SOPON’S BLOG
“สุขมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น และสงบมากขึ้น” : เปิดประสบการณ์ ‘No Spend Year’ ของนักข่าวฟรีแลนซ์ที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยกับปี 2024 ที่ตัดค่าใช้จ่ายเหลือแค่ที่จำเป็น
November 28, 2024
ด้านมืดของ ‘บริโภคนิยม’ จากสารคดี ‘Buy Now! The Shopping Conspiracy’ มนุษย์โหมบริโภค โลกจึงกลายเป็นกองขยะ
November 27, 2024
อย่าให้สังคมกำหนดว่าเรา ‘ต้องมีอะไร’ ถึงจะมีความสุข
November 27, 2024
แม้ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายมีทุกวัน : 5 อย่างที่ต้องเตรียมพร้อมด้านการเงิน เมื่อตลาดแรงงานไม่มั่นคง
November 27, 2024
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่วางหินวันละก้อน
November 26, 2024
Facebook Twitter Youtube Instagram Medium Bootstrap
SOPON’S BLOG

Type and hit Enter to search

  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Tech
    • Business
    • Thoughts
    • Science
    • Startups
    • Lifehack
    • People
    • Travel
    • Inspiration
  • Podcast
  • About
  • Contact
  • Follow
    • Facebook
    • Twitter
    • Instagram
    • Blockdit
    • Telegram
FeaturedSelf-Improvement

แม้ไม่ได้อย่างที่ฝัน อาจไม่แย่อย่างที่คิด : อย่าปล่อยให้ความผิดหวังทำลายตัวตนและคุณค่าของเราเอง

sopons
September 20, 2022 One Min Read
355 Views
0 Comments

เชื่อว่าในการเติบโตของเราทุกคนไม่มีใครได้สิ่งที่ตัวเองต้องการทุกอย่าง แม้จะมีเป้าหมายชัดเจนและพยายามอย่างหนักมาโดยตลอด บางทีเจออุปสรรคและเส้นทางชีวิตที่เป็นเหมือนทางแยกต้องตัดสินใจ ต้องวางสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้ลงก่อนและไปทำอย่างอื่น โดยไม่มีทางรู้เลยว่าจะเป็นยังไงต่อไป

ครั้งหนึ่งผมระหว่างที่ผมฝึกงานเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่ที่บริษัท Intel ช่วงปี 4 ที่รัฐแอริโซนา ประเทศอเมริกา มีความฝันอยู่อย่างเดียวครับในตอนนั้นคือการหางานที่เขาสามารถออกวีซ่าทำงานให้ได้หลังจากเรียนจบ เพราะไม่งั้นถ้าหางานไม่ได้ภายในสามเดือนจะต้องถูกส่งกลับประเทศเพราะวีซ่าหมด

หลังจากพยายามมานานเป็นปี ทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำเพื่อให้บริษัทอยากจ้างงาน สุดท้ายพอหมดสัญญาฝึกงานหนึ่งปีเขาก็บอกว่าคุณวุฒิผมยังไม่เพียงพอ แม้จะชื่นชอบในตัวผมแต่ไม่สามารถออกวีซ่าทำงานให้ได้เพราะต้องจบปริญญาโทเป็นอย่างน้อย

ตอนนั้นเครียดมาก เทอมสุดท้ายแล้วแต่ยังหางานไม่ได้เลย กลับมาเรียนต่อโดยคิดว่า…อาจจะต้องกลับบ้านแบบนี้ซะแล้ว แต่ก็ผมก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียน สมัครงานที่ต่าง ๆ อย่างน้อยก็พยายามจนวินาทีสุดท้าย แล้วผมกลับได้สัมภาษณ์งานกับ Microsoft แล้วผ่านเข้าไปทำงานที่นั้นถึง 5 ปี ชีวิตบางทีมันก็เล่นตลกกับเราแบบนี้

ทุกคนน่าจะรู้จัก Michael Jordan นักบาสฯที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ เขาเติบโตมาโดยมี Adidas เป็นแบรนด์ในดวงใจมาโดยตลอด แต่ทำไมเขาถึงได้ไปอยู่กับ Nike หล่ะ?

ตอนที่จอร์แดนถูกดราฟต์เพื่อเข้ามาเล่นใน NBA ปี 1984 นั้น เขาเริ่มมีชื่อเสียงอยู่บ้างแล้วจากการเล่นให้ทีมมหาวิทยาลัย ซึ่งถึงตอนนี้เขายังไม่เคยใส่รองเท้าไนกี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ รองเท้าที่อยู่ในใจเขามาโดยตลอดก็คือ Adidas

ไนกี้นัดเจอกับจอร์แดนและอยากให้เขามาเป็นพรีเซนเตอร์ให้ ยอมทุ่มเงินจำนวนมาก ทั้งให้จอร์แดนนั้นเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบด้วย แต่หลังจากนั้นจอร์แดนโทรไปหา Adidas เพราะอยากทำงานกับแบรนด์ที่ตัวเองรัก ยอมลดข้อเสนอให้ด้วย ไม่ต้องเท่าไนกี้ก็ได้

