“80% ของคนที่ตั้งเป้าหมายปีใหม่ หรือ New Year’s Resolutions ทำไม่สำเร็จ” นี่คือสถิติที่ถูกเก็บโดยเว็บไซต์ researchgate.net ซึ่งถามว่าแปลกใจไหม? ตอบตามตรงก็ไม่ค่อยสักเท่าไหร่ เพราะผมเองก็เป็นหนึ่งใน 80% นั้น เป้าหมายที่เมื่อก่อนจะตั้งเป็นสิบๆข้อ เพราะหวังว่าจะทำได้บางส่วนก็ยังดี พอโตขึ้นมาหน่อยก็ลดลงเรื่อยๆเหลือประมาณ 3-4 ข้อต่อปีเท่านั้นเพื่อโฟกัสพลังงานและทุ่มเทให้กับเป้าหมายเหล่านั้นจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม แม้จะมีเพียง 3-4 ข้อ ก็ยังเก็บได้บ้างไม่ได้บ้าง กี่ครั้งที่มีคนถามว่า “ชีวิตเป็นไงบ้างช่วงนี้” ผมไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองตอบว่า “ยุ่งสุดๆเลยครับช่วงนี้” จนมีน้องคนหนึ่งถามว่า “ชีวิตพี่นี่ยุ่งตลอดเลยเนอะ” แล้วผมก็ฉุกคิด “เออวะ…กูยุ่งกับอะไรวะ?” ทำไมมันรู้สึกเหนื่อยจัง ผมเชื่อว่าหลายคนอาจจะเป็นเหมือนกัน, รู้สึกเหนื่อย ล้า และบางครั้งก็ผิดหวังกับตัวเองที่จัดการกับงานและความรับผิดชอบยังไม่ดีพอ และลึกลงไปในจิตใจแล้วสิ่งเหล่านี้แทบจะกลืนกินเวลาทุกวินาทีที่ผมตื่นเลยก็ว่าได้ และนั้นไม่ได้เป็นเป้าหมายในชีวิตของผมเลย ผมไม่เคยตั้งเป้าหมายปีใหม่ไว้เลยว่า “อยากยุ่งจนไม่มีเวลา” ไม่เคยเลย ซึ่งผมก็เจอเทคนิคหนึ่งที่น่าสนใจของ Romi Neustadt นักพูด นักธุรกิจ และ เจ้าของหนังสือ “You can have it all. Just […]
ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่ใช้ชีวิตอยู่เหมือนคนส่วนใหญ่ในโลกปัจจุบัน สิ่งที่ทุกคนแทบต้องเจอคือมีอะไรให้ทำมากมายแต่เวลามีไม่มากพอ และคุณก็รู้ว่าตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องนั่งลงทำมันแล้วแต่ก็ติดนู้นติดนี้ไม่ได้ทำซะที เมื่อไหร่ก็ตามที่พยายามอยากมุ่งมั่นตั้งโฟกัส บางอย่างก็มาทำให้ออกนอกลู่นอกทางไขว้เขวอยู่เสมอ บางครั้งอาจจะเป็น notifications บนสมาร์ทโฟน ข้อความจากเพื่อนชวนไปแฮงค์เอาท์ บางทีอาจจะเป็นกองเสื้อผ้าที่พูนสูงขึ้นอยู่มุมห้องต้องเอาไปซัก ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้คือสิ่งรบกวนที่ทำให้เสียสมาธิ และมันเป็นตัวขัดขวางที่จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายที่อยากทำตั้งแต่แรก การไม่สามารถโฟกัสในงานที่อยู่ตรงหน้าได้เป็นพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบทางด้านลบในชีวิตอย่างมาก ทั้งส่วนตัวและงานที่รับผิดชอบ แต่เชื่อไหมครับว่าทุกคนก็เผชิญปัญหาเดียวกันนี้แหละ แต่ยังถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่มันมีทางแก้ Elie Venesky ผู้เขียนหนังสือ “Hack Your Brain” กล่าวว่า “การโฟกัสเป็นกล้ามเนื้อ และเราสามารถสร้างมันได้ หลายคนมักคิดว่าตนเองนั้นไม่มีความสามารถที่จะโฟกัสได้ และสุดท้ายมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เมื่อใดก็ตามที่เราทิ้งความคิดนี้ได้ เราก็สามารถเข้าสู่การสร้างความสามารถในการโฟกัสซึ่งปฏิบัติได้จริง” แต่เราจะต้องทำยังไงหล่ะ? หาให้เจอว่าต้องโฟกัสที่ไหน บางครั้งเรายังไม่รู้เลยว่าต้องทุ่มเทพลังงานไปโฟกัสที่ไหน มีหลายอย่างเหลือเกินที่ต้องทำในวันๆหนึ่ง บางครั้งก็ยากเหลือเกินที่จะมานั่งคัดแยกว่างานไหนต้องมาก่อนหลัง วิธีแก้ที่ง่ายและมีประสิทธิภาพมากที่สุดคือการสร้าง to-do ลิสต์ (หรือเขียนปฎิทิน) ลิสต์ไปเลยว่าวันนี้ อาทิตย์นี้ หรือเดือนนี้ต้องทำอะไรบ้าง ลิสต์ไปด้วยว่าอันไหนเป็น priority สำคัญมากน้อยแค่ไหน อาจจะใช้ตัวอักษร ABCDE เพื่อกำหนดว่างานไหนจำเป็นงานไหนรอได้ ถ้าคุณเป็นคุณแม่ ทำอาหารเย็นอาจจะเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกให้ลูกหลังจากกลับจากโรงเรียน ส่วนการซื้อถุงเท้าคู่ใหม่อาจจะยังรอได้และเลื่อนไปวันอื่น คุณพ่อถ้าให้เลือกโฟกัสระหว่างเก็บกวาดห้องเก็บของกับไปรับลูกที่โรงเรียน อย่างหลังก็ต้องสำคัญกว่าอยู่แล้ว เราสามารถนำเทคนิคนี้มาใช้ในสิ่งอื่นๆอย่างการเขียนบทความชิ้นนี้ […]