมาเขาอายุ 30 ปี ความฝันที่จะซื้อ Microsoft ไม่ได้เกิดขึ้น แม้แต่ความฝันในการเป็นผู้ประกอบการเจ้าของธุรกิจก็ไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ เขาเรียนจบและทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่บริษัทแห่งหนึ่ง แล้วก็รู้สึกว่าตัวเอง ‘ติด’ อยู่กับที่ ไปไหนไม่ได้และไม่พอใจกับชีวิตเลย

เขาก็ถามตัวเองว่าทำไม? ไม่ใช่เพราะไม่อยากทำ เพราะเด็กชายวัย 14 ปีที่อยากสร้างอะไรบางอย่าง อยากประสบความสำเร็จในชีวิตยังมีอยู่ แต่เขากลับกลัวทุกครั้งที่จะเริ่มอะไรใหม่ ๆ อยากนำเสนอแผนงาน หรือพูดต่อหน้าคนอื่น ๆ ความกลัวของเด็กชาย 6 ขวบที่ถูกปฏิเสธก็จะผุดขึ้นมาและกดเขาให้ติดอยู่กับที่ตลอด

แต่เขาก็ตัดสินใจครับว่าจะลองเปิดบริษัทของตัวเองและไปขอทุนเหมือนสตาร์ทอัพอื่น ๆ นั่นแหละ และแน่นอนเขาก็ถูกปฏิเสธ มันทำให้เขาเสียใจมาก มากจนอยากจะล้มเลิกทุกอย่าง แล้วก็เขาก็นึกถึงวันที่ได้ฟังเกตส์พูดที่ปักกิ่งวันนั้นแล้วก็ตั้งคำถามว่า ‘ถ้าเป็นเกตส์จะยอมแพ้เหรอ? จะมีผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ คนไหนยอมแพ้อย่างนี้บ้าง?’

เขาลุกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง จะไม่ยอมปล่อยให้เด็กหกขวบคนนั้น มากำหนดชีวิตผมอีกต่อไป และก็ไปเจอเว็บไซต์ที่เรียกว่า rejectiontherapy.com เข้า ซึ่งเป็นเกมส์ สร้างขึ้นมาโดยผู้ประกอบการชาวแคนาดา ชื่อว่า เจสัน คัมลี่ ซึ่งใน 30 วันให้คุณออกไป แล้วไปหาการปฎิเสธทุกๆวัน จนสุดท้ายคุณจะชินชากับการถูกปฏิเสธและจะเลิกกลัวมันไปเลย

เจียงชอบไอเดียนี้มาก แต่เขาบอกว่า 30 วันมันน้อยไป เขาทำ 100 วันเลยละกัน และก็ทำบล็อกเขียนเกี่ยวกับมันด้วย และนี่คือสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จาก ‘การถูกปฏิเสธ 100 ครั้ง’ จนมันเป็นประสบการณ์เปลี่ยนชีวิตของเขาให้กลายเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง นักพูดให้แรงบันดาลใจให้กับคนหลายล้านคนผ่านเวที Ted Talk และผู้ประกอบการอย่างที่ตัวเองตั้งใจไว้สำเร็จแล้ว


  1. อย่าเพิ่งวิ่งหนี

ภารกิจ ‘การถูกปฏิเสธ 100 ครั้ง’ แรกคือ ขอยืมเงินคนแปลกหน้า $100 (ประมาณ 3,800 บาท)’ ซึ่งวันนั้นเขาก็ประหม่ามาก ขนลุก หัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาจากหน้าอก เขาสูดหายใจลึก ๆ แล้วเดินดุ่ม ๆ ไปหาชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์บริษัท

เจียง : “คุณครับ ผมขอยืม 100 ดอลลาร์ได้ไหม?”
ชายคนนั้น : “ไม่ได้…เอาไปทำไม?”

เจียงงึมงำ “อ๋อ ไม่ได้เหรอครับ? ขอโทษนะครับ” แล้วก็เดินหนีไปเลย

เขารู้สึกอาย ขายหน้า แต่ระหว่างนั้นเขาก็อัดวิดีโอของตัวเองไปด้วยเพื่อจะได้เห็นปฏิกิริยาของตัวเอง คืนนั้นเขานั่งวิดีโอนั้นซ้ำ ๆ แล้วเห็นตัวเองที่กลัวมาก แล้วเขาก็คิดว่าชายคนนั้นก็ไม่ได้ดูน่ากลัวอะไร แถมยังถามเขาด้วยว่า ‘เอาไปทำไม?’ ซึ่งเจียงสามารถใช้โอกาสนี้ในการอธิบายเหตุผลให้เขาฟังก็ได้ แต่เขากลับวิ่งหนี

