SOPON’S BLOG
“สุขมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น และสงบมากขึ้น” : เปิดประสบการณ์ ‘No Spend Year’ ของนักข่าวฟรีแลนซ์ที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยกับปี 2024 ที่ตัดค่าใช้จ่ายเหลือแค่ที่จำเป็น
November 28, 2024
ด้านมืดของ ‘บริโภคนิยม’ จากสารคดี ‘Buy Now! The Shopping Conspiracy’ มนุษย์โหมบริโภค โลกจึงกลายเป็นกองขยะ
November 27, 2024
อย่าให้สังคมกำหนดว่าเรา ‘ต้องมีอะไร’ ถึงจะมีความสุข
November 27, 2024
แม้ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายมีทุกวัน : 5 อย่างที่ต้องเตรียมพร้อมด้านการเงิน เมื่อตลาดแรงงานไม่มั่นคง
November 27, 2024
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่วางหินวันละก้อน
November 26, 2024
Facebook Twitter Youtube Instagram Medium Bootstrap
SOPON’S BLOG

Type and hit Enter to search

  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Tech
    • Business
    • Thoughts
    • Science
    • Startups
    • Lifehack
    • People
    • Travel
    • Inspiration
  • Podcast
  • About
  • Contact
  • Follow
    • Facebook
    • Twitter
    • Instagram
    • Blockdit
    • Telegram
Self-Improvement

ทำไมชักหน้าไม่เคยถึงหลัง : ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับเรื่องเงิน เพราะเงินในอนาคตอาจไม่มีอยู่จริง

sopons
November 17, 2022 One Min Read
321 Views
0 Comments

ย้อนกลับไปช่วงยุค 90’s มีแรปเปอร์สองคนชื่อ MC Hammer และ Chamillionaire

MC Hammer โด่งดังจากเพลง “U Can’t Touch This” ส่วน Chamillionaire โด่งดังจากเพลง “Ridin’ Dirty” ช่วงนั้นถือเป็นช่วงเวลากอบโกยของทั้งคู่อย่างแท้จริง สร้างรายได้มหาศาล แต่ปลายทางของทั้งสองคนไม่เหมือนกัน

MC Hammer สร้างรายได้ราว ๆ 37 ล้านเหรียญ แต่ตอนที่เขายื่นล้มละลายมีหนี้ติดตัวอยู่ 13 ล้านเหรียญ ส่วน Chamillionaire ช่วงนั้นก็หาเงินได้ระดับหลายล้านเหรียญ แต่เอาไปลงทุนจนตอนนี้มีทรัพย์สินราว ๆ 50 ล้านเหรียญ

นี่เป็นตัวอย่างของหลักแนวคิดทางจิตวิทยาการลงทุนเรียกว่า “Extrapolation Bias” หรือ “อคติของการคาดการณ์ล่วงหน้า” ที่ค่อนข้างชัดเจน คนส่วนใหญ่จะคิดว่า “สิ่งที่ได้รับมาในอดีตจะคงอยู่ต่อไปในอนาคต” (ถ้าสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านต่อได้ตรงนี้ครับ) คนที่เคยได้เท่าไหร่ ก็คิดว่าตัวเองจะได้รับเท่านั้นในอนาคตจะมาถึง

นี่คือความผิดพลาดอย่างหนึ่งที่มักเกิดขึ้นในเรื่องการวางแผนการเงินส่วนตัว ไม่ว่าจะใครก็ตาม (ผมเองก็เป็น) มันเป็นความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับเรื่องเงิน ที่ทำให้คนใช้เงินเกินตัวจากการใช้ข้อมูลในอดีต

เมื่อเราได้รับเงินเป็นประจำทุกเดือนในปริมาณที่เท่า ๆ กัน ก็จะคาดหวังว่าจะได้รับในปริมาณเท่า ๆ กันในอนาคต ซึ่งเป็นปัญหาที่ตามมาของการใช้เงินในอนาคตที่อาจจะไม่เกิดขึ้น สมมุติว่าเงินเดือนผม 15,000 บาท เดือนนี้ใช้ไปหมดแล้วเพราะมีค่าใช้จ่ายซ่อมรถที่เพิ่มเข้ามา ผมก็มองไปยังแหล่งเงินอื่น ๆ ที่มีในมือ บัตรเครดิตมีวงเงิน 10,000 บาท ขอใช้ก่อนละกัน เพราะเดี๋ยวเดือนหน้าก็ค่อยเอาเงินมาจ่ายตอนเงินเดือนออก แล้ววงจรนรกของการจ่ายหนี้อนาคตก็เริ่มขึ้น

เช่นเดียวกับ MC Hammer ผมใช้มากกว่าที่มี เพราะคิดว่าเงินของอนาคตยังไงก็มีแน่นอน

แต่ถ้ามันไม่มีหล่ะ?


