SOPON’S BLOG
“สุขมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น และสงบมากขึ้น” : เปิดประสบการณ์ ‘No Spend Year’ ของนักข่าวฟรีแลนซ์ที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยกับปี 2024 ที่ตัดค่าใช้จ่ายเหลือแค่ที่จำเป็น
November 28, 2024
ด้านมืดของ ‘บริโภคนิยม’ จากสารคดี ‘Buy Now! The Shopping Conspiracy’ มนุษย์โหมบริโภค โลกจึงกลายเป็นกองขยะ
November 27, 2024
อย่าให้สังคมกำหนดว่าเรา ‘ต้องมีอะไร’ ถึงจะมีความสุข
November 27, 2024
แม้ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายมีทุกวัน : 5 อย่างที่ต้องเตรียมพร้อมด้านการเงิน เมื่อตลาดแรงงานไม่มั่นคง
November 27, 2024
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่วางหินวันละก้อน
November 26, 2024
Facebook Twitter Youtube Instagram Medium Bootstrap
SOPON’S BLOG

Type and hit Enter to search

  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Tech
    • Business
    • Thoughts
    • Science
    • Startups
    • Lifehack
    • People
    • Travel
    • Inspiration
  • Podcast
  • About
  • Contact
  • Follow
    • Facebook
    • Twitter
    • Instagram
    • Blockdit
    • Telegram
TechThoughts

อินเตอร์เน็ตกับการหาคู่ : ความสุข ความรัก อกหัก และ กู้ดบาย

sopons
November 8, 2020 2 Mins Read
895 Views
0 Comments

มีพี่คนหนึ่งที่ผมรู้จักเขาเพิ่งแต่งงาน ครั้งหนึ่งเคยถามว่าพี่เขาเจอผู้หญิงคนนี้ยังไง? เพื่อนแนะนำมาเหรอ? เขาบอกไม่ใช่เลย เขาเป็นเพื่อนของเพื่อนที่ไม่เคยรู้จักกัน แต่ได้คุยกันเพราะเห็นรูปโปรไฟล์กันแล้วก็รู้สึกถูกชะตา เขาเลยทักทายไป ผ่านมาแล้วหลายปีหลังจากการเซย์เฮลโล่ในวันนั้น ตอนนี้พวกเขาทั้งคู่กลายเป็นสามีภรรยากันเรียบร้อย ความรักยังคงเป็นหัวใจของความสัมพันธ์สำหรับทั้งสองคน แต่เรื่องแบบนี้ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกที่คนตั้งคำถามอีกต่อไป ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นบนสายไฟเบอร์กลายเป็นธรรมดามากขึ้นทุกๆวันสำหรับคนในยุคนี้ และมันจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆอย่างแน่นอน

ในวันที่ 19 กรกฎาคม 1695 มีโฆษณาชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจปรากฏตัวขึ้นบนวารสารของเมือง London ชื่อ “Collection for the Improvement of Husbandry and Trade” ที่บอกว่า

“เขาเป็นสุภาพบุรุษที่อายุราวๆ 30 ปีและมีทรัพย์สินที่ดินมากมาย” และกำลังมองหา “สุภาพสตรีสาวๆที่มีทรัพย์สมบัติราวๆ 3 พันปอนด์”

โฆษณาแบบส่วนตัวชิ้นนั้นกลายเป็นรากฐานอันสำคัญของธุรกิจหนังสือพิมพ์ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ตอนนี้เมื่อทุกอย่างธุรกิจนั้นได้ถูกถ่ายเทไปไว้บนอินเตอร์เน็ต ทั้งเนื้อหาและโฆษณา หัวใจที่ว้าเหว่เปลี่ยวเหลาทั้งหลายนั้นก็เริ่มมีโอกาสได้เจอคู่ครองของตัวเองมากขึ้น แม้ว่าโฆษณาแบบด้านบนนั้นจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นการจดทะเบียนสมรสมากมายอะไรนัก (แค่ประมาณ 1% ของคู่สมรสในอเมริกา)​ แต่วันนี้เว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นหาคู่ออนไลน์เป็นเส้นทางที่คนพบรักกันครั้งแรกถึง 1 ใน 6 คู่ที่สุดท้ายที่แต่งงานกัน

