SOPON’S BLOG
“สุขมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น และสงบมากขึ้น” : เปิดประสบการณ์ ‘No Spend Year’ ของนักข่าวฟรีแลนซ์ที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยกับปี 2024 ที่ตัดค่าใช้จ่ายเหลือแค่ที่จำเป็น
November 28, 2024
ด้านมืดของ ‘บริโภคนิยม’ จากสารคดี ‘Buy Now! The Shopping Conspiracy’ มนุษย์โหมบริโภค โลกจึงกลายเป็นกองขยะ
November 27, 2024
อย่าให้สังคมกำหนดว่าเรา ‘ต้องมีอะไร’ ถึงจะมีความสุข
November 27, 2024
แม้ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายมีทุกวัน : 5 อย่างที่ต้องเตรียมพร้อมด้านการเงิน เมื่อตลาดแรงงานไม่มั่นคง
November 27, 2024
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่วางหินวันละก้อน
November 26, 2024
Facebook Twitter Youtube Instagram Medium Bootstrap
SOPON’S BLOG

Type and hit Enter to search

  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Tech
    • Business
    • Thoughts
    • Science
    • Startups
    • Lifehack
    • People
    • Travel
    • Inspiration
  • Podcast
  • About
  • Contact
  • Follow
    • Facebook
    • Twitter
    • Instagram
    • Blockdit
    • Telegram
InspirationPeople

Make Your Own Ripple Effect

sopons
October 17, 2020 One Min Read
792 Views
0 Comments

1.

เย็นวันหนึ่งของฤดูร้อน, ชายชราเดินออกจากบ้านมาเรื่อยๆจนมาหยุดยืนอยู่บนสะพานแขวนเหนือทะเลสาบ เขายืนเหม่อมองก้อนเมฆบนท้องฟ้าแล้วทอดหายใจทิ้งหลายต่อหลายครั้ง เขาก้มลงหยิบก้อนหินขนาดพอดีมือแล้วโน้มตัวผ่านราวสะพานและปล่อยก้อนหินในมือให้ร่วงหล่นไปในทะเลสาบ หินก้อนนั้นกระทบผิวทะเลสาบแล้วจมหายไปก่อนสร้างคลื่นกระเพื่อมเป็นวงกว้างออกไปเรื่อยๆ

ตอนนั้นเองก็มีรถกระบะเคลื่อนตัวช้าๆมาบนสะพานก่อนจะจอดสนิทด้านหลังชายชราคนนั้น ด้านข้างของรถกระบะเขียนว่า “Todd’s Greenhouse Nurseries” ชายชราคนนั้นเดินเข้าไปส่องที่หน้าต่างเห็นผู้ชายอีกคนหนึ่งเอามือจับหน้าอกของตัวเอง หายใจหอบถี่ หน้าก้มติดกับพวงมาลัย ชายชราคนนั้นถามว่า “เป็นอะไรรึเปล่า?” ชายคนนั้นตอบว่า “ผมคิดว่าโรคหัวใจกำเริบ กำลังพยายามขับรถไปโรง” ชายชราคนนั้นรีบกล่าวต่อว่า “เดี๋ยวผมขับไปส่งให้ สภาพแบบนี้จะไปยังไง โรงพยาบาลอยู่ไกลเป็นสิบโลเลย” ชายที่พวงมาลัยพึมพำ “ขอบคุณมากครับ ผมชื่อ Jack Todd เป็นพ่อม่าย พอดีที่สวนผตอนนี้คนงานกลับบ้านกันหมดแล้ว เลยต้องขับรถมาเอง ขอบคุณจริงๆครับ” ชายชราคนนั้นพยักหน้ารับแล้วรีบขับรถพา

โชคดีที่ Jack ไปถึงมือคุณหมอทันเวลา ถ้ามาช้ากว่านี้ไม่กี่นาทีคงไม่รอด ชายชราคนนั้นนั่งรอที่ห้องพักของโรงพยาบาลทั้งคืนเพื่อให้ชัวร์ว่ามีญาติหรือคนรู้จักของ Jack มาดูแลเขาต่อ เพราะเขาเข้าใจดีว่าการอยู่คนเดียวโดยไม่มีเพื่อนหรือครอบครัวเคียงข้างมันเปล่าเปลี่ยวขนาดไหน เขาเองก็เป็นพ่อม่ายและอาศัยอยู่ด้วยตัวเองตั้งแต่ภรรยาเขาเสียชีวิตไปเมื่อหลายเดือนก่อน

