นั้นสิครับ…ผมก็ครุ่นคิดถึงคำถามนี้ตลอดระหว่างที่นั่งดูซีรี่ย์ “The Kingdom” ที่เพิ่งจบได้แบบ Cliffhanger อย่างมาก (คืออยากรู้มากว่าตัวเอกจะต้านฝูงซอมบี้ได้ยังไง) คือที่คำถามนี้ผุดขึ้นมาก็เพราะว่าอย่างแรกเลยผมนั่งเสพคอนเทนท์บน iPad โดยระหว่างนั้นก็ใช้ iPhone เพื่อเช็คว่าซีซั่นสองจะมาเมื่อไหร่ แล้วอยู่ๆก็มีความคิดขึ้นมาว่า “ทำไม Apple ไม่ซื้อ Netflix ไปให้เลย ไหนๆตัวเองก็พยายามมาทางนี้อยู่แล้ว ถ้าซื้อ Apple ก็จะกลายเป็นเจ้าใหญ่ในตลาดทันที มีคอนเทนท์ของตนเองเพียบ แถมยังขายสมาชิกรวมกับ iCloud เป็นรายเดือนไปเลยก็ได้ ฯลฯ”
อาทิตย์ก่อน Amazon เพิ่งกดตู้เอทีเอ็มถอนเงินสดออกมาประมาณพันกว่าล้านเหรียญ (32,000 ล้านบาท) เพื่อซื้อบริษัทที่ทำกริ่งประตูสำหรับสมาร์ทโฮมที่ชื่อว่า Ring จากเมือง Santa Monica รัฐ California เทียบกับ 13.2 พันล้านเหรียญที่ Amazon ควักกระเป๋าจ่ายให้กับ Whole Foods Market เมื่อกี่ก่อนหน้าอาจจะดูเป็นเงินขี้เล็บ แต่ในประวัติศาสตร์ของ Amazon แล้ว ครั้งนี้ถือเป็นดีลใหญ่อันดับสอง
Facebook เป็นบริษัทที่ใหญ่มาก ทั้งในเรื่องของมูลค่าทางตลาดและการเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้ใช้งานทั่วโลก ถ้าเปรียบโลกใบนี้เป็นมหาสมุทร จะบอกว่าพวกเขาเป็นวาฬสีน้ำเงิน สิ่งมีชีวิตที่ขนาดใหญ่ที่สุดในนี้ก็ไม่ผิดอะไรนัก และถึงแม้จะมีศัตรูอยู่บางในบริเวณใกล้เคียง แต่ก็แทบจะไม่มีนักล่าคนไหนที่สามารถทำอันตรายมันได้เลย ซึ่งถ้าใครเคยอ่านนิทาน Pinocchio คุณผมเราท่านที่ใช้งานกว่า 2.3 พันล้านคนทั่วโลกก็เหมือนนั่งอยู่ในท้องวาฬตัวนี้ เขาอยากพาไปไหนก็ต้องไปด้วยกันนี้แหละ
คำถามแบบนี้มักโผล่ขึ้นมาเสมอกับธุรกิจที่กำลังเติบโต หลายต่อหลายครั้งมันก็เกิดขึ้นจริงๆซะด้วย (doubleclick โดน Google, aQuantive โดน Microsoft ฯลฯ) แต่สำหรับ Netflix หล่ะ เป็นไปได้ไหม? เพราะพวกเขากำลังอยู่ในจุดที่ได้เปรียบ เรียกได้ว่าจะหาใครมาทาบในตอนนี้คงเป็นเรื่องยาก แต่…ถ้าพี่เบิ้ม Amazon หรือ At&t หรือ Comcast หรือ Apple หรือ…แม้แต่ Google, HBO, Disney และ Microsoft จะเป็นไปได้ไหม? มีข่าวลือว่า Bob Iger ของ Disney ถาม Reed Hastings (CEO ของ Netflix) แบบตรงๆว่าเขาสนใจไหม? Hastings บอกคำเดียวว่า “ไม่”
