มันอะไรนักหนาวะ! : การรับมือกับอาการถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้ามากเกินไป
สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่เหมือนเรานั่งรถไฟเหาะอยู่ตลอดเวลา หลายคนอาจจะวิตกกังวลกับเหตุการณ์สงคราม ตลาดหุ้น หรือข่าวอุบัติเหตุต่าง ๆ เป็นเรื่องยากที่มนุษย์โซเชียลอย่างเราจะไม่ถูกกระตุ้น หลายคนอาจจะกำลังเข้าสู่สภาวะถูกสิ่งเร้ากระตุ้นจนเกินไป และนี่คือวิธีรับมือกับมัน
เมื่อเราถูกกระตุ้นโดยความเครียดมากเกินไปสิ่งที่จะทำงานแน่ ๆ ก็คือ
- ระบบประสาทชิมพาเทติก ที่ร่างกายเตรียมให้พร้อมสำหรับความกดดันหรือเคร่งเครียด
- อาการแพนิค ที่เกิดจากความกลัว อึดอัดไม่สบายอย่างรุนแรง หลายคนอาจจะมีอาการเหงื่อออก ตัวสั่น หายใจติดขัด
ถ้าใครรู้สึกกดดันจากการถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าเหล่านี้ นี่คือกลวิธีง่าย ๆ ที่ผู้เขียนนำบางส่วนมาจากหนังสือที่ชื่อว่า The Handbook of Highly Sensitive People : ทฤษฎีของความอ่อนไหว(ง่ายเป็นพิเศษ)
- วิธีแรก มีชื่อว่า ACE
A : Avoid หลีกเลี่ยง
หากคุณสามารถประเมินสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ ก็เป็นการดีที่คุณจะไม่เอาตัวเองเข้าไปในสถานการณ์นั้น เช่น ถ้าเรากลัวผี เราก็อาจจะต้องหลีกเลี่ยงที่จะออกจากบ้านในวันฮาโลวีนเพราะจะมีคนใส่คอสตูมเต็มไปหมด
C : Control ควบคุม
หากคุณอยู่ในสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณก็อาจจะต้องวางแผนที่จะ “พัก” เพื่อให้ตัวเองสามารถควบคุมสถานการณ์ อย่างเช่น เมื่อรู้สึกไม่ดีกับงานที่กำลังทำ คุณอาจจะต้องพาตัวเองเข้าไปอยู่ในห้องน้ำหรือพักจากหน้าจอเพื่อไปเดินเล่นสักสองถึงสามนาที ก่อนจะออกมาอีกครั้ง
E : Escape หลบหนี
ถ้าคุณไม่สามารถที่จะควบคุมสิ่งแวดล้อมหรือสถานการณ์ได้ก็จงพาตัวเองหนี เช่น การออกจากงานเลี้ยงหรือเดินออกจากโรงหนังที่กำลังฉายหนังสยองขวัญที่คุณไม่สามารถดูได้ จงรับรู้ไว้ว่าสุขภาพจิตของคุณนั้นสำคัญ และคุณไม่จำเป็นต้องผลักดันตัวเองให้ไปชนกับขีดจำกัดของคุณโดยไม่จำเป็น
- การกำหนดลมหายใจ
หลายครั้งเมื่ออาการแพนิคเข้ามาประชิด คุณก็อาจจะเกิดอาการที่เรียกว่า “โรคมือจีบ หรือโรคหอบทางอารมณ์ (Hyperventilation Syndrome)” ที่จะทำให้คุณมีอาการหอบ หายใจเร็ว จนก่อให้เกิดความผิดปกติของค่าสารเคมีในเลือด อาการนี้จะสัมพันธ์กับความกดดัน ภาวะวิตกกังวล และความเครียด โดยตรง
ถ้าคุณเกิดอาการเหล่านี้วิธีหนึ่งที่ดีก็คือการหายใจในถุงกระดาษหรือถุงพลาสติกจนกว่าคุณจะหายใจเป็นปกติ
- ปลดปล่อยอารมณ์ออกมา
เมื่อครั้งที่เราเป็นเด็ก เราอาจจะปลดปล่อยอารมณ์ออกมาโดยการ้องไห้แง แต่เมื่อเราโตขึ้น เราอาจจะต้องใช้วิธีทำสมาธิ หลับตาลงแล้วตั้งตัวเองให้เป็นศูนย์กลางเพื่อคลายความอัดอั้นในใจ การกำหนดลมหายใจเข้าออกผ่าน สูดหายใจเข้าลึก ๆ และปล่อยลมหายใจออกมายาว ๆ ก็ช่วยได้มาก หรือการพูดคุยก็จะช่วยได้มาก เช่นกัน
เมื่อเราถูกรบกวนจากสิ่งเร้ามากเกินไป ผลกระทบที่ร้ายแรงจะตกอยู่ที่ต่อมหมวกไต ซึ่งจะไปส่งผลกระทบให้นอนไม่หลับ หมดไฟ น้ำหนักขึ้น ๆ ลง ๆ วิตกกังวัล เซื่องซึม และมีอาการล้าเรื้อรัง
เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณรู้สึกว่าอารมณ์หล่นทับคุณจนเริ่มหายใจไม่ออก ให้พยายามเอาใจตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นอาบน้ำ ทำสมาธิ เดินสำรวจธรรมชาติ ฟังเพลง เต้นหรือการพูดคุยกับเพื่อน ๆ