ตั้งแต่ปี 2010 อินเตอร์เน็ตได้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ระดับชุมชน บ้านพักที่อยู่อาศัย ห้องเรียนตั้งแต่เด็กอนุบาลจนมหาวิทยาลัย สถานที่ทำงาน ในออฟฟิศและนอกออฟฟิศ แม้แต่สถานที่ทางศาสนาอย่างวัดวาอาราม โบสถ์ เหล่านี้ล้วนได้รับอิทธิพลไม่มากก็น้อย ไม่ใช่เพียงแค่ในด้านของการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้นแต่ในส่วนที่สำคัญอีกด้านหนึ่งอย่างการพบเจอคู่ครองของชีวิตอีกด้วย สถานที่ฮอตฮิตในการพบเจอคนรักอย่างร้านอาหารและคลับบาร์กำลังได้รับความนิยมน้อยลง และสำหรับกลุ่มเพศทางเลือก ความเปลี่ยนแปลงตรงนี้ยิ่งเด่นชัดมากขึ้นไปอีก อินเตอร์เน็ตคือพื้นที่พบปะแฮงค์อันสำคัญ ทั้งอำนวยความสะดวกและนำเสนอทางเลือกที่ไม่ต้องถูกใครตัดสินในสิ่งที่พวกเขาเป็น ไม่ว่าจะเพื่อช่วยคลายเหงาหรือเป็นความสัมพันธ์ระยะยาว กลุ่มเพศทางเลือกนั้นพบเจออีกฝ่ายหนึ่งกว่า 70% ออนไลน์

ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ที่ผ่านมา ทางเลือกในการหาคู่ครองนั้นมักถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มของสังคมที่ตนเองอยู่ สถานที่ กลุ่มเพื่อนของพ่อแม่ มาถึงช่วงศตวรรษที่ 19 และ 20 ข้อจำกัดเหล่านั้นก็ค่อยๆถูกลดทอนลง โดยเฉพาะทางฝั่งประเทศทางตะวันตก การจากถิ่นฐานบ้านเกิดและออกจากบ้านเพื่อไปทำงานในเมืองอื่นๆทำให้สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนไป สังคมเมืองและผู้คนที่อยู่ในนั้นก็มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน แต่ในขณะเดียวกันที่ทางเลือกเพิ่มมากขึ้นก็นำมาซึ่งความลำบากที่คาดไม่ถึง : เราจะรู้ได้ยังไงว่าใครที่สนใจหรือไม่สนใจเรา และเขาจะรู้ไหมว่าเราสนใจเขาอยู่?

ในปี 1995 ประมาณหนึ่งปีหลังจากที่ Netscape เปิดตัว (ยังจำกันได้ไหมครับ?) มันเป็นเว็บเบราเซอร์ยุคแรกๆที่ถูกใช้งานอย่างกว้างขวาง เว็บไซต์ชื่อ match.com ได้พยายามหาคำตอบด้านบนมาให้กับผู้ใช้งาน บริษัทเทคโนโลยีที่เริ่มต้นในเมือง San Francisco ได้รับการยอมรับโดยกลุ่มเพศทางเลือกและเหล่าเนิร์ดทั้งหลาย แต่แล้วมันก็เริ่มได้รับความนิยมและแผ่กระจายออกไปเรื่อยๆ พิสูจน์ตัวเองว่ามันช่วยสามารถช่วยคนที่กำลังมองหาความสัมพันธ์ที่มีความหมาย บางคนอาจจะจบความสัมพันธ์ที่ยาวนานอันหนึ่งมา บางคนรู้สึกประหม่าในการเจอคนอื่นข้างนอกและไม่กล้าทักทาย ออนไลน์เดทติ้งกลายเป็นเรื่องใหม่ที่คนเริ่มพูดถึงกันในเวลานั้น แต่ผู้คนส่วนมากแล้วยังมองด้วยตาข้างเดียว คิดว่ามันเป็นการหลอกลวงและไม่มีทางยั่งยืนได้

แต่บริการเหล่านี้กลับได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงปี 2010 เราเริ่มเห็นบริการเหล่านี้ขยับขยายจากแลปท็อปมาอยู่บนสมาร์ทโฟน ในปี 2013 สตาร์ทอัพอย่าง Tinder ได้ดีไซน์แอพพลิเคชั่นหาคู่ออนไลน์ด้วยไอเดียง่ายๆแต่ได้ผลอย่างน่าทึ่ง พวกเขาจะหาคนที่คุณน่าจะสนใจส่งมาให้เมื่อเปิดแอพพลิเคชั่น แล้วสิ่งที่คุณต้องทำมีแค่สองอย่าง เลื่อนซ้ายถ้า “ไม่สน” เลื่อนขวาถ้า “สนใจ” เพียงเท่านั้น เมื่อทั้งสองฝ่ายเลื่อนขวาแล้วก็สามารถสื่อสารกันได้เลย มันกลายเป็นแอพพลิเคชั่นสุดฮิตแทบในทันที

