SOPON’S BLOG
“สุขมากขึ้น ร่ำรวยขึ้น และสงบมากขึ้น” : เปิดประสบการณ์ ‘No Spend Year’ ของนักข่าวฟรีแลนซ์ที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยกับปี 2024 ที่ตัดค่าใช้จ่ายเหลือแค่ที่จำเป็น
November 28, 2024
ด้านมืดของ ‘บริโภคนิยม’ จากสารคดี ‘Buy Now! The Shopping Conspiracy’ มนุษย์โหมบริโภค โลกจึงกลายเป็นกองขยะ
November 27, 2024
อย่าให้สังคมกำหนดว่าเรา ‘ต้องมีอะไร’ ถึงจะมีความสุข
November 27, 2024
แม้ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายมีทุกวัน : 5 อย่างที่ต้องเตรียมพร้อมด้านการเงิน เมื่อตลาดแรงงานไม่มั่นคง
November 27, 2024
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่วางหินวันละก้อน
November 26, 2024
Facebook Twitter Youtube Instagram Medium Bootstrap
SOPON’S BLOG

Type and hit Enter to search

  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Tech
    • Business
    • Thoughts
    • Science
    • Startups
    • Lifehack
    • People
    • Travel
    • Inspiration
  • Podcast
  • About
  • Contact
  • Follow
    • Facebook
    • Twitter
    • Instagram
    • Blockdit
    • Telegram
Interview

ปัญญาอ่อนShop : ร้านขายสินค้าของคนขี้แพ้ ที่อยากบอกว่าอ่อนแอบ้างก็ไม่เห็นเป็นไร

sopons
September 13, 2021 3 Mins Read
420 Views
0 Comments

ในยุคของตลาด E-Commerce นั้นเราสามารถหาของได้ทุกอย่างแล้ว ตั้งแต่อาหาร เสื้อผ้า ยา อุปกรณ์อิเคโทรนิคที่ไม่รู้จบ แต่ว่าวันหนึ่งต่ายก็มีโอกาสได้ไปเจอร้านขายของร้านหนึ่งบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งต้องบอกว่าพอเข้าไปในเพจก็จะรู้สึกเหมือนมีคำถามอยู่ในหัวตลอดเวลาว่า “อิหยังวะ” เกิดอะไรขึ้น นี่มันคือสินค้าอะไร อะไรเนี้ย ซื้อมาทำไม ยกตัวอย่างง่าย ๆ กิ๊ฟต้นอ่อน ที่เป็นกิ๊ฟติดผมแล้วเหมือนมีต้นอ่อนต้นไม้งอกออกมาข้างบน หรืออย่าง ผ้าห่มไก่ย่างหนังกรอบ ที่หน้าตาเหมือนอย่างชื่อบ่งบอกคือไก่ย่างหนังกรอบ ที่มาในรูปแบบของผ้าห่ม….มันคือสินค้าอิหยังวะที่คนเข้าไปก็จะขำ จะหัวเราะ ยิ้มตาม และที่สำคัญเติบโตได้อย่างดีอีกด้วย ตอนนี้มียอดไลค์เพจกว่า 8 หมื่นคนเข้าไปแล้ว

ต่ายมีโอกาสเลยขอติดต่อสัมภาษณ์ คุณ พีช-พิชชาพร ชีวินศิริวัฒน์ เจ้าของร้านนี้ที่มีอายุเพียง 27 ปีเท่านั้น ร้าน “ปัญญาอ่อน Shop” ร้านขายของเล่น ของใช้ ของจิปาถะ  ร้านนี้มองผิวเผินอาจจะเห็นว่าเป็นร้านขายของนำเข้า “กวนโอ้ย” ที่เราหาได้ทั่วไป แต่ว่าจุดเด่นของร้านนี้อยู่ที่การเขียนเรื่องราวของสินค้าที่อ่านแล้วชวนให้ยิ้ม และสินค้าที่เห็นแล้วต้องอึ้งว่าไปหามาจากไหน

  • ร้านปัญญาอ่อนเปิดขายสินค้ามาเป็นเวลา 3 ปี กำลังจะเข้าปีที่ 4

“ไม่เคยทำงานประจำเลยค่ะ”

คุณพีชเล่าให้ต่ายฟังว่าแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจของคุณพีชเกิดจากความต้องการที่จะมีค่าขนมเพิ่มบวกกับตัวเองไม่ชอบที่จะทำงานกับคนอื่น ๆ ด้วยเพราะเป็นคน Introvert เคยพยายามหางานทำออนไลน์ ลองผิดลองถูกอย่างการเปิดร้านขายเสื้อผ้า แม้จะขายดีแต่สุดท้ายก็พบว่าเหนื่อยเกินไป กำไรที่ได้ไม่คุ้มกับแรงที่เสียไปก็เลยมองหาใหม่ๆ 