เขาเห็นเลยว่าทีผ่านมาเขาทำแบบนี้ตลอด เจอปฏิเสธปุ๊บวิ่งหนีทันที

นั่นคือจุดที่เขาตั้งปณิธานว่าวันรุ่งขึ้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะไม่วิ่งหนีอีกต่อไป จะประจันหน้าสู้กับมัน


  1. จงอธิบาย

วันที่สองครับ เขาจะ ‘ขอเติมแฮมเบอร์เกอร์’ ที่ร้านเบอร์เกอร์แห่งหนึ่ง ถ้าใครเคยไปกินเบอร์เกอร์ที่ร้านอย่าง Burger King หรือ KFC มันจะมีออพชั่น ‘Drink Refill’ หรือเติมเครื่องดื่มไม่อั้น อันนี้เจียงจะขอเติมเบอร์เกอร์ครับ หลังจากทานเสร็จเดินกลับไปที่เคาน์เตอ

เจียง : “ผมขอเติมเบอร์เกอร์ได้ไหมครับ?”
พนักงาน : “เติมเบอร์เกอร์? คุณหมายความว่าไงเติมเบอร์เกอร์?”

หลังจากนั้นเขาก็อธิบายให้ฟังว่าก็เหมือนเติมเครื่องดื่ม แต่เป็นเบอร์เกอร์แทน แน่นอนพนักงานที่ร้านตอบปฏิเสธ

แต่ครั้งนี้แทนที่เจียงจะวิ่งหนี เขารวบรวมความกล้าแล้วเริ่มอธิบายและต่อรองครับ

“ผมชอบเบอร์เกอร์ร้านคุณมากเลยนะ ถ้ามีแบบเติมเบอร์เกอร์ด้วยนี้จะเยี่ยมมาก ๆ เลย ผมจะยิ่งชอบพวกคุณเข้าไปอีก”

พนักงานของร้านก็หัวเราะแล้วก็บอกว่าจะไปบอกหัวหน้าให้เผื่อว่าจะมีบริการนี้ในอนาคต

เจียงเดินออกจากร้านแล้วรู้สึกว่า ‘เออ…มันก็ไม่ได้ตายนี่” ความกลัวที่จะวิ่งหนีในวันแรกเริ่มจางหายไป เขาได้เรียนรู้บางอย่างแล้วว่าการถูกปฏิเสธไม่ถึงกับตายและถ้าไม่วิ่งหนีก็จะมีโอกาสอธิบายมุมมองของตัวเองด้วย


  1. บางครั้งเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

วันที่สามเขาไปที่ร้านโดนัทคริสปี้ครีมครับ ครั้งนี้เขาขอให้ทางร้านทำโดนัทเชื่อมกันเป็นสัญลักษณ์โอลิมปิกครับ (แต่ละอย่าง!) เจียงก็คิดในใจว่าเขาก็คงถูกปฏิเสธอีกนั่นแหละ แต่ก็ไม่เป็นไรเขาเตรียมรับมือแล้ว

แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือพนักงานขายมารวมตัวกันแล้วนั่งวางแผนกันว่าจะเอาแป้งมาเชื่อมกันยังไงแล้วทอดยังไงดี จริงจังเลย

15 นาทีต่อมา พนักงานก็เอากล่องคริสปี้ครีมออกมาให้ ข้างในมีโดนัทห้าวงเป็นสัญลักษณ์โอลิมปิกให้เขาได้สำเร็จ มันเป็นเรื่องน่าตกใจ เขาก็ตกใจ พนักงานก็ตกใจว่าทำได้จริง ๆ

เขาเอาวิดีโอนั้นลงยูทูปและมีคนเข้ามาดูถึง 5 ล้านคน โลกก็ตกใจเหมือนกัน และหลังจากนั้นคนก็เริ่มมาติดตามภารกิจถูกปฏิเสธ 100 วันของเขามากขึ้นเรื่อย ๆ ได้ลงหนังสือพิมพ์ รายการทอล์กโชว์ กลายเป็นคนดังไปเลย หลายๆคนส่งอีเมล์หาเขา บอกว่า “สิ่งที่คุณทำ มันสุดยอดไปเลย”

แต่เป้าหมายของเขาไม่ใช่ชื่อเสียง แต่เป็นการเอาชนะเด็กหกขวบคนนั้นให้ได้ ยังเหลืออีกหลายวันกว่าภารกิจจะสำเร็จ แต่หลังจากนั้นเขาก็เริ่มสนุกกับมันแล้ว


  1. เวทย์มนต์ของคำว่า ‘ทำไม’

ระหว่างทำภารกิจวันหนึ่งที่ต้อง ‘ขอเข้าไปปลูกต้นไม้ที่สวนหลังบ้านคนแปลกหน้า’ เขาไปเคาะประตูบ้านของชายคนหนึ่ง ชายคนนั้นปฏิเสธเขาอย่างสุภาพ ซึ่งแน่นอนตอนนี้เจียงเริ่มทำว่า ‘ผมขอรู้เหตุผลได้ไหมว่าทำไมครับ?’

