SOPON’S BLOG
“สุขมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น และสงบมากขึ้น” : เปิดประสบการณ์ ‘No Spend Year’ ของนักข่าวฟรีแลนซ์ที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยกับปี 2024 ที่ตัดค่าใช้จ่ายเหลือแค่ที่จำเป็น
November 28, 2024
ด้านมืดของ ‘บริโภคนิยม’ จากสารคดี ‘Buy Now! The Shopping Conspiracy’ มนุษย์โหมบริโภค โลกจึงกลายเป็นกองขยะ
November 27, 2024
อย่าให้สังคมกำหนดว่าเรา ‘ต้องมีอะไร’ ถึงจะมีความสุข
November 27, 2024
แม้ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายมีทุกวัน : 5 อย่างที่ต้องเตรียมพร้อมด้านการเงิน เมื่อตลาดแรงงานไม่มั่นคง
November 27, 2024
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่วางหินวันละก้อน
November 26, 2024
Facebook Twitter Youtube Instagram Medium Bootstrap
SOPON’S BLOG

Type and hit Enter to search

  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Tech
    • Business
    • Thoughts
    • Science
    • Startups
    • Lifehack
    • People
    • Travel
    • Inspiration
  • Podcast
  • About
  • Contact
  • Follow
    • Facebook
    • Twitter
    • Instagram
    • Blockdit
    • Telegram
PsychologySelf-Improvement

อย่าใช้ไฟเพื่อดับไฟ : 4 ขั้นตอนโน้มน้าวใจเพื่อลดแรงปะทะจากนักเจรจาตัวประกัน

sopons
September 21, 2022 One Min Read
670 Views
0 Comments

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 1973 เกิดการยิงกันที่หน้าร้านขายของใจกลางเมืองนิวยอร์กซิตี้

สมาชิกสี่คนของกลุ่มหัวรุนแรงมุสลิมได้เข้าไปในร้าน John’s and Als ซึ่งเป็นร้านขายเครื่องกีฬาในบรูคลิน ภายในร้านมีตัวประกัน 12 คน หมอบอยู่ใต้โต๊ะและตามมุมห้อง โดยมีคนถือปืนยืนเฝ้าเอาไว้

รถตำรวจเคลื่อนที่วนรอบอาคารโดยไม่มีทางให้หลบหนีออกไปได้

โชคร้ายที่ด้านในร้านขายอุปกรณ์กีฬามีส่วนขายปืนและกระสุนอยู่ด้วยเพราะฉะนั้น มือปืนเหล่านี้เรียกว่ามีกระสุนแบบไม่จำกัดก็คงไม่ผิดนัก

การยิงปะทะเกิดขึ้นยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง

หนึ่งในตำรวจที่อยู่ด้านนอกถูกยิงเสียชีวิตและอีกหลายนายบาดเจ็บ ส่วนหนึ่งในมือปืนก็บาดเจ็บสาหัสเช่นกัน

สิ่งที่ทำให้ปัญหาเลวร้ายลงไปอีกคือกลุ่มหัวรุนแรงเหล่านี้เป็นชาวอเมริกันผิวสีด้วย ช่วงนั้นประเด็นเรื่องการเหยียดผิวของตำรวจผิวขาวกำลังร้อนแรงและถูกพูดถึงอย่างมาก ซึ่งในเหตุการณ์นั้นตำรวจแทบทุกคนผิวขาวทั้งสิ้น

ฮาร์วีย์ โชลสส์เบิร์ก (Harvey Schlossberg) นักสืบที่มีปริญญาเอกด้านจิตวิทยามาถึงที่เกิดเหตุและสั่งให้ตำรวจทุกนายหยุดยิงทันที เขารู้ว่าสถานการณ์มันกำลังเลวร้ายลงเรื่อย ๆ ขืนฝืนยิงต่อไปมีโอกาสได้เสียหายหนักกว่านี้อย่างแน่นอน เขารู้ว่าวิธีแก้ไขสถานการณ์นี้คือการสื่อสาร ผบ.ตร.เห็นด้วยกับเขา เพราะจากสถิติแล้วการบุกเข้าไปปะทะในสถานการณ์ที่มีตัวประกันนั้นสามารถก่อความเสียหายต่อชีวิตของทั้งตำรวจและตัวประกันอย่างมาก

