ชีวิตใหม่ มีเพื่อนผมคนหนึ่งที่บ้านฐานะค่อนข้างดี ครอบครัวพร้อมทุกอย่าง แต่งงานกับผู้หญิงที่รักมาแล้วเกือบ 10 ปี ขาดอย่างเดียวคือทายาทสืบสกุล ซึ่งครั้งแรกที่เขาบอกผมว่ากำลังพยายามอยู่นั้นไม่ได้มีความกังวลใดๆแฝงอยู่ในน้ำเสียงอันหนักแน่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆแล้วก็ยังไม่มีท่าทีว่าเจ้าตัวน้อยจะมาซะที ต้องไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุของความแห้งแล้งของผลผลิต ผลที่ออกมาทุกอย่างกลับดูเป็นปกติ น้องๆสเปิร์มก็ปริมาณมากมาย ไข่ของผู้หญิงเองก็ไม่มีอะไรผิดปกติ เมื่อการแพทย์ไม่มีทางออก ตอนนี้ก็เริ่มหันไปเดินทางบนบานศาลกล่าววัดนู้นบ้างหลวงพ่อนี้บ้าง ล่าสุดเห็นเพิ่งบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปฮ่องกงเพื่อลูบท้องพระสังกัจจายน์กันแล้ว
“กรุณารอสักครู่…สายของคุณสำคัญกับเรา…ติ้ง ตุ้ง ติ้ง ตุ้ง ติ้ง…” เสียงตอบรับอัตโนมัติดังมาทางสายโทรศัพท์ มันเป็นเรื่องที่คุ้นเคยกันดีสำหรับผู้บริโภคทั่วไปอย่างเราเมื่อโทรเข้าไปสอบถาม ร้องเรียน แนะนำ และขอความช่วยเหลือไม่ทางใดก็ทางหนึ่งกับบริษัททั่วไป การถือสายรอพูดกับเจ้าหน้าที่ถือเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เพราะจำนวนพนักงานฝ่ายบริการลูกค้า (Customer Service) นั้นดูเหมือนไม่เคยเพียงพอต่อจำนวนสายที่เรียกเข้ามา ครั้นจะเพิ่มพนักงานก็เป็นภาระค่าใช้จ่ายที่มากพอสมควร ในตอนนี้บริษัทน้อยใหญ่จึงหันมาพึ่งพา AI (Artificial Intelligence) เพื่อช่วยเติมเต็มช่องว่างและเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการลูกค้าไม่ให้รู้สึกว่าโดนทอดทิ้งและได้รับการเอาใจใส่อย่างเต็มที่
“ตื่นขึ้นมาจากฝันดีๆ ในตอนตีสี่ทั้งที่ไม่ได้คิดเรื่องอะไร บอกกับตัวเองเวลานี้ พยายามจะหลับตาแต่ก็ทำไม่ได้สักทีไม่รู้ทำไมยังทำได้เพียงแค่สงสัยเป็นอะไรที่ฉันเองพยายามนอนหลับตา […]” เนื้อร้องบางส่วนจากเพลง ’04:00 ของเดอะทอย’ เป็นประสบการณ์ที่เราทุกคนนั้นเคยผ่านมาแล้วทั้งนั้น ความรู้สึกที่กำลังนอนฝันถึงเรื่องดีๆแล้วก็ต้องมีอะไรมาขัด ไม่สะดุ้งตื่นเองก็ต้องมีอะไรมาขัดจังหวะในตอนที่ปลายด้ายกำลังจะเข้าเข็ม ความรู้สึกมันคล้ายกับการดูซีรี่ย์ที่กำลังสนุกแล้วตัดจบตอน “to be continued” อาทิตย์หน้า แต่ต่างกันตรงที่ว่าความฝันที่ขาดระหว่างทางนั้นจะต่อสะพานให้จบคงเป็นเรื่องยาก ยิ่งถ้าใครเป็นพ่อเป็นแม่ที่นอนบนเตียงเดียวกับลูก (เหมือนผม) ก็จะรู้ดีว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นทุกเช้า
Cybersecurity ในโลกยุคใหม่ของเทคโนโลยีนั้นกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว และนับวันยิ่งสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อโลกทั้งใบกำลังก้าวไปข้างหน้าและเชื่อมต่อกันด้วยอินเตอร์เน็ต เมื่อเราเห็นข่าวของบริษัทใหญ่ๆที่ถูกแฮ็คเอาข้อมูล สิ่งที่เรารู้ก็คือว่าผู้ไม่หวังดีนั้นมีอยู่ทุกที่และก็มีความสามารถมากขึ้นตามเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเสมอ และมันน่ากลัวก็ตรงที่วันหนึ่งถ้าข้อมูลของเราถูกนำเอาไปโดยที่เราไม่รู้ตัว ความเสี่ยงในการสูญเสียนั้นมีมากมาย ตั้งแต่ชื่อเสียงไปจนถึงเงินออมทั้งชีวิตที่อยู่ในบัญชี ยิ่งเทคโนโลยีพัฒนาไปไกลเท่าไหร่ เรายิ่งต้องระวังมากขึ้นเท่านั้น
