อ่านได้ครึ่งเล่มละ แนะนำเลย แบบ…ร้องว้าวในใจหลายครั้งมาก ทั้งเรื่องของความรู้สึกจนก็เหมือนกับจนจริงๆ หรือทำไมเราถึงหยุดเปรียบเทียบกับคนอื่นไม่ได้ หรือความเหลื่อมล้ำทำให้เกิดความแตกแยกทางการเมืองได้ยังไง หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีทางออกเรื่องความเหลื่อมล้ำ แต่เป็นหนังสือที่จะทำให้คุณเข้าใจว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้น และเข้าใจต้นตอของความคิดที่อยู่ในหัวของเรา คนที่อินจิตวิทยาจะมันมาก คนที่สนใจประเด็นเรื่องความเหลื่อมล้ำจะเปิดโลกเลย ฟินนนน
คำตอบแรกที่คนมักพูดทีเล่นทีจริงก็คือ “เขามีไทม์แมชชีน” และรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง บางคนก็บอกว่าเขาเป็นหมอดูที่มีลูกแก้วทำนายอนาคต บ้างก็บอกเป็นพ่อมดที่มีเวทมนต์คาถา ฯลฯ
Gartner บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชื่อดังได้ตีพิมพ์บทความ “Gartner Top 10 Strategic Technology Trends for 2020” ซึ่งเป็นบทความที่ว่าด้วยเทรนด์ของเทคโนโลยีที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบประเด็นเหล่านี้และธุรกิจที่พึ่งพาเทคโนโลยีไม่ว่าด้านใดก็ตาม ประเด็นที่ Gartner กล่าวถึงมีทั้ง Hyperautomation, Blockchain, AI security, Distributed Cloud และ Autonomous things ซึ่งกำลังก่อให้เกิด disruption และสร้างโอกาสสำหรับเทรนด์กลยุทธทางเทคโนโลยีในปีนี้
Facebook เป็นบริษัทที่ใหญ่มาก ทั้งในเรื่องของมูลค่าทางตลาดและการเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้ใช้งานทั่วโลก ถ้าเปรียบโลกใบนี้เป็นมหาสมุทร จะบอกว่าพวกเขาเป็นวาฬสีน้ำเงิน สิ่งมีชีวิตที่ขนาดใหญ่ที่สุดในนี้ก็ไม่ผิดอะไรนัก และถึงแม้จะมีศัตรูอยู่บางในบริเวณใกล้เคียง แต่ก็แทบจะไม่มีนักล่าคนไหนที่สามารถทำอันตรายมันได้เลย ซึ่งถ้าใครเคยอ่านนิทาน Pinocchio คุณผมเราท่านที่ใช้งานกว่า 2.3 พันล้านคนทั่วโลกก็เหมือนนั่งอยู่ในท้องวาฬตัวนี้ เขาอยากพาไปไหนก็ต้องไปด้วยกันนี้แหละ
จำนวนประชากรของโลกในตอนนี้อยู่ที่ราวๆ 7.6 พันล้านคน ในตอนนี้เรายังมีอาหารเพียงพอสำหรับโลกใบนี้ แต่สิ่งนั้นกำลังจะเปลี่ยนไป นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าประชากรของโลกจะเพิ่มเป็น 11.2 พันล้านคนภายในปีก 2100 โดยที่ UN รายงานว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นจะมาจากเพียง 9 ประเทศของโลก : อินเดีย, ไนจีเรีย, คองโก, ปากีสถาน, เอธิโอเปีย, แทนซาเนีย, อเมริกา, ยูกันดา และ อินโดนีเซีย โดยอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรนั้นสูงกว่าในประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง และลดลงในประเทศที่รายได้ประชากรสูงขึ้น
ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่ใช้ชีวิตอยู่เหมือนคนส่วนใหญ่ในโลกปัจจุบัน สิ่งที่ทุกคนแทบต้องเจอคือมีอะไรให้ทำมากมายแต่เวลามีไม่มากพอ และคุณก็รู้ว่าตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องนั่งลงทำมันแล้วแต่ก็ติดนู้นติดนี้ไม่ได้ทำซะที เมื่อไหร่ก็ตามที่พยายามอยากมุ่งมั่นตั้งโฟกัส บางอย่างก็มาทำให้ออกนอกลู่นอกทางไขว้เขวอยู่เสมอ บางครั้งอาจจะเป็น notifications บนสมาร์ทโฟน ข้อความจากเพื่อนชวนไปแฮงค์เอาท์ บางทีอาจจะเป็นกองเสื้อผ้าที่พูนสูงขึ้นอยู่มุมห้องต้องเอาไปซัก ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้คือสิ่งรบกวนที่ทำให้เสียสมาธิ และมันเป็นตัวขัดขวางที่จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายที่อยากทำตั้งแต่แรก
หลังจากที่เข้าไปส่องเว็บไซต์ http://creator.rest ผมสรุปได้คำเดียวเลยว่า “หุ่นยนต์ทำเบอร์เกอร์คือเจ๋งสุดๆไปเลย” อยากได้เอามาตั้งไว้ในครัวเพื่อทำเบอร์เกอร์ที่สุดแสน “perfect” ชั่งตวงตัดหั่นราดซอสที่เป๊ะๆตามที่เราต้องการ ไม่ขาดไม่เกิน
ในตอนนี้แลปท็อปของ Apple (ไม่ว่าจะเป็นตระกูล Air หรือ Pro) ถือว่าเป็นสินค้าที่บ่งบอกว่าพวกเขานั้นเป็นหนึ่งในผู้นำด้านนี้ไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งตัวดีไซน์ ขุมพลังด้านใน และเทคโนโลยีต่างๆที่ใส่เข้ามา ล้วนทำให้ผู้ใช้งานมากมายชื่นชอบสินค้าตัวนี้ของพวกเขา แต่ใครจะรู้บ้างว่าก่อนจะมาถึงจุดนี้ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเลย
Google และ Facebook, สองยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยี, ประกาศอนุญาตให้พนักงานของพวกเขาทำงานจากบ้านได้จนถึงสิ้นปี Twitter เองก็แจ้งในอีเมลถึงพนักงานของบริษัทว่าสามารถทำงานจากบ้านได้ “ตลอดไป” หรือ “ตราบเท่าที่เห็นควร” ออฟฟิศก็ยังพร้อมจะเปิดรับ หรือจะทำงานที่บ้านต่อไปก็แล้วแต่การตัดสินใจของตัวพนักงานเองเพราะที่ผ่านมาประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานก็ไม่ได้ลดลง จึงไม่เห็นว่าการเข้าออฟฟิศเป็นเรื่องที่สำคัญเท่าไหร่อีกต่อไป
“ถ้ามีคนอื่นกระโดดลงจากหน้าผา คุณต้องโดดด้วยไหม?” นี่คือคำถามที่ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินผ่านหูมาไม่มากก็น้อย ผมจำได้ว่าเตี่ยเคยพูดอะไรแบบนี้ตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นช่วงติดเพื่อน มันทำให้ผมฉุกคิดว่าพฤติกรรมของเราไม่ควรเอาไปยึดติดกับคนอื่นๆ ถึงแม้ว่าเราจะรู้สึกว่าสิ่งที่พวกเขาทำในเวลานั้นดู “มีเหตุผล” อะไรบางอย่างก็ตามที