ติดปัญหาอยู่ที่เดียวคือ ผู้จัดการชั้นผู้ใหญ่ของ Adidas นั้นไม่ได้คิดว่าจอร์แดนมีมูลค่าสูงเหมือนที่สื่อพยายามปั้น แถมไม่พอจอร์แดนสูงแค่ 6 ฟุต 6 นิ้ว (ประมาณ 198 CM) ซึ่งสำหรับพวกเขาแล้วดูเตี้ยจนเกินไป อยากได้นักบาสเกตบอลตำแหน่งเซนเตอร์ที่ตัวสูงกว่านี้ที่จะมาเป็นดาวดวงใหม่ของพวกเขา (อย่าง Kareem Abdul-Jabbar ที่สูงกว่า 218 cm) จอร์แดนพยายามติดต่อไปอีกครั้งแต่สุดท้ายคำตอบก็ยังเหมือนเดิม

สุดท้ายไนกี้ก็ได้ลายเซ็นของจอร์แดนไป โดยไนกี้เองก็พยายามกำหนดเงื่อนไขเพื่อลดความเสี่ยงลงโดยบอกว่าเขาต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งในสามอย่างนี้คือ ติดทีม All-Star, รองเท้าต้องขายได้ไม่ต่ำกว่า 4 ล้านเหรียญ หรือ ต้องทำให้ได้เฉลี่ย 20 แต้มต่อเกม จอร์แดนทำได้ทั้งสามอย่างและรองเท้าของเขาสร้างรายได้มากกว่า 100 ล้านเหรียญภายในปีนั้น เลยกลายเป็นว่าไนกี้และจอร์แดนก็ทำงานร่วมกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ชีวิตก็เป็นแบบนี้ ผมไม่ได้หมายความว่าตัวเองเก่งเหมือนจอร์แดนหรืออะไร เพียงแค่อยากชี้ให้เห็นว่าแม้แต่จอร์แดนที่ประสบความสำเร็จมากมายขนาดนี้ยังไม่ได้เซ็นสัญญากับแบรนด์ที่ตัวเองรัก แต่เขาก็ยังกลายเป็นนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งได้ แม้ไม่ได้อย่างที่ฝัน เส้นทางชีวิตอาจไม่แย่อย่างที่คิดก็ได้ เพียงอย่างให้ความผิดหวังนั้นมาทำลายตัวตนและคุณค่าของเราก็พอ เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำและวางใจชีวิตว่ามันจะพาเราไปยังจุดที่ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน

Tags:

featuredMichael JordanNikeความฝันทำไมควรไว้วางใจชีวิตสัญญาเรื่องราวของไมเคิล จอร์แดนแรงบันดาลใจโสภณชวนอ่าน

Share Article

Follow Me Written By

sopons

Writer / Columnist (Salmon Books, 101.world, The Matter, Beartai, The People, a day Bulletin, CapitalRead, GQ, Billion Brands)

Other Articles

Previous

5 บทเรียนจากการเป็นนักเขียนฟูลไทม์ตลอด 5 ปี : เรื่องที่ต้องเข้าใจสำหรับใครที่อยากเขียนเป็นอาชีพ

Next

อย่าใช้ไฟเพื่อดับไฟ : 4 ขั้นตอนโน้มน้าวใจเพื่อลดแรงปะทะจากนักเจรจาตัวประกัน

Next
September 21, 2022

อย่าใช้ไฟเพื่อดับไฟ : 4 ขั้นตอนโน้มน้าวใจเพื่อลดแรงปะทะจากนักเจรจาตัวประกัน

Previews
September 19, 2022

5 บทเรียนจากการเป็นนักเขียนฟูลไทม์ตลอด 5 ปี : เรื่องที่ต้องเข้าใจสำหรับใครที่อยากเขียนเป็นอาชีพ

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts

4 อย่างในชีวิตที่เสียเวลาที่สุด : นอกจากจะเสียเวลาแล้ว ยังเสียพลังชีวิตไปด้วยอีกต่างหาก

by sopons
November 4, 2022

จำกัดสิ่งสำคัญที่สุด 3 อย่างต่อวัน : เทคนิคลดความยุ่งเหยิงในชีวิต ให้กลับมามีโฟกัสอีกครั้ง

by sopons
August 9, 2022

ใช้ชีวิตเหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง : พลังของการคาดการณ์ความเสียดาย ที่ช่วยผลักให้เราเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

by sopons
October 25, 2022

ตัวคุณคือศัตรู : เมื่ออีโก้จากความสำเร็จมันโตเกินตัว

by sopons
November 14, 2022
SOPON’S BLOG

STUFF WORTH READING

© 2022, All Rights Reserved.

Quick Links

  • Contact
  • About

Category

  • Self-Improvement
  • Technology
  • Business
  • Thoughts
  • Psychology

Follow

Facebook Twitter Youtube Instagram
  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Business
    • Technology
    • Inspiration
    • Books
    • Life Style
    • Startups
    • Thoughts
    • Travel
  • About
  • Contact