อาทิตย์หนึ่งผ่านไป อาการของ Jack ดีขึ้นเรื่อยๆและพนักงานหลายคนมาเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล ชายชราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อ Jack เห็นชายชราคนนั้นก็กวักมือเรียกให้เขาเข้ามาใกล้ๆที่เตียงพร้อมเอื้อมมือมาจับมือของเขาแล้วพูดว่า “ชายคนนี้ได้ช่วยชีวิตผมเอาไว้ แม้ว่าเราจะไม่เคยรู้จักกันเลย ผมอยากบอกให้คุณรู้ว่า สิ่งที่คุณทำนั้นได้สร้างแรงกระเพื่อมไปกระทบกับชีวิตของเราทุกคนในห้องนี้ การช่วยชีวิตผม คุณได้ช่วยธุรกิจของผมไม่ให้ล้ม และการที่ธุรกิจของผมยังอยู่รอด คุณก็ได้ช่วยอีกสามสิบกว่าครอบครัวที่ต้องทำงานที่นี่ พวกเราทุกคนเป็นหนี้คุณอย่างมหาศาล”

ทุกสายตาจ้องมองมาที่ชายชราคนนั้น เขาน้ำตารื้นเอ่อ มีรอยยิ้มเล็กๆปรากฎขึ้นมา เขานั่งลงข้างๆเตียงของ Jack แล้วพูดเบาๆว่า “ผมมีเรื่องอยากบอกคุณเช่นกัน คุณต่างหากที่ช่วยชีวิตผม ก่อนที่รถคุณมาจอด ผมตัดสินใจว่าจะกระโดดลงจากสะพานนั้นเรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้อย่างที่คุณบอก ชีวิตของเราทุกคนมีความหมายเสมอ ไม่ใชแค่สำหรับตัวเราเท่านั้นแต่สำหรับคนรอบๆด้วย มันเป็นเหมือนแรงกระเพื่อมจริงๆนั้นแหละ”

2.

เกือบสามปีแล้วที่ผมได้ทำธุรกิจบริการเมสเซนเจอร์ในเชียงใหม่ชื่อ Busy Rabbit มันเติบโตขึ้นมาทีละเล็กละน้อย จากที่มีพนักงานสองสามคน ตอนนี้มีสิบกว่าชีวิตที่บริษัทแห่งนี้เป็นแหล่งงานและสร้างรายได้ให้กับอีกหลายสิบชีวิตในครอบครัวของพนักงานทุกคน

ช่วงที่ผ่านมานั้นเชื่อได้ว่าทุกภาคส่วนนั้นได้รับผลกระทบจากไวรัส Covid-19 ไม่มากก็น้อยทั้งทางตรงและทางอ้อม มันเป็นแรงกระเพื่อมที่กระทบกับทุกสิ่งทุกอย่างเลยทีเดียว ซึ่งบริษัทของผมเองก็ไม่ต่างกัน ในเมื่องานของเราเกินกว่าครึ่งมาจากลูกค้ากลุ่มที่เป็นบริษัทห้างร้านซึ่งเป็นลูกค้าประจำและเติบโตแบบปากต่อปาก ลูกค้าปลีกก็มีบ้างประปรายแต่เป็นกลุ่มที่คาดหวังเรื่องรายได้ยากเพราะมาเร็วไปเร็ว เพราะฉะนั้นการปิดเมืองไม่ให้ธุรกิจทำกิจการต่างๆและการหายไปของนักท่องเที่ยวในเชียงใหม่นั้นจึงกระทบค่อนข้างเยอะในช่วงประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา รายได้หายไปมากกว่าครึ่งจากที่เคยได้ในทุกๆวัน

