SOPON’S BLOG
“สุขมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น และสงบมากขึ้น” : เปิดประสบการณ์ ‘No Spend Year’ ของนักข่าวฟรีแลนซ์ที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยกับปี 2024 ที่ตัดค่าใช้จ่ายเหลือแค่ที่จำเป็น
November 28, 2024
ด้านมืดของ ‘บริโภคนิยม’ จากสารคดี ‘Buy Now! The Shopping Conspiracy’ มนุษย์โหมบริโภค โลกจึงกลายเป็นกองขยะ
November 27, 2024
อย่าให้สังคมกำหนดว่าเรา ‘ต้องมีอะไร’ ถึงจะมีความสุข
November 27, 2024
แม้ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายมีทุกวัน : 5 อย่างที่ต้องเตรียมพร้อมด้านการเงิน เมื่อตลาดแรงงานไม่มั่นคง
November 27, 2024
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่วางหินวันละก้อน
November 26, 2024
Facebook Twitter Youtube Instagram Medium Bootstrap
SOPON’S BLOG

Type and hit Enter to search

  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Tech
    • Business
    • Thoughts
    • Science
    • Startups
    • Lifehack
    • People
    • Travel
    • Inspiration
  • Podcast
  • About
  • Contact
  • Follow
    • Facebook
    • Twitter
    • Instagram
    • Blockdit
    • Telegram
FeaturedThoughts

วิทยาศาสตร์สร้างอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ และ วิทยาศาสตร์กำลังจะทำให้มันหายไปเช่นเดียวกัน

sopons
October 17, 2020 One Min Read
685 Views
0 Comments

ช่วงสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมามีหนังสือเล่มหนึ่งที่ชอบมากเป็นพิเศษชื่อว่า “ความสำเร็จดีใจได้วันเดียว” ที่เล่าถึงแนวคิด วิสัยทัศน์ การแก้ปัญหาและเส้นทางการสร้างธุรกิจ ซี.พี. ของคุณธนินท์ เจียรวนนท์ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำจนกระทั่งกลายเป็นบริษัทระดับโลกได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย

มีมุมหนึ่งที่ในหนังสือพูดถึงการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อการคัดสายพันธ์สัตว์ ผลิตอาหาร พัฒนาวัคซีน และสร้างอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ให้เกษตกรคนหนึ่งจากที่เคยเลี้ยงไก่ได้คนละ 100 ตัวกลายเป็นคนละ 10000 ตัว อ่านแล้วก็แอบทึ่ง คงไม่เกินไปหากพูดว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคือผู้สร้างอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์และทำให้เรามีเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพและราคาไม่แพงให้ทานกันอยู่ทุกวันนี้

นักเขียนชื่อดังอย่าง Yuval Noah Hariri เคยเขียนไว้ในบทนำของหนังสือ Clean Meat ว่า

“ด้วยความช่วยเหลือของวัคซีน ยา ฮอร์โมน ยาฆ่าแมลง ระบบปรับอากาศแบบทำความเย็นจากส่วนกลาง (Central Air-Conditioning Systems) ระบบป้อนอาหารแบบอัตโนมัติ และอุปกรณ์ช่วยเหลืออีกมากมาย ตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องเป็นไปได้แล้วที่จะเลี้ยงไก่หลายหมื่นตัวและสัตว์ต่างๆในพื้นที่แคบๆและผลิตเนื้อสัตว์และไข่อย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ก็น่าเศร้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเช่นกัน”

ซึ่งหลังๆมาเราเริ่มเห็นการเคลื่อนไหวทางสังคมที่หันไปสนับสนุนไข่ไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระ จากฟาร์มสัตว์ที่เลี้ยงแบบไม่ทรมานสัตว์ ฯลฯ แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรแบบเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาจจะทำได้ ช่วงสองสามปีที่ผ่านมาเราเห็นคนพูดถึง “Clean Meat” กันเยอะขึ้นว่ามันจะมีโอกาสมาทดแทนเนื้อสัตว์แบบเดิม (ที่แม้จะราคาถูกแต่สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมและโหดร้ายต่อสัตว์ที่อยู่ในฟาร์ม) ได้หรือไม่? การพัฒนาในเบื้องต้นนั้นไปตกอยู่กับเหล่านักวิทยาศาสตร์ในบริษัทสตาร์ทอัพต่างๆอย่างเช่น Beyond Meat หรือ Impossible Foods ที่ผลิตเนื้อหรือไส้กรอกจากโปรตีนพืชเพื่อวางขายตามซุปเปอร์มาเก็ตและร้านอาหาร อีกกลุ่มหนึ่งที่ซิลิคอนวัลเล่ สตาร์ทอัพ Just Inc. และ Memphis Meats ก็กำลังทำการทดลองเพื่อผลิตเนื้อสัตว์จากเซลล์เริ่มต้นจากสัตว์จริงๆ ในขณะเดียวกันก็เริ่มเห็นเงินลงทุนเพื่อการศึกษาวิจัยและพัฒนาเติบโตขึ้นตามไปด้วย