โชลสส์เบิร์กเรียกตำรวจมาประชุมเพื่อหาทางออกสำหรับปัญหาตรงนี้และก็พบว่าผู้สอนศาสนาอิสลามในบริเวณนั้นพอดี ซึ่งเขาเป็นคนเดียวที่สมาชิกกลุ่มหัวรุนแรงยินดีที่จะให้เดินเข้าไปข้างในตึก

ผู้สอนศาสนาเดินเข้าไปอย่างเงียบ ๆ ส่วนตำรวจได้แต่มองอยู่ข้างนอกด้วยความตึงเครียด

ประมาณชั่วโมงหนึ่งผ่านไป ชายคนนั้นก็เดินออกมาแล้วบอกกับตำรวจว่าเขาไม่สามารถโน้มน้าวชายเหล่านั้นให้หยุดได้ กลุ่มหัวรุนแรงบอกว่าพร้อมจะตายไปกับความเชื่อทางศาสนาของพวกเขา


การเผชิญหน้าดำเนินต่อไปเป็นคืนที่สองโดยกลุ่มหัวรุนแรงยิงเป็นครั้งคราว ตำรวจยังคงไม่ได้ตอบโต้อะไร

ระหว่างนี้โชลสส์เบิร์กยังคงโทยคุยกับสมาชิกกลุ่มหัวรุนแรงเป็นระยะเพื่อพยายามโน้มน้าวให้พวกเขาวางอาวุธแล้วมอบตัว แม้จะยังไม่ได้ผล แต่ก็ช่วยยื้อเวลาและสร้างความวอกแวกให้กับกลุ่มชายเหล่านั้นได้ และระหว่างที่กำลังคุยกันอยู่ตัวประกัน 9 คนรีบวิ่งหนีออกมาทางประตูหลังแล้วหนีขึ้นไปบนดาดฟ้าซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในทันที

นี่ทำให้สถานการณ์ยิ่งกดดันมากขึ้นไปอีกสำหรับกลุ่มหัวรุนแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มกังวลแล้วว่าชายเหล่านี้จะหมดหนทางและเริ่มยิงตัวประกันที่เหลือ

โชลสส์เบิร์กยังคงใจเย็นและเน้นย้ำให้พวกเขาฟังว่าตำรวจไม่มีแผนที่จะบุกเข้าไป เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะมีการยิงปะทะเกิดขึ้น ขอให้พวกเขาใจเย็น ๆ แล้วก็ถามว่า ‘มีอะไรบ้างไหมที่พวกเขาต้องการและเขาสามารถหามาให้ได้?’

ในที่สุดตำรวจพบสมาชิกในครอบครัวของหนึ่งกลุ่มชายเหล่านั้นแล้วส่งเข้าไปเพื่อพูดคุยเกลี้ยกล่อม หลังจากผ่านไป 4 ชั่วโมง (ประมาณ 48 ชั่วโมงตั้งแต่เหตุการณ์เริ่มขึ้น​) ชายทั้งสี่คนเปิดประตูและยอมออกมามอบตัวกับตำรวจ

HOLD YOUR FIRE – Still 1

นี่กลายเป็นจุดเปลี่ยนของแนวทางการรับมือสถานการณ์ที่มีตัวประกันของกรมตำรวจนครนิวยอร์กไปเลย กลายเป็นที่มาของวลี “Talk to me” (เล่าให้ฟังหน่อย) ของตำรวจเวลาเจอกับสถานการณ์แบบนี้