ไฮเดรนเยียสีฟ้าเป็นดอกไม้ที่แม่ชื่นชอบมากเป็นพิเศษ ดังนั้นการได้ไปทุ่งไฮเดรนเยียจึงเป็นการเดินทางที่แม่ตั้งตารอเป็นพิเศษ ก่อนไปถามเลลาว่า เลลารู้จักดอกไฮเดรนเยียมั้ยลูก เลลาส่ายหน้า พอบอกว่าจะพาไปทุ่งดอกไม้ ก็ตื่นเต้นดีใจใหญ่ เลลาเป็นเด็กที่ชอบดอกไม้แทบจะทุกชนิด แต่หนทางการเดินทางกว่าจะมาถึงที่ทุ่งไฮเดรนเยียอินทนน์นั้น เรียกได้ว่า วิบากเลยทีเดียวค่ะ ทั้งตื่นเต้นและหวาดเสียว เราขับรถมาถึงจุดจอดรถ แล้วต้องเช่ารถชาวบ้านเพื่อนั่งไปที่จุดหมายอีกที เรามาถึงช่วงบ่ายแก่ๆ แดดร้อนทีเดียว ใครจะมาแนะนำให้มาช่วงเช้าดีกว่าค่ะ ตอนมาถึงวิวตรงหน้าคือทุ่งที่เต็มไปด้วยดอกไฮเดรนเยียสีฟ้า สีขาว สีชมพูบานเต็มทุ่ง สวยมากๆ เลลารีบเดินลงเนินไปดูใกล้ๆ ดอกไฮเดรนเยียที่นี่ใหญ่มากจ้า บางดอกใหญ่กว่าหน้าแม่อีก เค้ามีตะกร้าใส่ดอกให้เช่าเป็นพร๊อพถ่ายรูป ตะกร้าละ 20 บาท ส่วนใครอยากได้ดอกไฮเดรนเยียกลับบ้านเค้าก็มีขายนะจ้ะ 3 ดอก 100 บาท สามารถเลือกดอกเองได้เลยค่า ที่นี่เลลาจ๋า ให้ 100 คะแนน เลยค่า ใครอยากมา มาตามพิกัดด้านล่างได้เลยจ้า 🙂 เพจ ทุ่งไฮเดรนเยียอินทนนท์ -สวนคุณทองดี 089 998 4624 https://goo.gl/maps/J6QCpU2PAT5AMNLv7
หลังจากที่หยุดยาวมาถึงวันที่สาม เป้าหมายของเราสามพ่อแม่ลูกวันนี้คือพยายามหาอะไรอร่อยๆใกล้บ้านทานเพราะไม่อยากไปไหนไกลๆ (คือสองสามวันมานี้ภารกิจของพวกเราคือการเคลียร์บ้านเลยเสียพลังงานค่อนข้างเยอะ) จำได้ว่ามีร้านบะหมี่ที่ตบแต่งอารมณ์เหมือนโรงเตี๊ยมของหนังจีนกำลังภายในอยู่แถวๆหางดง ไปค้นลิสต์ของร้านที่เก็บเอาไว้แล้วก็เจอจนได้ “โรงหมี่หอมนวล” ที่ตั้งอยู่แถวบ้านถวายนั้นเอง
Artificial intelligence (AI) ไม่ใช่เครื่องมือที่จะหยุดยั้งการแพร่กระจายหรือมาทดแทนนักระบาดวิทยาที่เป็นมนุษย์ แต่มันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกของการแพร่กระจายโรคติดต่อ ที่ AI จะกลายมาเป็นเครื่องมือช่วยในการเฝ้าระวังและตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินที่จะเกิดขึ้นได้
คำตอบแรกที่คนมักพูดทีเล่นทีจริงก็คือ “เขามีไทม์แมชชีน” และรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง บางคนก็บอกว่าเขาเป็นหมอดูที่มีลูกแก้วทำนายอนาคต บ้างก็บอกเป็นพ่อมดที่มีเวทมนต์คาถา ฯลฯ
ลองนึกภาพในหัวว่าอยากจะสร้างบริการจองตั๋วคอนเสิร์ทขึ้นมาออนไลน์ ก่อนที่จะมี Cloud เราอาจจะซื้อเซิร์ฟเวอร์มาตัวหนึ่งแล้ววางทุกอย่างใส่ในนั้นไว้ (host) เมื่อไหร่ก็ตามที่มีลูกค้าอยากจะจองตั๋ว เขาก็ส่งคำขอมาจากคอมพิวเตอร์ผ่านอินเตอร์เน็ตมาหาเซิร์ฟเวอร์ของเรา เซิร์ฟเวอร์ก็ประมวลผลแล้วก็ส่งข้อมูลกับไปยังคอมพิวเตอร์ของลูกค้า อารมณ์ก็จะประมาณนี้