บริการบนโทรศัพท์มือถือแบบนี้นำมาซึ่งความรวดเร็ว เข้าถึงตัวง่าย และกลายเป็นเรื่องปกติมากกว่ายุคก่อนๆที่ต้องนั่งพิมพ์ตอบอยู่หลังคีย์บอร์ด การหาคู่ไม่จำเป็นต้องวางแผนเพื่อพบเจอกันในอีกสองสามสัปดาห์ข้างหน้า โต้ตอบแชทคุยกันไปมาเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป มันรวดเร็วเพราะทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ตอนนี้ เวลานี้ เข้าถึงตัวตนของบุคคลเหล่านั้นได้ไม่ยาก กล้องถ่ายรูปที่ติดกับมือถือก็สามารถรับส่งรูปของทั้งสองฝ่ายไปมาได้อย่างรวดเร็ว แถมยังกลายเป็นเรื่องปกติไปซะแล้วในการเลื่อนซ้ายเลื่อนขวาในพื้นที่สาธารณะ แคปหน้าจอส่งให้เพื่อนๆดูถึงคนที่แอพพลิเคชั่นแนะนำมาให้คุณ​ จากสิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ควรทำเมื่ออยู่คนเดียวเมื่ออยู่ที่บ้าน กลายเป็นทุกที่ทุกเวลาไปซะแล้ว

It’s just the power to charm

แต่ก็อย่าเพิ่งไปเหมารวมว่าทุกประเทศและทุกกลุ่มสังคมจะปรับตัวเข้ากับการหาคู่ออนไลน์ได้เหมือนกัน แน่นอนว่ากลุ่มคนทางตะวันตกที่มีวัฒนธรรมแตกต่างจากทางทวีปเอเชียนั้นนำหน้าเราไปไกลโข โดยเฉพาะชาวอเมริกันที่พุ่งเข้าใส่อย่างไม่รีรอ แต่ชาติอื่นก็ค่อยๆตามมาไม่ไกลเท่าไหร่นัก อย่างอินเดียที่มีชื่อเสียงมาตลอดในเรื่องวัฒนธรรมของการคลุมถุงชนหาคู่ครองให้ลูกหลานก็เริ่มทยอยเห็นการใช้งานบริการเหล่านี้มากขึ้น ปีที่แล้ว matrimony.com เดินหน้าเข้าสู่ตลาดหุ้นของอินเดียเรียบร้อย ได้รับเงินลงทุนเพิ่มอีก 70 ล้านเหรียญเลยทีเดียว แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนักแต่อินเดียก็มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้างแล้ว ในประเทศไทยเองมีสถิติบ่งบอกว่า 4 ใน 10 คนเคยใช้บริการหาคู่ออนไลน์ และในกลุ่มนี้ยังบอกอีกว่าถ้าเลือกได้อยากพบคู่ครองของตนเองออนไลน์มากกว่าออฟไลน์

ในประเทศที่การแต่งงานและหาคู่ครองยังอยู่ในมือของพ่อแม่แทบ 100% อย่างประเทศจีน ในวันนี้มีแอพพลิเคชั่นสำหรับการ “casual dating” หรือการเดทแบบไม่จริงจัง แค่ต้องการหาเพื่อนเดทแต่ไม่ได้ต้องการคู่ครองที่จะกลายเป็นทองแผ่นเดียวกัน ซึ่งสิ่งนี้ไม่เคยมีมาก่อนในวัฒนธรรมของประเทศจีน Yu Wang CEO ของแอพพลิเคชั่น Tantan (สร้างขึ้นในปี 2015) ที่ตอนนี้เป็นแอพหาคู่ขนาดใหญ่ที่สุดในจีนบอกว่าเมื่อก่อนมันเคยมีอยู่เลย “ถ้าคุณเดินเข้าไปหาใครสักคนและเริ่มพูดจาในเชิงเกี้ยวพาราสี คุณจะถูกมองว่าเป็นคนเลวทันที” แต่บน Tantan “คุณไม่ต้องเปิดเผยตัวเอง ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียหน้าและไม่รู้สึกแย่ถ้าถูกปฏิเสธ” จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Tantan มีผู้ใช้งานประมาณ 20 ล้านคน และสร้างคู่รักแล้วกว่า 10 ล้านคู่ Mr.Wang กล่าวปิดท้ายว่า “นั้นเป็นผลกระทบอันยิ่งใหญ่ต่อสังคมเลยทีเดียว”

