SOPON’S BLOG
“สุขมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น และสงบมากขึ้น” : เปิดประสบการณ์ ‘No Spend Year’ ของนักข่าวฟรีแลนซ์ที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยกับปี 2024 ที่ตัดค่าใช้จ่ายเหลือแค่ที่จำเป็น
November 28, 2024
ด้านมืดของ ‘บริโภคนิยม’ จากสารคดี ‘Buy Now! The Shopping Conspiracy’ มนุษย์โหมบริโภค โลกจึงกลายเป็นกองขยะ
November 27, 2024
อย่าให้สังคมกำหนดว่าเรา ‘ต้องมีอะไร’ ถึงจะมีความสุข
November 27, 2024
แม้ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายมีทุกวัน : 5 อย่างที่ต้องเตรียมพร้อมด้านการเงิน เมื่อตลาดแรงงานไม่มั่นคง
November 27, 2024
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่วางหินวันละก้อน
November 26, 2024
Facebook Twitter Youtube Instagram Medium Bootstrap
SOPON’S BLOG

Type and hit Enter to search

  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Tech
    • Business
    • Thoughts
    • Science
    • Startups
    • Lifehack
    • People
    • Travel
    • Inspiration
  • Podcast
  • About
  • Contact
  • Follow
    • Facebook
    • Twitter
    • Instagram
    • Blockdit
    • Telegram
StartupsTechTravel

5G and How it will change our lives – ระบบสื่อสารไร้สายยุคที่ 5 ที่จะมาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราในอนาคต

sopons
October 23, 2020 2 Mins Read
799 Views
0 Comments

ลองคิดภาพ “นั่งเล่นเกมส์ออนไลน์ที่เชื่อมต่อกับผู้เล่นมากมายบนโลกใบนี้ด้วย VR Headset หรือ Smartphone แบบ Real-time ไม่มีการกระตุก ไม่มีหน่วง ในขณะเดียวกันที่นั่งอยู่ในรถยนต์ไร้คนขับที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง”

หลายคนอาจจะบอกว่านี่มันหนัง Sci-fi โลกอนาคตเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าผมจะบอกคุณว่าระบบสื่อสารไร้สายยุคที่ 5 หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า 5G จะทำเรื่องนี้ให้เป็นจริงได้คุณจะเชื่อไหม? ไม่ใช่แค่การเล่นเกมส์เท่านั้น อนาคตของทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเรากำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาลในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ถ้าเรายกโทรศัพท์ขึ้นมาดูเราจะเห็นตัวสัญลักษณ์ที่เขียนว่า 4G หรือบางครั้งก็ 3G (หวังว่าคงไม่มี 2G หลงเลืออยู่แล้วนะ) ซึ่งทุกคนก็รู้ว่านี่มันเป็นตัวบ่งชี้ถึงความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลตามสัญญาณโทรศัพท์ ยิ่งตัวเลขสูงก็ยิ่งเร็วมากขึ้นไปด้วย คอนเซ็ปของเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เข้าใจง่าย โดย G นั้นหมายถึง Generation หรือ “ยุค” และแต่ละยุคระบบสื่อสารไร้สายก็หมายถึงระดับความเร็วในการสื่อสารของเครือข่ายที่จะบอกว่าอยู่ในยุคที่เท่าไหร่

1G – ทำให้เราพูดคุยกันผ่านโทรศัพท์มือถือ
2G – ทำให้เราส่งข้อความหากันได้
3G – มีอินเตอร์เน็ท
4G – ทำให้เราเห็นภาพและเสียง
5G – เชื่อมต่อทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้

บางคนอาจจะบอกว่า 5G ก็คงไม่ต่างกับ 4G เท่าไหร่ อาจจะเร็วกว่าหรือเสถียรกว่า แต่ที่จริงแล้วมันเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่เลยก็ว่าได้ เพราะการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่างๆกับอินเตอร์เน็ตจะเปลี่ยนไปและที่สำคัญการเชื่อมต่อหากันเองของอุปกรณ์เหล่านี้ ซึ่งตอนนี้อุปกรณ์ไอทีแทบทุกอย่างก็เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว แต่แล้วทำไมหล่ะ 5G มันสำคัญยังไงกัน?