แม้เรามักเห็นหนังแอคชั่นฮอลลีวูดที่ตำรวจฝ่าฝูงกระสุนเข้าไปช่วยตัวประกัน เอาปืนปะทะปืน ในหนังก็ดูน่าตื่นเต้นดี แต่ในชีวิตจริงการทำแบบนี้ไม่ใช่ทางออกที่ดีมากนัก


นี่เป็นเรื่องจริงในชีวิตเช่นเดียวกัน เมื่อทะเลาะกัน เราไม่สามารถใช้ไฟเพื่อดับไฟได้ มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บ่งบอกว่าเมื่อคุณโกรธและตะโกนสมองส่วน อะมิกดาลา (Amygdala) นั้นจะหยุดทำงานและความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผลก็จะปลิวออกไปนอกหน้าต่างทันที เอปิชตีตูส (Epictetus) นักปรัชญาสโตอิกเคยเขียนเอาไว้เมื่อสองพันปีก่อนและยังเป็นจริงอยู่ในตอนนี้ว่า

“ใครก็ตามที่สามารถทำให้คุณโกรธได้คือเจ้านายของคุณ”

Epictetus

โชลสส์เบิร์กไม่เคยข่มขู่ ไม่เคยบอกว่าจะบุกเข้าไปจับตัว แต่เขารับฟัง เพราะทราบดีว่าเหตุการณ์ขย่ำขวัญครั้งนี้มีชีวิตของตัวประกันผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เป็นตัวแปร แม้ว่าจะไม่มีเคล็ดลับใดที่สามารถแก้ไขการขัดแย้งหรือการถกเถียงได้ทั้งหมด แต่มันก็มีกระบวนการที่ค่อย ๆ แก้ไขปัญหาไปทีละส่วน

อย่างแรกถ้ากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายไม่เห็นด้วย ลองพยายามหาคำตอบให้ได้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่ เข้าใจเหตุและแรงจูงใจ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วอีกฝ่ายมักต้องการบางอย่างจากคุณนั่นแหละ อยากให้เปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง รับรู้บางเรื่องที่เกิดขึ้น พื้นที่และเวลาของตัวเอง การยอมรับ เห็นใจกันมากขึ้นหรือการขอโทษ

หลังจากนั้นเมื่อรู้แล้วก็ลองดูว่าคุณสามารถมอบอะไรให้ได้บ้างเพื่อลดความเกรี้ยวกราดลง (ในสถานการณ์ยิงกันมีการมอบอาหาร น้ำ บุหรี่ ยาต่าง ๆ เพื่อแลกกับตัวประกัน) พยายามอย่าปฏิเสธโดยทันที แต่พยายามเบี่ยงประเด็นมาว่าสิ่งที่คุณมอบให้มีอะไรบ้าง หาจุดที่สามารถลงตัวได้

ต่อมาก็แสดงความเห็นอกเห็นใจ โดยการพูดบอกไปว่า “ผมเข้าใจนะว่าคุณกำลังโกรธ” (หรือถ้าเป็นอารมณ์อื่นก็ใส่ไปตรงนี้ได้เลย เข้าใจนะว่ากำลังเศร้า กำลังผิดหวัง ฯลฯ)

ถ้าคุณถูกตะโกนด่าฉอด ๆ สิ่งที่คุณต้องทำคือลดความร้อนแรงของสถานการณ์ตรงนั้นให้เร็วที่สุด ในชีวิตจริงการตะโกนด่ากันไปมานั้นไม่ได้สร้างผลลัพธ์ที่ดี คำแนะนำที่ดีที่สุดคือการเดินออกมา แสดงให้เห็นว่าคุณไม่โอเคกับพฤติกรรมแบบนี้