แต่น่าเสียดายที่ระดับของความสำคัญและความหมายของออนไลน์เดทติ้งนั้นยังยากที่จะวิเคราะห์หรือบอกจำนวนได้อย่างแน่นอน เพราะข้อมูลที่บ่งบอกรายละเอียดเหล่านี้ยังถูกเก็บเอาไว้โดยบริษัทผู้เป็นเจ้าของ ธุรกิจนี้ถูกประเมินมูลค่าไว้ที่ 4.6 พันล้านเหรียญทั่วโลก (ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท) เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง องค์กร Match Group (ที่ให้ดูแล Tinder) ในปีที่แล้วมีรายได้ประมาณ 1.3 พันล้านเหรียญในปี 2017 เทียบเท่ากับยอดขายถุงยางอนามัยทั้งประเทศอเมริกา Tinder มีผู้ใช้งานที่เสียค่าสมาชิกกว่า 3.8 ล้านคน (มีพนักงานเก่าและผู้ร่วมก่อตั้งหลายคนที่กำลังฟ้องร้อง Match Group ว่าตั้งใจลดมูลค่าบริษัทเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินก้อนใหญ่แก่พนักงานเหล่านั้น)

แม้ว่า Tinder ยังเป็นกระต่ายที่วิ่งนำคนอื่นๆในการแข่งขันครั้งนี้อยู่ แต่ก็มีเต่าที่พยายามวิ่งตามอยู่หลายคนอย่างเช่น Bumble ที่ถูกก่อตั้งโดยผู้ร่วมก่อตั้ง Tinder ที่ลาออกไปและผู้เล่นคนอื่นๆที่ผุดขึ้นเรื่อยๆตามมุมต่างๆของโลก แม้แต่ Facebook เองก็ร่วมวงราตรีสโมสรกับเขาเช่นเดียวกัน ผู้ใช้งานหลายคนในบริการหาคู่ออนไลน์นั้นเชื่อมโยงบัญชีกับ Facebook ของพวกเขาอยู่แล้วเพื่อยืนยันตัวตน แอพพลิเคชั่นเหล่านี้รู้ดีว่าถ้า Facebook เลือกใช้ข้อมูลเหล่านี้อย่างฉลาด ยักษ์ใหญ่ของโซเชียลมีเดียจะถือไพ่ที่ได้เปรียบในหลายๆด้าน (ถ้าลูกค้าไม่รู้สึกกังวลกับข่าวที่ข้อมูลรั่วไหลในช่วงที่ผ่านมา) และอาจจะทำให้ธุรกิจนี้คึกคักขึ้นมามากกว่าเดิมด้วย

จากข้อมูลที่มี (ส่วนมาจากแบบสอบถาม) นักสังคมวิทยาอย่าง Thomas Reuben และ Michael Rosenfeld จากมหาวิทยาลัย Stanford พบว่าการพบเจอคู่ครองออนไลน์นั้นทำให้คนที่มาพบเจอกันนั้นเข้ากันได้ดีกว่าแบบเก่า ซึ่งก็อาจจะเป็นสาเหตุมาจากการที่ตัวเลือกเยอะขึ้นด้วยเช่นกัน ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดน่าจะเป็นสำหรับคนที่มีความต้องการแบบเฉพาะเจาะจง การพบคนแบบที่ตนเองต้องการเลยในโลกออฟไลน์เป็นกิจกรรมคล้ายงมเข็มในกองฟาง อาจจะด้วยสภาวะทางจิตใจหรือสภาพร่างกายที่ไม่เอื้อต่อการออกไปไหนมาไหน การหาคู่ครองสำหรับกลุ่มเพศทางเลือกที่ปกติแล้วมีทางเลือกน้อยกว่า แถมในบางประเทศยังผิดกฏหมายและไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมรอบข้าง ก็ได้รับผลประโยชน์จากบริการเหล่านี้ที่ปลอดภัยและสะดวกมากกว่าการพบเจอคนรักข้างนอกแบบสมัยก่อน