แต่ถึงยังไงก็ตามทีตอนนี้ก็ยังถือว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆเท่านั้น ถ้าเทียบกันอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์นั้นอยู่มานานหลายสิบปี มีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ได้รับเงินทุนจากรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือเกษตกรในสายนี้ แม้แต่บริษัทเอกชนก็มีโครงการสนับสนุนและทำอุตสาหกรรมเนื้ออย่างเต็มรูปแบบ เพราะฉะนั้นเนื้อที่มาจากโปรตีนพืชหรือเซลล์สัตว์นั้นยังเป็นอะไรที่ใหม่มาก


องค์กรไม่แสวงผลกำไรอย่าง The Good Food Institute พยายามโปรโมทเรื่องของ Clean Meat โดยการให้สนับสนุนเงินกว่า 3 ล้านเหรียญแก่นักวิทยาศาสตร์ 14 คนที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับเนื้อที่ทำขึ้นในห้องแลปจากโปรตีนพืชและเซลล์สัตว์ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา แม้ว่ามันจะยังดูไม่ได้มากมายอะไรนักแต่ก็เป็นการช่วยเร่งให้เทคโนโลยีเหล่านี้เติบโตเร็วขึ้นและปลายปีนี้ก็จะให้อีก 3.15 ล้านเหรียญด้วย

ก่อนหน้านี้ประมาณหนึ่งปี University of Minnesota ได้เปิดศูนย์กลางการวิจัยแห่งแรกเกี่ยวกับเรื่อง “โปรตีนพืช” โดยเฉพาะชื่อว่า Plant Protein Innovation Center ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ที่นี่ก็จะทำการศึกษาเกี่ยวกับพืชฝักตระกูลถั่วอย่างเช่น ถั่วเลนทิล ถั่วชิกพี รวมไปถึงพืชที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักอย่าง คาเมลีนาดรีม เพื่อที่จะพัฒนาให้เป็นอาหารที่ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมและน่าทานในเวลาเดียวกัน B. Pam Ismail ผู้ดูแลศูนย์การวิจัยแห่งนี้กล่าวว่า

“เราต้องรู้ถึงคุณค่าทางอาหาร รู้ว่ามันมีผลต่อรสชาติยังไง เราต้องรู้ถึงขั้นตอนกระบวนการว่ามันถูกสร้างขึ้นมายังไง มีสูตรยังไง และจะขายยังไง – จากฟาร์มสู่จานประมาณนั้น”

บริษัทใหญ่ๆที่อยู่ในอุตสาหกรรมอาหาร (ADM, Cargill, Coca-Cola, Conagra และ Hershey) ก็ร่วมกันสนบสนุนเงินช่วยศูนย์การวิจัยแห่งนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งงานวิจัยโดยส่วนใหญ่ในนี้จะเป็นแบบ “open source” แต่บริษัทต่างๆก็สามารถจ้างวานให้ทำแบบปิดได้เช่นเดียวกัน

ที่ผ่านมาเราจะเห็นงานวิจัยที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ของอุตสาหกรรมอาหารโดยเฉพาะ นักวิจัยใน Impossible Foods และ Beyond Meat ต่างตั้งหน้าตั้งตาทำให้คุณภาพของเนื้อเบอร์เกอร์ที่มาจากพืชนั้นรสชาติดีขึ้น โดยวิเคราะห์ว่าส่วนไหนของเนื้อแบบดั้งเดิมที่ทำให้คนทานติดใจและไปเสาะหาสิ่งเหล่านั้นจากพืชมาทดแทน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเนื้อเบอร์เกอร์จากพืชของพวกเขานั้นรสชาติดีกว่าเบอร์เกอร์เจที่เอาผักมาสับๆแล้วอัดเป็นแผ่นเพียงเท่านั้น Dr. David Lipman ที่ทำงานวิจัยให้กับ Impossible Foods กล่าวว่า

“เราใช้เวลาหลายปีเพื่อวิเคราะห์เนื้อสัตว์และสร้างทุกๆด้านของประสบการณ์เกี่ยวกับการรับรู้ตั้งแต่ – กลิ่น, รสชาติ, เนื้อสัมผัส, คุณค่าทางอาหาร ไปถึงการส่งเสียงดังแฉ่ๆระหว่างปรุงอาหารด้วย”