ก็เลยไปไถหาสินค้าออนไลน์ จนกระทั่งไปเจอพวงกุญแจหมูสามชั้น เห็นแล้วมันตลกดี น่ารักดี เลยเอามาเปิดพรีออเดอร์บนเฟซบุ๊คส่วนตัวของตัวเอง ซึ่งโพสต์นั้นกลายเป็นไวรัลและทำให้คุณพีชมียอดออเดอร์เป็นร้อยออเดอร์ภายในคืนเดียว

“มีพี่สาวที่สนิทกับเรามากๆ เขาขายพวกสินค้านำเข้า ชุดชั้นใน เขาก็แนะนำเราว่าจะต้องทำยังไงในการดูของ เราก็ได้ไปดูตามที่เขาแนะนำเรามา เราก็กดไปดูเรื่อยๆ เรานอนไม่หลับทั้งคืนเลยจนจับได้อันนี้ออกมา ก็เลยลองเปิดขายไป วันต่อมาก็มียอดร้อยกว่าชิ้น เราก็รู้สึกว่ามันคุ้ม”

“คนที่มาสั่งก็ไม่ได้เป็นคนที่เรารู้จักซะทั้งหมด บังเอิญว่าโพสต์นั้นเป็นไวรัลในเฟซบุ๊ค ไป 1 ก็ไปอีก 10  ไป 10 ก็ไปอีก 100 โดยที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย ตอนนั้นก็มีแต่คนเชียร์ให้เราเปิดเพจเลย”

  • ปัญญาอ่อนช็อปมาจากไหน

“เกิดจากเริ่มทำกับแฟนเก่าที่เป็นคนนิสัยเหมือนกัน แล้วเราก็คิดๆจนเหลืออันนี้อันสุดท้าย คืออ่านแล้วก็เตะตา แค่นั้นเลย”

“มันเป็นของของคนขี้แพ้ ก็แต่ละอย่างที่เขาซื้อไปมันไม่มีสาระเลยอ่ะ คนที่เขารู้สึกว่าเขามีทุกอย่างแล้วหรืออะไร เขาก็ยังต้องการความสุขอยู่ดี แล้วของแบบนี้เขาจะไปซื้อที่ไหนได้ถ้าไม่ซื้อกับเรา”


“มันเป็นอะไรที่ทำให้เขารู้สึกว่าเป็นคนขี้แพ้บ้างก็ได้ ก็ตลกดี”

“กลุ่มลูกค้าก็จะเป็นทั้งวัยรุ่น วัยทำงาน คนแก่เลยก็มี ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะซื้ออะไร เขาอาจจะซื้อไปให้หลานให้ลูก — คนมีอายุเขาจะชอบซื้อตุ๊กตาหมูไม่มีขาหรือตุ๊กตาหมาที่มันตลก ๆ แต่ไม่ได้ซื้ออะไรที่มันบันเทิงกุ๊กกิ๊ก พวกนั้นจะเป็นแนวที่คนซื้อไปทำกิจกรรมในบริษัทหรือโรงเรียน”

“ที่สุดที่ขายดีจริงๆก็คือคนที่ซื้อเป็นของขวัญ เปิดมาแล้วทุกคนก็จะว้าว”

“ช่วงเดือนธันวาคม หลายๆคนเขาอาจจะเตรียมเที่ยวกัน แต่เราจะไม่ได้เที่ยวเลยค่ะเพราะงานเยอะมาก เพราะเขาจะเอาไปจับฉลาก ไปแข่งประกวดกับบริษัทว่าใครจะได้ Gift Voucher เท่านั้นเท่านี้ เขาเอาไปประกวดเขาก็จะมาบอก อย่างบางคนเขากลับมาบอก ‘พี่ผมซื้อสามร้อย ผมได้สามหมื่นอ่ะพี่ โคตรคุ้มเลย’ ตรงนี้ก็เป็นอีกความสุขหนึ่ง”

https://www.facebook.com/punyaonshop/posts/1445304252513534
  • ไอเดียในการหาของมาจากไหน?