ยังมีกลุ่มที่ชื่นชอบเซ็กซ์แบบที่พิเศษ เฉพาะเจาะจงกันลงไปในอีกระดับ ซึ่งก็มีเว็บไซต์ที่เอาไว้สำหรับคนเหล่านี้โดยเฉพาะ อาจจะหาคู่ทีละหลายๆคนในเวลาเดียวกัน เว็บไซต์ที่หาพ่อของลูกโดยไม่ต้องการให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต (คือแค่อยากได้ลูก…ไม่ใช่สามี) กลุ่มคนที่นับถือศาสนาเดียวกัน กลุ่มคนยิว คริสเตียน มุสลิม กลุ่มคนสนับสนุนโดนัล ทรัมป์​ คนที่เป็นวีแกน คนที่ชอบขับมอเตอร์ไซค์เป็นชีวิตจิตใจ คนที่เป็นเกษตกร คนที่ถูกมองว่ารูปร่างหน้าตาไม่สวยงาม ฯลฯ

แม้ว่าตัวเลขหรือสถิติที่แสดงค่าของความสุขในการเกิดขึ้นของความรักออนไลน์เหล่านี้ยังไม่มีใครรู้ว่ามากหรือน้อยแค่ไหน แต่มีค่าสถิติหนึ่งจากการวิจัยในปี 2013 ของมหาวิทยาลัย Harvard และมหาวิทยาลัย Chicago ที่แสดงให้เห็นว่าคู่ครองที่แต่งงานกันจากการพบรักกันออนไลน์นั้นมีโอกาสในการเลิกรากันน้อยกว่าและมีความพึงพอใจมากกว่าคู่ที่พบกันออฟไลน์ ซึ่งการค้นพบครั้งนี้ก็สอดคล้องกับข้อมูลของ Mr.Thomas และ Mr.Rosenfeld ที่รวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถาม “How Couples Meet and Stay Together” จากสถาบันวิจัย GfK ที่ทำแบบสอบถามทุก 2-3 ปี ที่บอกว่าคุณภาพของความสัมพันธ์ของคู่รักที่เจอกันออนไลน์นั้นดีกว่าและไม่ค่อยเลิกกันหลังจากแต่งงานกันไปแล้วหนึ่งปี อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือความสัมพันธ์ของชายหญิงที่พบกันออนไลน์นั้นไปถึงจุดที่แต่งงานสร้างครอบครัวด้วยกันเร็วกว่าที่เจอกันออฟไลน์

เหตุผลอาจจะเป็นเพราะว่าคนที่เจอกันออฟไลน์นั้นมีการดำเนินชีวิตที่คล้ายๆกัน มีเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ทำงานที่เดียวกัน อยู่ในสังคมหรือชุมชนที่เหมือนๆกัน แต่ออนไลน์พวกเขาอาจจะเจอคนที่ไม่เหมือนกันเลย แต่มีความชอบที่คล้ายคลึงกัน เราอาจจะเจอคนที่ต่างไปเลยแต่กลับรู้สึกดึงดูดและมีอะไรที่เราสนใจมากกว่า

สิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้งานออนไลน์นั้นค้นหาและอยากให้มีเหมือนกันคือความเชื่อทางศาสนา (ยอมรับเถอะว่านี่เป็นเรื่องที่ยังละเอียดอ่อนแม้ในยุคนี้) ระดับการศึกษาและอายุก็เป็นเรื่องที่คนให้ความสำคัญตามลงมา จากสถิติที่เก็บมาจากแอพพลิเคชั่นหนึ่ง ผู้ชายนั้นมักอยากส่งขอความหาผู้หญิงที่มีอายุ 18 ปีสูงที่สุดและลดต่ำลงมาเรื่อยๆตามอายุ แต่ในทางกลับกันผู้หญิงมักอยากคุยกับคนที่มีอายุมากกว่า เริ่มจาก 18 ปีและไต่ระดับไปเรื่อยๆจนถึงอายุ 50 ปีแล้วค่อยๆลดต่ำลงมา ผู้ชายที่มีจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยมักจะได้รับความสนใจมากกว่า แต่กลับกันผู้หญิงที่มีใบปริญญากลับไม่ค่อยได้รับความสนใจ หรืออย่างผิวสีและเชื้อชาติก็มีส่วนสำคัญเช่นเดียวกัน ผู้หญิงเอเชียนั้นได้รับการตอบสนองที่ดี แต่ผู้ชายเอเชียนั้นไม่ค่อยได้รับความสนใจ แตกต่างกันกับผู้ชายผิวสีที่ส่วนใหญ่แล้วมีคนสนใจ แต่ผู้หญิงผิวสีกลับไม่เป็นอย่างนั้น