ประสบการณ์การเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์

ช่วงที่เป็นนักเขียนแรก ๆ ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะหาเงินจากมันได้จริง ผมเขียนเพราะรู้สึกสนุกและอยากทำ จนกระทั่งวันหนึ่งมันกลายเป็นรายได้หลักให้กับชีวิตของตัวเองได้ ซึ่งก็ใช้เวลาอยู่หลายปีกว่าจะถึงจุดนั้น

พอถึงจุดหนึ่งที่เราสามารถสร้างรายได้ เราก็จะเริ่มชินกับเงินที่เข้ามาในบัญชีในแต่ละเดือน มีความสุขแน่นอนครับเวลาที่เงินเข้า แต่การที่เราเป็นนักเขียนนอก (นักเขียนฟรีแลนซ์ที่ไม่สังกัดสื่อรับเขียนให้ทุกที่) แบบนี้ เงินที่ทางสื่อต่าง ๆ ให้มานั้นเป็นก้อนที่สื่อจะต้องบริหารจัดการ เมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงหรือการรัดเข็มขัดเกิดขึ้นในองค์กร เงินก้อนนักเขียนนอกจะถูกตัดออกเป็นสิ่งแรก ๆ เพราะความเสียหายเกิดน้อยที่สุด ไม่มีสัญญา ไม่มีการชดเชย

เงินที่เคยได้วันหนึ่งจู่ ๆ ก็จะหายไป จะบอกว่าเหมือนคนตกงานก็คงไม่ผิดนัก

ยกตัวอย่างช่วงโควิดก็ได้ที่สื่อต่าง ๆ รัดเข็มขัดจนตัดงานนักเขียนนอกออก ใช่ครับ เหมือนคนตกงานคนหนึ่งนั่นแหละ สุดท้ายก็ต้องกลับมาถามตัวเองว่ายังจะเขียนต่อไหมหรือพอแค่นี้แล้ว

โชคยังดีที่ผมไม่ได้ใช้เงินอนาคตมากนัก ยังพอมีแบ่งเก็บเอาไว้ยามฉุกเฉินบ้าง รอดช่วงปีแรกของโควิดมาได้แบบทุลักทุเล แล้วก็ได้เรียนรู้ว่าเงินที่เคยได้ในอดีต ไม่ได้การันตีว่าจะมีต่อไปในอนาคต

ชีวิตไม่เคยเรียบง่ายและมีความยุ่งเหยิงเสมอ

เชื่อว่าคนที่ใช้ชีวิตมาถึงจุดหนึ่งจะทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี ลองดูอย่างสภาวะเศรษฐกิจก็ได้ ตอนนี้มันยุ่งเหยิงไปหมด เมื่อก่อนมีอุปสงค์/อุปทาน แต่ตอนนี้มีเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ เรื่องการเมือง เรื่องภาษี เรื่องสงครามในต่างประเทศ เรื่องการขนส่ง เรื่องของความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของบริษัทและผู้บริหาร เรื่องสภาพแวดล้อม เรื่องโรคระบาด เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำประเทศ ฯลฯ

คำว่า “Butterfly Effect” หรือผีเสื้อขยับปีกสะเทือนถึงดวงดาวคงไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพราะทุกอย่างในโลกล้วนสัมพันธ์กันหมดในตอนนี้ ลองมีการเปลี่ยนรัฐบาล การเลือกตั้ง ภาวะเงินฝืด เงินเฟ้อ ภาษี หนี้ ค่าเงินบาท เงินเหรียญสหรัฐ หรือเงินเยนขยับ ทุกอย่างล้วนเชื่อมถึงกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