อย่างแรกเลยคือเรื่องความเร็ว ซึ่งเร็วกว่า 4G อย่างที่เรียกว่าเทียบกันไม่เห็นฝุ่น โดย 5G จะมีความเร็วประมาณ 20Gbps เทียบกับ 4G แล้วจะเร็วกว่า 100-200 เท่า! (4G อยู่ที่ 10-20 Mbps) ถ้าเปรียบเทียบเป็นภาพยนต์ HD สักเรื่องบน 4G ถ้าไปอยู่บน 5G ก็จะดูหนังแบบ 8K ได้ประมาณ 400 เรื่องในเวลาเดียวกัน และนั้นอาจจะฟังดูน่าทึ่งแล้วในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่จบเท่านั้น สิ่งที่ทำให้ 5G นั้นน่าสนใจคือ Low Latency Rate หรือความไวในการตอบสนองของข้อมูล สามารถสั่งงานควบคุมสิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็ว หรือเรียกว่าแทบจะทันที จากตอน 4G เฉลี่ยใช้งานจริงจะอยู่ราว 100-200ms แต่เมื่อเป็น 5G จะลดลงไปถึง 100 เท่า เหลือน้อยกว่า 1ms ทางทฤษฎี อธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือทุกอย่างที่อยู่บน 5G จะสามารถตอบสนองได้แบบ real-time คุณสามารถที่จะตอบสนอง พูดคุย สั่งงาน ทุกสิ่งที่คุณเชื่อมต่อด้วยกับคนอื่นๆอย่างไม่มีดีเลย์เลย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมส์ออนไลน์กับคนทั่วโลก ตอบสนองใน Virtual Reality กับคนอื่นๆได้อย่างไม่สะดุด อาจจะใส่เฮดเซ็ทแล้วบังคับโดรนหรือรถยนต์ที่อยู่อีกที่หนึ่งของโลก หรือให้น่าสนใจขึ้นไปอีกคือให้รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเองไปเลย

นั้นก็นำมาซึ่งการพัฒนาอีกอย่างหนี่งที่ 5G จะทำให้เป็นจริงได้คือระบบขนส่งที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเชื่อมต่อกันด้วยอินเตอร์เน็ต รถยนต์ไร้คนขับเหล่านี้จะส่งข้อมูลหากัน รับส่งสัญญาณจากไฟจราจร เซนเซอร์บนถนน โดรนที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ฯลฯ ลองนึกดูว่ามนุษย์สามารถตอบสนองด้วยความเร็วประมาณ 200-300 ms เรายังมีผิดพลาดและเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่ถ้ารถยนต์ที่ขับเคลื่อนบนท้องถนนใช้ 5G และด้วยความเร็วในการตอบสนองที่ 1 ms สิ่งที่อาจจะหายไปไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ แต่จะรวมไปถึงการจราจรที่ติดขัดด้วย เพราะรถยนต์เหล่านี้จะสามารถส่งข้อมูลถึงกันใน real-time และรู้เลยว่าต้องขับเร็วขนาดไหน ใช้ถนนเส้นไหน โดยผู้โดยสารสามารถนั่งพักอยู่ในเบาะหลังได้อย่างสบายใจ

นอกจากเรื่องยานพาหนะแล้วก็ยังมีเรื่องอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตทั้งหลายที่จะได้ประโยชน์ ลองคิดถึงหุ่นยนต์ที่ใช้ในการทำการผ่านตัด อุปกรณ์เหล่านี้สามารถถูกควบคุมโดยนายแพทย์อันดับหนึ่งของโลกจากบ้านของตัวเองในอเมิรกา โดยมีผู้ช่วยที่กำลังเดินทางอยู่เมืองไทย และการผ่าตัดเกิดขึ้นที่แอฟริกา นี่คือเรื่องของความเป็นความตายและเทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาช่วยทำให้ชีวิตของคนบนโลกนี้ดีขึ้น

นอกเหนือจากนั้นยังมีหุ่นยนต์ในโรงงานที่สามารถทำงานได้ดีขึ้น ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดรนที่ช่วยในการทำการเกษตรที่รับส่งสัญญาณจากเซนเซอร์ที่อยู่บนพื้นว่าตรงไหนต้องการน้ำ ปุ๋ย ยากำจัดแมลง หรือพร้อมจะเก็บเกี่ยวแล้ว โดยที่มนุษย์ไม่ต้องเข้าไปแตะเลย

5G คืออนาคตที่น่าทึ่ง จึงไม่แปลกใจที่บริษัทต่างๆลงทุนสุดตัวเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีตัวนี้ ภายในปีนี้เราจะเริ่มเห็นโฆษณาของระบบสื่อสารเกี่ยวกับ 5G มากขึ้นเรื่อยๆและในปีหน้า 2020 ก็จะเริ่มต้นใช้งานกันบ้างบางพื้นที่