I never wave bye bye

ผู้ใช้งานหลายคนแม้จะชื่นชอบกับทางเลือกที่เพิ่มมากขึ้นบนโลกออนไลน์ ตอนนี้ก็เริ่มได้รับผลกระทบในด้านลบของสิ่งเหล่านี้เช่นเดียวกัน ทางเลือกที่ไม่รู้จบสุดท้ายกลายเป็นภาระที่ต้องแบกรับเอาไว้ด้วย อย่างผู้ใช้งานชื่อ Blessing Mark ที่มีอาชีพเป็นพนักงานนวดจากไนจีเรียบอกว่าเธอใช้ Tinder ด้วยเหตุผลสองอย่าง หนึ่งคือการหาลูกค้าและสองคือหาคู่รัก สำหรับการทำการตลาดนั้น ​Tinder ถือว่าจำเป็นมาก แต่อีกด้านหนึ่งของการใช้งานกลับเริ่มไม่สวยงามเท่าไหร่ เธอบอกว่า “ฉันรู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเองเหมือนที่เคยเป็นอีกต่อไป ฉันไปทานข้าวเสร็จแล้วก็มีอะไร…แค่นั้น” โบกมือบ๊ายบาย

มีอีกหลายคนที่บอกว่าเหนื่อยล้ากับการต้องถูกลากกลับเข้าไปในลูปที่ไม่รู้จบ เจอคนที่น่าสนใจ ไปพบเจอกันแล้วก็ไม่ใช่ อาจจะคบกันไปได้สักพัก อกหักวนกลับมาที่เดิมใหม่และเริ่มกระบวนการเดิมอยู่เรื่อยๆ ความเหงาเองก็มีส่วนที่ทำให้การหาคู่ครองออนไลน์นั้นมีผลในทางลบ เพราะมันทำให้คนที่ขี้อายนั้นยิ่งคลุกตัวอยู่แต่ในที่ของตัวเอง ซึ่งแตกต่างจากสมัยก่อนที่ต้องพยายามผลักตัวเองออกมาทำกิจกรรมในสังคม อย่างการไปโบสถ์ ไปวัด ไปแฮงเอาท์กับกลุ่มเพื่อนๆ

อีกปัญหาหนึ่งที่น่าเป็นห่วงคือการไม่ถูกเลือก Mr.Wang ของ Tantan บอกว่า 5% ของผู้ชายที่ใช้งานจะไม่เจอคู่ที่ตัวเองถูกใจ ไม่ว่าจะเลื่อนขวากี่ครั้งก็ตามที เพราะจากสถิติแล้วผู้ชายชอบ 60% ของโปรไฟล์ผู้หญิงที่พวกเขาเห็น แต่อีกฝั่งหนึ่งกลับเลื่อนขวาเพียงแค่ 6% ของผู้ชายที่อยู่ในนั้น แม้ผู้หญิงที่ไม่ดึงดูดที่สุดก็ได้รับความสนใจที่ไม่ต่างกันจากฝั่งชาย แต่ด้านผู้ชายที่อยู่ด้านล่างๆกลับไม่ได้รับความสนใจเลย และเขายังกล่าวอีกว่ายังตอนนี้เขาไม่คิดว่ากลุ่มผู้ชายใน 5% นั้นจะมีอะไรมาช่วยได้เลย แต่ก็ยังต้องพยายามต่อไป โดยใช้ข้อมูลจากรูปถ่าย ข้อมูลจากโปรไฟล์ และการเลือกคู่ของผู้ชายเหล่านี้เพื่อฝึกระบบของพวกเขาให้ค้นหาคู่แบบแอคทีฟ พูดอีกอย่างหนึ่งคือไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายหนึ่งเลื่อนขวาเพื่อตอบรับความสนใจ แต่เป็นการหาคู่ที่น่าจะ “ไปกันได้” สิ่งที่เขาต้องการทำคือการใช้ข้อมูลทุกอย่างที่มีเพื่อหาแนะนำคนที่ใช่สำหรับทุกๆคนที่เป็นสมาชิก