สำหรับคนที่ถูกปฏิเสธคงรู้ว่าดีความรู้สึกที่เลวร้ายที่สุดไม่ใช่แค่การถูกปฏิเสธเท่านั้น แต่มันคือ ‘การไม่รู้เหตุผลว่าทำไมตัวเองถึงถูกปฏิเสธ’

ชายคนนั้นก็อธิบายว่าเขามีหมาตัวหนึ่งที่ชอบขุดดิน ถ้าเจียงเอาต้นไม้ไปปลูกก็ตายอยู่ดี เสียดายด้วย ลองไปคุยกับบ้านตรงกันข้ามฝั่งถนนไหม บ้านนั้นชอบต้นไม้มากเลย

เขาไปเคาะประตูบ้านตรงข้ามแล้วเจ้าของบ้านก็ยินดีมากที่เจียงจะเอาต้นไม้มาปลูกที่สวนด้วย

เจียงเข้าใจแล้วว่าคนอื่นมีเหตุผลในการปฏิเสธ การคิดไปเองว่าตัวเองถูกปฏิเสธเพราะไม่ดีพอ อีกฝ่ายไม่เชื่อใจ แปลก แตกต่าง หรืออะไรก็ตามบางทีไม่ใช่เรื่องจริงเลย แต่เป็นเพราะสิ่งที่เจียงเสนอ ไม่ตรงกับสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการมากกว่า และอีกฝ่ายก็เชื่อใจมากพอที่จะบอกต่อว่าควรไปที่ไหนด้วย


  1. สร้างความเชื่อใจ

วันหนึ่งเขาเดินไปที่สตาร์บัคส์เพื่อไป ‘ขอเป็นคนยืนต้อนรับหน้าร้าน’ พนักงานสตาร์บัคส์หน้าเหวอไปเลยครับ อะไรคือคนยืนต้อนรับหน้าร้าน เจียงก็อธิบายให้ฟังว่าก็คนยืนต้อนรับลูกค้าเวลาเดินเข้าร้าน ทักทายนู้นนั่นนี้

พนักงานคนนั้นก็ทำหน้าคิดหนักเลย เจียงเลยพูดว่า ‘มันแปลกใช่ไหม?’ พนักงานก็ตอบ ‘แปลกมากเลยหล่ะ’ แล้วเจียงก็หัวเราะ แต่หลังจากนั้นท่าทีของพนักงานก็เปลี่ยนไปแล้วบอกเจียงว่า ‘ลองทำก็ได้นะ แต่อย่าแปลกเกินไปละกัน’

เจียงอธิบายว่าพูดออกไปว่า ‘มันแปลกใช่ไหม?’ เป็นเหมือนการทำลายกำแพงของความแตกต่างระหว่างเขากับพนักงานคนนั้น คือเจียงรู้ว่ามันแปลกและก็ทราบดีว่าอีกฝ่ายก็คิดว่ามันแปลกเหมือนกัน งันก็แสดงว่าทั้งคู่ก็คิดเหมือนกันนั่นแหละ เป็นการสร้างความเชื่อใจว่าเจ้านี้มันก็ไม่ได้แปลกมากอะไร


  1. เราแค่ต้องถาม (อาจจะไม่ใช่ครั้งเดียว)

ครอบครัวของเจียงทำอาชีพอาจารย์มาสี่รุ่น คุณยายของเขาก็อยากให้เขาเป็นครู แต่ส่วนตัวเขาอยากเป็นผู้ประกอบการมากกว่า แต่ก็มีความฝันว่าอยากสอนสักครั้งเหมือนกัน

เขาเลยคิดว่างั้น ‘ลองไปขอสอนเด็กมหาวิทยาลัยได้ไหม?’ ก็ไปเคาะห้องอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย University of Texas, Austin (เพราะอยู่ที่เมืองนั้น) แล้วก็ขอสอนคลาสหนึ่ง อาจารย์ก็บอกไม่ได้ เขาก็พยายามอธิบาย แต่ก็ยังไม่ได้สุดท้ายก็กลับไป แล้วก็กลับมาอีกครั้ง ครั้งนี้ก็ยังถูกปฏิเสธเหมือนเดิม