แต่มันก็ยังมีอะไรมีต้องพัฒนาอีกมาก ตอนนี้เราไม่มีทางรู้เลยว่าอะไรที่จะมาทดแทนเนื้อจริงๆได้เลย วัตถุดิบที่มีอยู่เยอะแยะอย่างสาหร่ายหรือเห็ดยังไมได้มีใครลองนำเอาไปทดลองทำวิจัย ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะช่วยทำให้รสชาติหรือเนื้อสัมผัสที่ดีขึ้น มีสารอาหารครบถ้วนมากขึ้น ใช้พื้นที่และสร้างมลภาวะน้อยกว่าเนื้อปกติทั่วไป ซึ่งแน่นอนว่าราคาของเนื้อห้องแล็ปเหล่านี้ราคาจะสูงกว่าปกติ ยกตัวอย่าง Burger King ที่ตั้งราคา Impossible Whopper ไว้ที่ $5.59 (ประมาณ 170 บาท) แพงกว่า Whopper ธรรมดาประมาณ $1.4 (ประมาณ​ 40 บาท)


เหล่านักวิทยาศาสตร์ผู้ที่เผชิญความท้าทายเหล่านี้คงใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะได้รับผลตอบแทนเหมือนอย่างที่อุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์เป็นอยู่ ทั้งเรื่องราคาและรสชาติ คุณค่าทางอาหารก็เป็นเรื่องที่สำคัญ และต้องคอยสังเกตผลกระทบของสิ่งเหล่านี้กับสิ่งแวดล้อมด้วย สำหรับตอนนี้ทุกคนอาจจะมองว่า “รสชาติ” ต้องมาเป็นอันดับแรก เพราะถ้าไม่อร่อยคนก็เลือกเนื้อแบบเดิมต่อไป ส่วนเรื่องต่อไปก็คือเรื่องราคาซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ทำได้ในอนาคต เพราะตอนนี้อุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์นั้นได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน มีฟาร์มที่มีประสิทธิภาพ มีระบบขนส่งที่เอื้ออำนวยต่อการขนย้าย ทั้งอาหารสัตว์หรือวัตถุดิบต่างๆเช่นข้าวโพดหรือถั่วก็ได้รับการสนับสนุนหมด จึงทำให้เนื้อสัตว์ในปัจจุบันราคาถูก แต่ที่จริงแล้วเบอร์เกอร์จาก Beyond Meat และ Impossible Foods นั้นแทบไม่ต้องการอาหารหรือน้ำหรือใช้พลังงานมากมายเหมือนกับการผลิตเนื้อแบบปกติเลย ตอนนี้ก็เหลือเพียงเวลาเพื่อรอให้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำงานจนถึงจุดที่การสร้างเนื้อทดแทน (Clean Meat) นั้นราคาถูกลงเรื่อยๆเช่นกัน


เมื่อถึงตอนนั้นอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์จะเป็นยังไง? ถ้ามีเนื้อสัตว์ที่รสชาติและราคาเหมือนกันแต่ไม่ต้องฆ่าสัตว์คนจะยังต้องการซื้อเนื้อสัตว์แบบเดิมอยู่ไหม? อันนี้เป็นประเด็นที่น่าติดตามไม่น้อยเลยทีเดียว

Tags:

beyond meatclean meatimpossible foodsjust incmemphis meatsscienceวิทยาศาสตร์เนื้อปลอม

Share Article

Follow Me Written By

sopons

Writer / Columnist (Salmon Books, 101.world, The Matter, Beartai, The People, a day Bulletin, CapitalRead, GQ, Billion Brands)

Other Articles

Previous

3 ทศวรรษของ The Mac Portable – โปรดักส์ล้มเหลวที่ทำให้ Apple MacBook มายืนอยู่ตรงนี้

Next

การเข้ามาของแมชชีนที่ทดแทนกลุ่มแรงงานสายฟาสต์ฟู้ด

Next
October 17, 2020

การเข้ามาของแมชชีนที่ทดแทนกลุ่มแรงงานสายฟาสต์ฟู้ด

Previews
October 17, 2020

3 ทศวรรษของ The Mac Portable – โปรดักส์ล้มเหลวที่ทำให้ Apple MacBook มายืนอยู่ตรงนี้

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts

The Future of Food : ต่อจากนี้อีก 30 ปี เราจะมีอะไรให้กินบ้าง?

by sopons
October 19, 2020
SOPON’S BLOG

STUFF WORTH READING

© 2022, All Rights Reserved.

Quick Links

  • Contact
  • About

Category

  • Self-Improvement
  • Technology
  • Business
  • Thoughts
  • Psychology

Follow

Facebook Twitter Youtube Instagram
  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Business
    • Technology
    • Inspiration
    • Books
    • Life Style
    • Startups
    • Thoughts
    • Travel
  • About
  • Contact