แม้ว่า 5G จะมีประโยชน์และสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมากมาย ก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีข้อด้อยเลย อย่างแรกที่เราต้องถามก่อนว่า “ทำไมมันถึงได้เร็วขนาดนี้?” คำตอบก็คือว่ามันใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Millimeter Waves ที่ความถี่สูงและความยาวคลื่นสั้นกว่า 4G ซึ่งปัญหาใหญ่ของมันก็คือมันส่งสัญญาณไปไม่ได้ไกลเท่าไหร่ ในคลื่นของ 4G เราอาจจะห่างจากเสาสัญญาณได้ไกลเกือบ 10 กิโลเมตร ส่วน 5G ไกลสุดได้แค่ประมาณ 300 เมตรเท่านั้น แถมยังผ่านผนังไม่ได้และถ้าอากาศไม่ดีฝนตกก็สัญญาณหายได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นทางแก้ไขปัญหานี้ก็คือการสร้างจุดรับส่งสัญญาณขนาดเล็กที่มีเต็มไปหมดทุกแห่งในพื้นที่

โดยการมีจุดรับส่งสัญญาณมากมายแบบนี้นำมาซึ่งประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของ 5G ก็คือสามารถรองรับอุปกรณ์ได้มากขึ้นในขนาดพื้นที่เดียวกันเมื่อเทียบกับ 4G เพิ่มขึ้น 10 เท่าจากที่สามารถรับคนได้ราว 1 แสนคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม. กลายเป็น 1 ล้านคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม.


ถึงตอนนี้หลายคนอาจจะถามว่าอีกนานไหมกว่าเราจะได้เห็นรถยนต์ไร้คนขับบนท้องถนน หุ่นยนต์ที่ทำการผ่าตัดโดยนายแพทย์ผ่านอินเตอร์เน็ต โดรนที่ทำงานแบบอัตโนมัติกับเซ็นเซอร์ในพื้นที่เกษตกรรม คำตอบก็คือ “อีกไม่นานเกินรอ” แล้วหล่ะครับ เพราะภายในปี 2020 เราจะเริ่มเห็น 5G กันมากขึ้นเรื่อยๆ และสองสามปีต่อจากนั้นผู้ใช้งานก็จะได้ทดลองใช้งาน ปรับปรุง แก้ไข พัฒนาและเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทุกอย่างพร้อม ทั้งระบบสัญญาณ ฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ และที่สำคัญคือมนุษย์ เราก็คงได้เห็นว่าโลกอนาคตจะออกมาหน้าตาแบบไหนกันแน่

Tags:

5gdriverless cardronelifetechnologyความเป็นไปได้ความเร็วรถยนต์ไร้คนขับอนาคตโลกอนาคต

Share Article

Follow Me Written By

sopons

Writer / Columnist (Salmon Books, 101.world, The Matter, Beartai, The People, a day Bulletin, CapitalRead, GQ, Billion Brands)

Other Articles

Previous

หลุมพรางแห่งการรวมตัวของ Instagram, WhatsApp และ Facebook Messenger

Next

Corporate Internet หรือ Home Internet, แบบไหนที่ตอบโจทย์กับสิ่งที่คุณกำลังตามหา

Next
October 23, 2020

Corporate Internet หรือ Home Internet, แบบไหนที่ตอบโจทย์กับสิ่งที่คุณกำลังตามหา

Previews
October 23, 2020

หลุมพรางแห่งการรวมตัวของ Instagram, WhatsApp และ Facebook Messenger

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts

When the giant awakes – เมื่อยักษ์ Microsoft ฟื้นคืนชีพภายใต้การนำของ Satya Nadella

by sopons
October 22, 2020

10 เทรนด์กลยุทธทางเทคโนโลยีแห่งปี 2020 ที่แนะนำโดย Gartner

by sopons
October 23, 2020

Trust First, Not Tech for Elections – การเลือกตั้งในประเทศกำลังพัฒนาไม่ต้องการเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าแต่คือความโปร่งใสและเชื่อใจในกระบวนการ

by sopons
October 25, 2020

Data, Privacy and Power – ข้อมูล ความเป็นส่วนตัว และอำนาจ : ใครเป็นเจ้าของข้อมูล รัฐบาล บริษัท หรือผู้ใช้งาน?

by sopons
October 18, 2020
SOPON’S BLOG

STUFF WORTH READING

© 2022, All Rights Reserved.

Quick Links

  • Contact
  • About

Category

  • Self-Improvement
  • Technology
  • Business
  • Thoughts
  • Psychology

Follow

Facebook Twitter Youtube Instagram
  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Business
    • Technology
    • Inspiration
    • Books
    • Life Style
    • Startups
    • Thoughts
    • Travel
  • About
  • Contact