สิ่งเหล่านี้ดูล้วนไกลตัวนะครับ แต่มันกระทบถึงเราจริง ๆ เอาง่าย ๆ เรื่องราคาน้ำมันที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามรัสเซียยูเครน ส่งผลต่อราคาข้าวของที่ต้องขึ้นราคา กลายเป็นภาวะเงินเฟ้อที่ของแพงเงินที่เคยได้มูลค่าเล็กลงไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย กลายเป็นปัญหาที่เราต้องไปหาเงินใหม่ หรือหางานเพิ่ม ซึ่งกระทบกับครอบครัว ซึ่งภาวะเงินเฟ้อก็จะกลายเป็นตัวเร่งให้รัฐบาลออกมาประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย (แม้จะไม่ได้สูงเหมือนอย่างในประเทศอื่น ๆ) ที่กลายมาเป็นภาระของรายจ่ายที่จะเพิ่มขึ้นเพราะหนี้ที่มีไว้อยู่แล้ว

แล้วไหนจะเรื่องตลาดคริปโตอีก…(อย่าไปพูดถึงมันเลย)

เตรียมตัวและเรียนรู้เรื่องการลงทุน

การลงทุนคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต จะบอกว่ามันเป็น safety net ไว้คอยป้องกันเวลาเราล้มก็คงไม่ผิดนัก เราเห็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จมากมายส่วนใหญ่เพราะพวกเขารู้จักการลงทุนและวางเงินไว้ถูกที่สำหรับสิ่งที่เหมาะสม Chamillionaire ไม่ได้มีทรัพย์สิน 50 ล้านเหรียญเพราะเก็บเงินเก่ง แต่เขาลงทุนเพราะรู้ว่าชีวิตนักดนตรีมีช่วงพีคของตัวเอง เมื่อไหร่ก็ตามที่ยังกอบโกยได้เก็บนำไปลงทุนในสิ่งที่จะสร้างผลตอบแทนในอนาคต

ลงทุนและสะสมเมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่ดี เพื่อคุณจะได้มีชีวิตรอดในช่วงเวลาที่โหดร้าย

ทุกอย่างล้วนชั่วคราว

ช่วงดี ๆ ไม่เคยอยู่ได้นาน ช่วงร้าย ๆ ก็เช่นเดียวกัน

…และนั่นก็คือชีวิต

Tags:

Extrapolation Biasmoneyการเงินส่วนบุคคลทำไมชักหน้าไม่ถึงหลังอคติของการคาดการณ์ล่วงหน้าเรื่องการเงิน

Share Article

Follow Me Written By

sopons

Writer / Columnist (Salmon Books, 101.world, The Matter, Beartai, The People, a day Bulletin, CapitalRead, GQ, Billion Brands)

Other Articles

Previous

ตัวคุณคือศัตรู : เมื่ออีโก้จากความสำเร็จมันโตเกินตัว

Next

Ideaflow : หนังสือธุรกิจที่บอกว่า ‘ไอเดียที่ดี’ เกิดขึ้นเพราะลงมือทำ

Next
November 18, 2022

Ideaflow : หนังสือธุรกิจที่บอกว่า ‘ไอเดียที่ดี’ เกิดขึ้นเพราะลงมือทำ

Previews
November 14, 2022

ตัวคุณคือศัตรู : เมื่ออีโก้จากความสำเร็จมันโตเกินตัว

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts

แม้ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายมีทุกวัน : 5 อย่างที่ต้องเตรียมพร้อมด้านการเงิน เมื่อตลาดแรงงานไม่มั่นคง

by sopons
November 27, 2024

“สุขมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น และสงบมากขึ้น” : เปิดประสบการณ์ ‘No Spend Year’ ของนักข่าวฟรีแลนซ์ที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยกับปี 2024 ที่ตัดค่าใช้จ่ายเหลือแค่ที่จำเป็น

by sopons
November 28, 2024

2 เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จด้านการเงิน

by sopons
November 28, 2022
SOPON’S BLOG

STUFF WORTH READING

© 2022, All Rights Reserved.

Quick Links

  • Contact
  • About

Category

  • Self-Improvement
  • Technology
  • Business
  • Thoughts
  • Psychology

Follow

Facebook Twitter Youtube Instagram
  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Business
    • Technology
    • Inspiration
    • Books
    • Life Style
    • Startups
    • Thoughts
    • Travel
  • About
  • Contact