พวกเขาเกือบเป็นอดีตไปแล้วไมโครซอร์ฟ เกือบหนึ่งทศวรรษที่พวกเขาอยู่เงียบๆและเก็บกินบุญเก่าที่สะสมมา ทำอะไรก็ไม่ดูเหมือนเป็นเรื่องตลกและตามคนอื่นๆก้าวหนึ่งอยู่เสมอ ตั้งแต่ Zune, Bing ไปจนกระทั่ง ระบบ OS บนมือถือสมาร์ทโฟน ทุกอย่างล้วนไม่ได้รับเสียงตอบรับตามที่คาดหวังเอาไว้ทั้งสิ้น (ยังโชคดีที่ Gaming ยังพอเป็นแสงสว่างได้อยู่บ้างเล็กน้อย)
นี่เราจะอายุ 38 แล้วจริงๆเหรอเนี้ย? คำถามนี้ผุดขึ้นมาในหัวตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมาเพราะเข้าใกล้วันคล้ายวันเกิดของตัวเองอีกครั้งหนึ่งแล้ว มันเป็นคำถามที่ชวนตื่นเต้นและใจหายในเวลาเดียวกัน ตื่นเต้นเพราะรู้สึกว่า “มีอะไรอีกมากมายที่อยากทำ“ ใจหายเพราะรู้สึกเช่นเดียวกันว่า “มีอะไรอีกมากมายที่อยากทำ“
ถ้าคุณอยากสร้างเรือ จงอย่าเกณฑ์คนไปตัดไม้ อย่าแบ่งงานและอย่าออกคำสั่ง แต่จงสอนให้พวกเขาโหยหาท้องทะเลอันกว้างใหญ่และไร้ขอบเขต อองตวน เดอ แซงเตกซูเปรี
จำนวนประชากรของโลกในตอนนี้อยู่ที่ราวๆ 7.6 พันล้านคน ในตอนนี้เรายังมีอาหารเพียงพอสำหรับโลกใบนี้ แต่สิ่งนั้นกำลังจะเปลี่ยนไป นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าประชากรของโลกจะเพิ่มเป็น 11.2 พันล้านคนภายในปีก 2100 โดยที่ UN รายงานว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นจะมาจากเพียง 9 ประเทศของโลก : อินเดีย, ไนจีเรีย, คองโก, ปากีสถาน, เอธิโอเปีย, แทนซาเนีย, อเมริกา, ยูกันดา และ อินโดนีเซีย โดยอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรนั้นสูงกว่าในประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง และลดลงในประเทศที่รายได้ประชากรสูงขึ้น
ในเดือนตุลาคม, Google เริ่มทดสอบการให้บริการ cloud-gaming ที่เรียกว่า “Project Stream” โดยใช้เกมส์ที่มีทุนสร้างมหาศาลอย่าง “Assassin’s Creed Odyssey” โดยตัวเกมส์นี้ถูกออกแบบมาให้ทำงานบนเครื่องที่เฉพาะและ PC ที่ประสิทธิภาพสูง แต่ด้วยความที่การประมวลผลหนักๆถูกโยกไปไว้บนศูนย์ข้อมูลของ Google แลปท็อปที่ทำงานทั่วไปก็สามารถที่จะเล่นเกมส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้โดยไม่มีปัญหา
ความพยายามของอเมริกาที่จะชะลอการเติบโตของ Huawei ก็เริ่มส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเดือนเมษายน, Huawei รายงานผลประกอบการยอดขายที่เติบโตกว่า 39% ภายในไตรมาสแรกจากปีก่อน แม้ว่ารัฐบาลของอเมริกาจะชักชวนหลายๆฝ่ายไม่ให้ทำธุรกิจกับบริษัทแห่งนี้ แต่ตอนนี้ CEO ของ Huawei, Ren Zhengfei คาดการณ์ว่ารายได้ของพวกเขาน่าจะลดลง 7 พันล้านเหรียญในปีนี้