โชคยังดีที่มีกลุ่มลูกค้าปลีกที่มาใช้บริการบ้างเป็นครั้งคราว ทำให้การยังพอมีเงินมาจุนเจือบริษัทและพนักงานที่ยังอยู่ ผมตัดสินใจตัดเงินเดือนตัวเองออกทั้งหมดทันทีเพื่อการันตีว่าพนักงานของบริษัทจะได้รับเงินเดือนครบกันทุกคนและยังไม่มีมาตรการปลดพนักงานออกแต่อย่างใด ผมมักจะบอกน้องๆในทีมเป็นประจำว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากและผมก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทุกวันพยายามทำทุกอย่างที่ทำได้ สร้างไอเดียใหม่ๆ หาช่องทางโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ ไปเชื่อมต่อกับธุรกิจอื่นๆในพื้นที่ หรือแม้แต่ไปหาอาหารหรือขนมมาขายบนเพจบริษัทเพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับน้องๆพนักงานด้วย, คือทำทุกอย่างจริงๆให้บริษัทอยู่รอด ให้น้องๆทุกคนอยู่รอด

3.

เมื่อเช้ามีน้องในทีมคนหนึ่งทักมาถาม

“ช่วงนี้งานไม่แน่นเหมือนเมื่อก่อน ลูกพี่จะขาดทุนไหมครับ?”

ในห้วงจังหวะนั้นมีความคิดอยู่สองอย่างคือไม่แน่ใจว่าน้องมีปัญหาอะไรอยู่รึเปล่าและสองคือผมจะช่วยน้องได้ยังไงบ้าง ผมพิมพ์ตอบกลับไปว่า

“แน่นอนครับ แต่ก็ควักเนื้อตัวเองจ่ายไป หาอะไรใหม่ๆทำ ขายนู้นนี้ จนรอแพลตฟอร์มเสร็จแล้วก็ให้ร้านค้าใช้เยอะขึ้นเพื่อเลี้ยงพนักงาน”

น้องบอกว่า “หักส่วนแบ่งของผมน้อยลงก็ได้นะครับ”

ผมตอบกลับไปว่า “ไม่เป็นไรครับ น้องต้องอยู่ได้ พี่ถึงจะอยู่ได้ ถ้าน้องอยู่ไม่ได้ พี่ไม่มีน้อง พี่ก็อยู่ไม่ได้”

หัวที่ไม่มีแขนขา, ก็ทำอะไรได้ไม่มากนัก

4.

บริษัทเล็กๆแห่งนี้คอยช่วยเป็นธุระให้กับลูกค้า ทำนู้นทำนี่ เดินเรื่องเอกสาร ซื้อของเข้าออฟฟิศ ซื้ออาหาร งานเซอร์ไพรส์วันเกิด วางเช็ค จ่ายบิลและต่างๆมากมาย มันทำให้คนที่มาใช้บริการนั้นมีชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้นในชีวิตประจำวัน อย่างที่บอกว่าก่อนหน้านี้ก็เติบโตมาได้เป็นอย่างดี

การมาสะดุดเพราะธุรกิจทุกอย่างชะงักหมดในช่วง Covid-19 ก็เป็นบทเรียนที่ดีสำหรับพวกบริษัทของเรา อย่างแรกเลยคือมันสอนให้รู้ว่าต่อจากนี้เราต้องกระจายและขยายกลุ่มลูกค้าให้หลากหลายมากยิ่งขึ้นเผื่อความเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างที่ไม่คาดคิด อย่างที่สองคือในช่วงเวลาที่ลำบากแบบนี้เราจะได้เห็นความงดงามของจิตใจเพื่อนมนุษย์และคนในทีมว่าจะช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรคนี้ไปด้วยกันไหม

สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อก็คือว่าเรากำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้แก่กันในทีม เป็นการเสริมความมั่นใจว่าทุกคนจะช่วยกันแม้ว่าในช่วงเวลาที่ลำบาก มันเกิดจากแรงกระเพื่อมเล็กๆที่ทุกๆคนช่วยกันลงมือทำ ผมทำตรงนี้ น้องทำตรงนั้น คนละไม้คนละมือซึ่งจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนให้เราขยับไปข้างหน้าได้