“ความรู้สึกของการเป็นตัวเองและดูเทรนด์ค่ะ ถ้าสมมติว่าอยากให้คุณมาเลือกเอง กับเราไปเลือกก็จะได้สินค้าที่แตกต่างกัน”

“เราไม่ได้เจาะจงว่าลูกค้าที่เข้ามาแล้วจะต้องซื้อ เราเจาะจงแค่ว่าเราอยากให้คุณมามีส่วนร่วม enjoy กับสิ่งที่เราเขียน เราอยากรู้ว่าที่เราเขียนลงไปจะเป็นไวรัลได้นานแค่ไหน เหมือนเราทำการตลาด  โดยไม่ต้อง ยิงโฆษณา”

“ทำให้เป็นเหมือนเอกลักษณ์ของร้านเรา ถ้าเราเขียนลงไปแล้วเราไม่อ่านชื่อหรือเรื่องราวของมัน เราก็ไม่รู้ว่าจะเรียกมันว่าอะไร แต่ว่าถ้าเราเขียนเรื่องราวลงไป จนคนๆหนึ่งได้อ่านเรื่องราวแล้วเขาอาจจะแชร์ของเราไปเพราะว่าเขาชอบเรื่องของเราก็ได้ — เขาอาจจะไม่ได้ซื้อแต่เขาแชร์ของเรา”

  • โรคซึมเศร้าและการทำธุรกิจ

โรคซึมเศร้าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมของเราปัจจุบัน คุณพีชเองก็เป็นคนหนึ่งที่มีภาวะนี้ คุณพีชเคยให้สัมภาษณ์ใน A DAY ว่าการได้ทำธุรกิจนี้ได้ช่วยให้โรคซึมเศร้านั้นดีขึ้น 

“มันช่วยได้เยอะเลยค่ะ ถ้าได้นับเป็นเปอร์เซ็นก็ประมาณ 70% ได้เลย เพราะว่าคอนเทนต์เราตลก ลูกค้าก็ตลก ลูกค้าบางครั้งทักมาสั่งของก็เหมือนทักมาหาเพื่อน อันนั้น อันนี้มีป่ะ กี่บาท รวมตังค์มาเลย เดี๋ยวโอนให้ เราก็โอเคๆ ได้ บางทีเราก็ตามลูกค้าไม่ทัน”

“ด้วยความที่เราเป็นแม่ค้าหรือพ่อค้าถ้าเราคุยสนุก เขาก็จะอยากกลับมาซื้ออีก อีกอย่างก็เหมือนเรามีเพื่อนคุยตลอดเวลาก็จะช่วยบำบัดซึมเศร้าของเราด้วย อันนี้คือประเด็นสำคัญเลย”

“เวลาที่มีคนมาคอนเมนต์ในสิ่งที่เราทำ เราก็จะไปโฟกัสกับตรงนั้นแทน ทำให้โลกของเราไม่ได้อยู่แค่ที่เราแล้ว”

https://www.facebook.com/punyaonshop/posts/1444739579236668

คุณพีชเล่าว่าคนที่ซื้อสินค้าไปส่วนใหญ่ก็มารีวิวว่าไม่รู้ว่าซื้อไปทำไม พอมาคิดก็ยิ่งงง แต่ต่ายคิดว่าสิ่งที่คุณพีชขายอาจจะไม่ใช่ตัวสินค้า แต่เป็นความสุขเล็กๆที่ได้มาตั้งแต่อ่านเรื่องราวของสินค้า ซึ่งในตอนท้ายคุณพีชก็ได้รับความสุขนั้นกลับมาด้วย

  • แล้วมีการ Burn Out บ้างไหม?

“โดยส่วนตัวของพีชเอง พีชบำบัดมาแล้วเกือบ 5 ปี ถ้าเกี่ยวกับเรื่องงานตรงนี้เวลาที่ลูกค้าซื้อของแล้วมี Feedback ที่ไม่ดีกลับมา เราก็จะรู้สึกว่า โอเค เราต้องคุยกับลูกค้าก่อนว่ามันมีปัญหาอะไร แล้วปัญหานั้นเราจะแก้ยังไง ถ้าแก้ไม่ได้ทำยังไง ก็คือเราต้องตั้งสติก่อน ซึมเศร้าไม่ได้ทำให้งานของเราดีขึ้น ถ้าเราจะจมลงไปกับมันอีก”

“ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี เราก็ต้องดึงมันขึ้นมาสำหรับคนที่ทำแล้วเกิดวิกฤตเราก็ต้องมาดูว่าตรงนี้มันกระทบกี่เปอร์เซ็น สถานการณ์การเงิน การงานของเราแล้วเราจะดึงมันกลับมาได้ยังไง อย่างช่วงสองเดือนที่ผ่านมากระทบหนักมาก แต่ว่าพอผ่านไปประมาณ 2 อาทิตย์ เราก็ดึงขึ้นมาได้ภายใน 7 วัน ยอดเข้าถึงมีประมาณ 3 ล้านคน แต่ตรงนั้นก็บวกกับการที่ลูกค้ามาซื้อด้วย”