สุดท้ายพยายามสร้างความเชื่อใจ หาบางอย่างหรือบางมุมที่คุณเห็นด้วย วางอีโก้ของคุณลงแล้วยอมรับไปก็ได้ว่าอาจมีบางอย่างที่คุณไม่รู้ สิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งพูดมาก็มีเหตุผล แม้คุณจะไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด แต่หยิบบางเรื่องที่พอคุยกันรู้เรื่องมาสร้างสะพานเพื่อเชื่อมหากันได้ ดับไฟให้ได้ก่อน หลังจากนั้นค่อย ๆ คุยกันด้วยเหตุผล จำไว้ว่าการใช้ไฟเพื่อดับไฟมักจบไม่ค่อยสวยสักเท่าไหร่

เข้าใจเหตุและแรงจูงใจ -> หาจุดที่เห็นตรงกัน -> แสดงความเข้าใจถึงอารมณ์ -> สร้างความเชื่อใจ

ลองใช้กันดูเผื่อมีประโยชน์ครับ เพราะเราอาจแพ้ศึก แต่ชนะสงครามได้

====

อ้างอิง

https://en.wikipedia.org/wiki/1973_New_York_City_hostage_incident

https://www.mentalhelp.net/anger/physiology/

https://medium.com/mind-cafe/4-lessons-in-persuasion-from-hostage-negotiators-c443c64b11a2

Tags:

19 มกราคม 1973Harvey Schlossbergการเจรจาบทความพัฒนาตนเองพูดยังไงให้คนอื่นฟังฮาร์วีย์ โชลสส์เบิร์กเทคนิคการเปลี่ยนใจคนอื่นเปลี่ยนใจคนอื่นโน้มน้าวคนอื่นให้เปลี่ยนใจโน้มน้าวจิตใจโสภณชวนอ่าน

Share Article

Follow Me Written By

sopons

Writer / Columnist (Salmon Books, 101.world, The Matter, Beartai, The People, a day Bulletin, CapitalRead, GQ, Billion Brands)

Other Articles

Previous

แม้ไม่ได้อย่างที่ฝัน อาจไม่แย่อย่างที่คิด : อย่าปล่อยให้ความผิดหวังทำลายตัวตนและคุณค่าของเราเอง

Next

ความน่ากลัวของความเจ็บปวดที่คุ้นเคย : ทำไมแม้อยากลาออกมากแค่ไหน แต่ก็ยังไม่มีแรงมากพอที่จะก้าวออกมาอยู่ดี

Next
September 22, 2022

ความน่ากลัวของความเจ็บปวดที่คุ้นเคย : ทำไมแม้อยากลาออกมากแค่ไหน แต่ก็ยังไม่มีแรงมากพอที่จะก้าวออกมาอยู่ดี

Previews
September 20, 2022

แม้ไม่ได้อย่างที่ฝัน อาจไม่แย่อย่างที่คิด : อย่าปล่อยให้ความผิดหวังทำลายตัวตนและคุณค่าของเราเอง

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts

สิ่งที่ควบคุม (ไม่) ได้ : ทางเลือกและสงครามที่ไม่มีวันชนะ

by sopons
October 23, 2022

20 บทเรียนจากนักจิตบำบัดที่จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น

by sopons
November 20, 2022

1 ปัจจัยที่ทำให้ความสัมพันธ์คู่รักประสบความสำเร็จ จากการศึกษาคู่รักกว่า 40,000 คู่ [part 1/2]

by sopons
November 30, 2022

อายุไม่น้อย ร้อยล้านก็ไม่มี : ใช้ชีวิตให้มี ‘ความสุข’ ยังไง ในโลกที่ใครก็ประสบความสำเร็จซะหมด

by sopons
August 7, 2022
SOPON’S BLOG

STUFF WORTH READING

© 2022, All Rights Reserved.

Quick Links

  • Contact
  • About

Category

  • Self-Improvement
  • Technology
  • Business
  • Thoughts
  • Psychology

Follow

Facebook Twitter Youtube Instagram
  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Business
    • Technology
    • Inspiration
    • Books
    • Life Style
    • Startups
    • Thoughts
    • Travel
  • About
  • Contact