อย่างหนึ่งที่ผมคาดก็คือว่าหลังจากนี้เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น ทุกอย่างเริ่มกลับมาเดินอีกครั้ง ธุรกิจต่างๆกลับมาให้บริการอีกรอบ บริการของเมสเซนเจอร์จะยิ่งเป็นที่ต้องการมากยิ่งขึ้นเพราะผู้คนจะเริ่มคุ้นชินกับการใช้บริการแบบนี้และเริ่มกลับมามีรายได้กันอีกครั้งหนึ่ง การจับจ่ายใช้สอยก็จะมีมากขึ้นตามมากด้วย

สิ่งที่จำเป็นในตอนนี้คือการพยายามปรับตัวและพัฒนาสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ ทั้งในด้านของงานบริการเองและด้านของเทคโนโลยีให้รองรับความต้องการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ประสบการณ์ทำธุรกิจด้วยตัวเองมาตลอดเกือบสามปีนั้นเป็นอะไรที่หาค่ามิได้ มันยิ่งตอกย้ำความเชื่อของผมที่ว่าเราทุกคนสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จากการลงมือทำอย่างสร้างสรรค์และตอบสนองต่อโจทย์ต่างๆในชีวิตด้วยมุมมองที่เปิดกว้าง คอยหาทางออก ลองทำอะไรใหม่ๆ กลายเป็นแรงกระเพื่อมเล็กๆที่สร้างผลกระทบต่อคนรอบๆข้างและสังคมที่เราอยู่ เหมือนอย่างที่ชายชราคนนั้นบอกว่าทุกชีวิตมีความหมายเสมอ แม้ว่าเรายังไม่มีทางรู้หรอกว่าสิ่งที่เรากำลังทำนั้นจะส่งผลไปถึงใครบ้าง มันเป็นเหมือนแรงกระเพื่อมจริงๆนั้นแหละ

นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ผมตัดสินใจเริ่มเขียน UnBusyness อยากสร้างงานเขียนที่เติมพลังบวก กระตุ้นความคิด เสนอแนวทางใหม่ๆในการแก้ปัญหา สร้างแรงบันดาลใจ การใช้ชีวิตและการทำงาน อยากทำให้คอลัมน์นี้มีประโยชน์กับผู้อ่านให้ blog นี้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

มาสร้างแรงกระเพื่อมของเรากันเถอะครับ

Tags:

featuredinspirationjack toddlifestoryแรงบันดาลใจ

Share Article

Follow Me Written By

sopons

Writer / Columnist (Salmon Books, 101.world, The Matter, Beartai, The People, a day Bulletin, CapitalRead, GQ, Billion Brands)

Other Articles

Previous

Hello World – เทคนิคลดความประหม่าเมื่ออยู่ในงานปาร์ตี้

Next

5 นิสัยเศรษฐีพันล้านที่ “อย่าหาทำ”

Next
October 17, 2020

5 นิสัยเศรษฐีพันล้านที่ “อย่าหาทำ”

Previews
October 13, 2020

Hello World – เทคนิคลดความประหม่าเมื่ออยู่ในงานปาร์ตี้

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts

Robert Waldinger : ชีวิตที่ดีเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ที่ดี

by sopons
October 26, 2021

Agatha Christie : ราชินีแห่งนวนิยายอาชญากรรม

by sopons
December 14, 2021

Jonny Sun : คุณไม่ได้โดดเดี่ยวอย่างเดียวดาย

by sopons
December 21, 2021

Christine Carter : เคล็ดลับการเปลี่ยนนิสัยด้วยเวลา 1 นาที

by sopons
January 18, 2022
SOPON’S BLOG

STUFF WORTH READING

© 2022, All Rights Reserved.

Quick Links

  • Contact
  • About

Category

  • Self-Improvement
  • Technology
  • Business
  • Thoughts
  • Psychology

Follow

Facebook Twitter Youtube Instagram
  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Business
    • Technology
    • Inspiration
    • Books
    • Life Style
    • Startups
    • Thoughts
    • Travel
  • About
  • Contact