“ฉะนั้นแล้ว เราจะต้องไม่โฟกัสกับอะไรที่ทำให้มันตกลง เราต้องโฟกัสที่ทำยังไงให้หาย ทำยังไงให้กลับมาดี ทำยังไง —ก็ทำงาน ถ้าไม่ทำงานก็ไม่ได้ตังค์ เพราะฉะนั้นถ้าเราไปโฟกัสที่ว่ามันไม่มีทางออกแล้ว ไม่อะไรแล้ว เอาสมองไปคิดกับส่วนอื่นมันก็จะไม่สามารถทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้นได้”

“ซึมเศร้ามีผลกระทบตรงที่เขาอาจจะหลุดโฟกัสจากตรงนี้ไม่ได้ แต่ของเราดีหน่อยที่เราจะตั้งสติให้หลุดจากตรงนี้ให้ได้ ทุกวันนี้แค่เดินออกจากห้องแล้วหมาเห่าเราก็หายแล้วค่ะ จริงๆ”

  • ปัญญาอ่อนช็อปร้านที่ยังไม่มีพนักงาน

“คือจริงๆแล้วเราพึ่งขอให้เขาออกไปเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง เพราะว่าน้องๆเขาทำงานแล้วผิดพลาดเยอะ”

คุณพีชเล่าว่าในเรื่องการจัดการพนักงานของตัวเอง ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีคำถามอยู่เรื่อยๆ วิธีแก้ของคุณพีชน่าสนใจมากๆ

“ก็คือขอให้เขาแก้ไขค่ะ คุยกับเขาดีๆ ไม่ตะคอก ไม่ขึ้นเสียง ไม่ชักสีหน้า ไม่โวยวายเลย เขาทำผิดพลาดก็หักเงิน เขาทำผิดเกือบเดือนเราก็ไม่ว่าอะไรก็หักเงินเขา จนสุดท้ายมันผิดติดต่อกันอาทิตย์หนึ่งทุกวันเลย แล้วเราก็ต้องมานั่งแก้ทีหลัง เราก็เลยรู้สึกว่าทำคนเดียวยังไม่เหนื่อยขนาดนี้เลย”

“จริงๆแล้ว เรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องสภาพจิตใจของเรา ก็คือว่าพอเราเป็นซึมเศร้าแล้วเราต้องบำบัดมากๆ ประมาณปีหนึ่งเราออกไปไหนเองไม่ได้เลย ไม่มีความรู้สึกว่าปลอดภัยเลย”

“พนักงานสองคนนี้เป็นพนักงานที่เราเปิดใจให้เข้ามาทำงานด้วย เขาก็เหมือนเข้ามาทดลองงานเฉยๆ จนเรามีความรู้สึกว่า ‘พักก่อน’ เพราะเรายังไม่อยากเจอคนแปลกหน้า ทำงานกับใครยังไม่ได้ ส่วนหนึ่งที่เราไม่ทำงานประจำทั้งๆที่ที่บ้านอยากให้ทำ ก็คือเราไม่อยากเจอคนอื่น”

นี่อาจจะเป็นเพราะตัวตนของคุณพีชที่อาจจะเป็น solopreneur (นักธุรกิจที่ลงมือทำเอง) และ Introvert นิดๆ ทำให้ชอบที่จะทำธุรกิจคนเดียว แต่ตัวคุณพีชเล่าเพิ่มว่าจริงๆแล้วก็อยากจะเปิดใจให้มีคนเข้ามาทำงานด้วย 

“มันจะโตไหม เราอยากให้มันโตแต่เราก็อยากได้ลูกน้องที่ดีด้วยเพราะเราเป็นคนไม่ดุอยู่แล้ว ”

  • วิธีแบ่งเวลาและการฮีลตัวเองของคุณพีช 

“จริงๆแล้วเป็นคนไม่ค่อยออกจากบ้านนะคะ งานอดิเรกก็ดูหนัง แต่มือกดทำงาน แต่ถ้าว่างจริงโดยที่ไม่ทำอะไรเลย ก็คือวันพุธและวันอาทิตย์ เพราะว่าต้องไปโบสถ์ หรือพาหมาไปเดิน ช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่ไม่ติดโทรศัพท์เลย เพราะว่าจะเป็นช่วงที่ตอบลูกค้า”