แต่เขาก็กลับมาอีกครั้งเป็นครั้งที่สาม ตอนนี้เขาก็กลับมาพร้อมกับเพาเวอร์พ้อยท์และสิ่งที่จะสอน อาจารย์ก็รู้สึกว่า ‘เออ..น่าจะใช้ได้ งั้นอีกสองเดือนกลับมาใหม่ เดี๋ยวจะจัดคลาสให้สอน”

สองเดือนต่อมาเขาก็กลับมาสอนอย่างเต็มที่เกี่ยวกับเรื่องประสบการณ์ที่ถูกปฏิเสธมาเป็นร้อยครั้งนี่แหละ หลังจากสอนเสร็จเขาร้องไห้เลยและบอกกับต้วเองว่าเขาทำตามความฝันได้แล้ว เขาเอาชนะเด็กชายวัยหกขวบคนนั้นได้แล้วจริง ๆ


คนที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในโลกไม่ว่าจะเป็น มาร์ติน ลูเทอร์ คิง จูเนียร์, มหาตมา คานธี, เนลสัน แมนเดลา, บิล เกตส์, สตีฟ จ๊อบส์, ไอน์สไตน์, โรซา ปาร์คส์ ฯลฯ ต่างเคยถูกปฏิเสธมาทั้งหมด แต่ไม่เคยให้การถูกปฏิเสธมาเป็นตัวกำหนดเส้นทางเดินของชีวิตพวกเขาเลย

บทเรียนของเจียงทำให้เห็นว่าการถูกปฎิเสธสามารถเปลี่ยนมาเป็นโอกาสได้ เป็นเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจช่วยคนอื่นๆ ให้เอาชนะกับความกลัวกับการถูกปฎิเสธได้

ถ้าตอนนี้คุณกำลังกลัวการถูกปฏิเสธ กำลังเผชิญหน้าอุปสรรค กลัวจะล้มเหลว ขอให้ย้อนกลับมาดูเรื่องราวของเจียง มองดูว่ามันเป็นโอกาส อย่าเพิ่งวิ่งหนี โอบกอดมันไว้ มันอาจจะเป็นของขวัญและเปลี่ยนชีวิตคุณเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นกับเจียงก็ได้

ชีวิตที่คุณต้องการอาจจะห่างออกไปแค่การตัดสินใจเพียงครั้งเดียว

Jia Jiang: What I learned from 100 days of rejection | TED Talk

https://www.youtube.com/watch?v=7Ax2CsVbrX0

Tags:

featuredjia jiangself-improvementTed Talksบทความพัฒนาตนเองบทความสำหรับคนทำงานบทความให้แรงบันดาลใจบทเรียนจากการถูกปฏิเสธ 100 ครั้งเจีย เจียงเอาชนะการถูกปฏิเสธเอาชนะความกลัว

Share Article

Follow Me Written By

sopons

Writer / Columnist (Salmon Books, 101.world, The Matter, Beartai, The People, a day Bulletin, CapitalRead, GQ, Billion Brands)

Other Articles

Previous

สิ่งที่ควบคุม (ไม่) ได้ : ทางเลือกและสงครามที่ไม่มีวันชนะ

Next

ใช้ชีวิตเหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง : พลังของการคาดการณ์ความเสียดาย ที่ช่วยผลักให้เราเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

Next
October 25, 2022

ใช้ชีวิตเหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง : พลังของการคาดการณ์ความเสียดาย ที่ช่วยผลักให้เราเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

Previews
October 23, 2022

สิ่งที่ควบคุม (ไม่) ได้ : ทางเลือกและสงครามที่ไม่มีวันชนะ

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts

4 อย่างในชีวิตที่เสียเวลาที่สุด : นอกจากจะเสียเวลาแล้ว ยังเสียพลังชีวิตไปด้วยอีกต่างหาก

by sopons
November 4, 2022

10 เทรนด์กลยุทธทางเทคโนโลยีแห่งปี 2020 ที่แนะนำโดย Gartner

by sopons
October 23, 2020

3 ทศวรรษของ The Mac Portable – โปรดักส์ล้มเหลวที่ทำให้ Apple MacBook มายืนอยู่ตรงนี้

by sopons
October 17, 2020

ความแตกต่างไม่ใช่เรื่องไม่ดี : ไม่แต่งงาน ไม่มีลูก ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่แปลกคือคนที่คิดว่ามันแปลกมากกว่า

by sopons
August 5, 2022
SOPON’S BLOG

STUFF WORTH READING

© 2022, All Rights Reserved.

Quick Links

  • Contact
  • About

Category

  • Self-Improvement
  • Technology
  • Business
  • Thoughts
  • Psychology

Follow

Facebook Twitter Youtube Instagram
  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Business
    • Technology
    • Inspiration
    • Books
    • Life Style
    • Startups
    • Thoughts
    • Travel
  • About
  • Contact