และถ้ามันทำงานได้ดี Tantan จะได้รับประโยชน์จากตรงนี้อย่างมาก เพราะถึงแม้ว่าจำนวนผู้ใช้งานจะทำให้มีโอกาสในการพบเจออีกฝ่ายหนึ่งมากกว่า (อย่าง Facebook ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก)​ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเจอคนที่ใช่ ผู้ใช้งานหลายคนไม่ได้เฉพาะเจาะจงที่จะใช้แอพพลิเคชั่นเพียงอันเดียว ถ้าเข้าไปอยู่ตรงไหนแล้วเจอคนที่น่าสนใจอยู่เสมอ ก็อาจจะเลิกใช้อันอื่นๆไปเลยก็ได้ (แถมยังบอกเพื่อนๆด้วย)


การจับเอาสิ่งที่เข้าใจยากและเป็นส่วนที่สำคัญของชีวิตคนๆหนึ่งอย่าง “ความรัก” มายัดใส่คอมพิวเตอร์ให้คำนวณด้วยตัวเลขและข้อมูลต่างๆอาจจะเป็นเรื่องที่งี่เง่า แน่นอนว่ามันก็มีข้อจำกัดของตัวเอง แต่หลายๆครั้งสิ่งที่ดูยุ่งเหยิงในสายตาของมนุษย์ก็ถูกจัดการได้ด้วยคอมพิวเตอร์และข้อมูล ขั้นตอนคือหาข้อมูลและวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้นให้ออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ลูกค้าพอใจ ซึ่งเป็นส่วนที่บริการเหล่านี้ต้องพัฒนาให้เป็นสูตรลับเฉพาะของตัวเอง อาจจะเป็นลิสต์หนังที่ชอบใน Netflix เพลงที่ฟังบน Spotify อาจจะเป็นกีฬาที่ชอบ กิจกรรมที่ทำ บ้านเกิด ฯลฯ

ไม่ว่าข้อมูลที่จะนำไปสู่ปลายทางนั้นจะเป็นอะไร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ความรัก” ที่เกิดขึ้นระหว่างคนสองคนนั้นยังคงดำเนินต่อไป การพบกันยังคงเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้นและหนทางของพวกเขานั้นยังคงอีกยาวไกลเต็มไปด้วยความท้าทายอีกมากมาย แต่การที่อินเตอร์เน็ตทำให้หนทางที่ทั้งสองคนมาเจอกันนั้นง่ายขึ้นอีกนิด ก็คงไม่ได้เป็นเรื่องที่เลวร้ายอะไร

Tags:

datingfacebookloveonlinetinder

Share Article

Follow Me Written By

sopons

Writer / Columnist (Salmon Books, 101.world, The Matter, Beartai, The People, a day Bulletin, CapitalRead, GQ, Billion Brands)

Other Articles

Previous

จดหมายถึงลูกสาว

Next

StartYup : ปรากฏการณ์ Mimetic ทำไมเรายังไม่มีความสุขสักที

Next
November 12, 2020

StartYup : ปรากฏการณ์ Mimetic ทำไมเรายังไม่มีความสุขสักที

Previews
November 5, 2020

จดหมายถึงลูกสาว

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts

The Rise of Virtual Human Influencers : มิติใหม่ของโลกโฆษณาด้วยการใช้อินฟูลเอนเซอร์ที่เป็น ‘มนุษย์เสมือน’

by sopons
April 19, 2022

Here to help – AI อยู่นี่แล้วนะคุณลูกค้า

by sopons
October 31, 2020

อย่ากดดันให้ตัวเองแกร่งเพราะความเจ็บปวด

by sopons
November 20, 2020

ถ้า Facebook จะตายหายไปจากโลกนี้?

by sopons
October 23, 2020
SOPON’S BLOG

STUFF WORTH READING

© 2022, All Rights Reserved.

Quick Links

  • Contact
  • About

Category

  • Self-Improvement
  • Technology
  • Business
  • Thoughts
  • Psychology

Follow

Facebook Twitter Youtube Instagram
  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Business
    • Technology
    • Inspiration
    • Books
    • Life Style
    • Startups
    • Thoughts
    • Travel
  • About
  • Contact