“ช่วงเวลาการทำงานก็จะมีเวลาชีวิตที่ไม่เหมือนคนอื่นจะนอนประมาณตีสาม ตื่นประมาณสิบเอ็ดโมง จะเป็นคนใช้ชีวิตแบบนี้ ตื่นมาก็จะไปกินข้าวหน้าปากซอย กลับมาจัดการหมาแมว สี่โมงห้าโมงเย็นก็รีบไปส่งของ ก็กลับมาทำงานต่อ และคิดว่าวันต่อไปจะลงของอะไร บูสต์โพสต์ยังไง เท่าไหร่ เคลียร์สต๊อก ทำบัญชี ถ้าวันไหนไม่ลงของมันก็จะเหมือนกับว่าเราไม่เปิดร้าน”

“เราได้ทำไลน์ช็อปเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถสั่งของได้โดยที่ไม่ต้องคุยกับเรา แต่ว่าถ้าอยากคุยกับเรา เราก็เขียนตรงดีเทลตรงนั้นว่าใครอยากสั่งเพื่ออยากคุยกับเราก็สามารถมาคุยกับเราได้ ก็มีคนมาคุยกับเราก็มี”

คุณพีชเล่าให้ต่ายฟังว่าก็จะมีทั้งการใช้เทคโนโลยีของมาช่วย และแบ่งเวลาไปโบสถ์ พาหมาไปเดิน ทำให้เกิดเป็นกระบวนการทำงานที่เป็นการธุรกิจแบบใหม่

“เรามีระบบหลังบ้านที่เป็น Line Shop ก็ช่วยแบ่งเบาลูกค้าในด้านการคุยได้ แต่ในระหว่างที่เราแพคของเราก็นั่งคุยกับลูกค้า แต่ส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือการจำว่าสินค้าตัวนั้นตัวนี้เหลือไหม ถ้าไม่ชัวร์ก็ต้องรีบไปดู — เราทำจนชิน”

ภาพจากอินสตรามแกรม @laabped

“ในเวลาที่เราไม่ขับรถเราก็ตอบได้ หรือเวลาที่เราขับรถถ้ามีลูกค้าทักมา ลูกค้าก็รอได้ค่ะ เพราะว่าเราไม่ใช่คนที่ตอบลูกค้าไม่ดี ลูกค้าทักมาเราก็จะสวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ ลูกค้าก็จะแบบตอบดีอ่ะ ซื้อเลย”

“ไม่ว่าลูกค้าเขาจะยังไงมา เราก็ตอบดีๆ สุขภาพจิตเราก็จะดีด้วย ไม่ว่าจะฟาดอะไรกลับมาก็ตอบดีๆ ก็จบ”

  • พอขายดีมากๆ แน่นอนว่าต้องมีคน Copy คุณพีชจัดการยังไง

“Ignore เลยค่ะ ไม่ได้สนใจ ถ้าทำแล้วไม่มีคู่แข่งก็เท่ากับว่าเราไม่ประสบความสำเร็จ ถ้าเขาอยากทำตามเราก็เท่ากับว่าไอเดียนี้มันดี”

คุณพีชเป็นหนึ่งในแขกรับเชิญที่น่าสนใจมากๆ หลังจากที่ต่ายได้สัมภาษณ์คุณพีชมา คุณพีชเป็นแขกรับเชิญที่มีวิธีการจัดการที่เรียบง่ายและไม่ตึงจนเกินไป เช่น อย่างเวลาที่ต้องตอบแชทช่วงที่วุ่นวาย คุณพีชก็จัดการอารมณ์ตัวเองได้ดี ‘ก็ตอบดีๆไป’ หรือว่าเรื่องของคู่แข่ง

หลายงานวิจัยจะบอกว่าการมีคู่แข่งเยอะๆบางทีก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น แต่คุณพีชกลับมามีมุมมองที่แตกต่างออกไป ถ้าเขามาแข่งก็เท่ากับว่าเราเจ๋ง และคุณพีชยังเป็นคนหนึ่งที่มีเวลาว่างให้กับตัวเอง ฮีลตัวเองโดยการพาสุนัขไปเดิน เป็นการทำธุรกิจคนเดียวที่ดูมีความสุข มีตรรกะและมีวิธีการดำเนินธุรกิจที่ดี เหมือนเกิดมาเพื่อสิ่งนี้

  • ปัญญาอ่อนช็อปใน 5 ปีต่อไป

“จริงๆก่อนหน้านี้ตั้งใจจะทำ Export แต่ก็เจอโควิด จริงๆ Export ไปแล้ว 10 ประเทศ ถ้านับจริงๆ เลยทำให้ตอนนี้ธุรกิจชะงักไป เพราะว่าช่วงเวลาที่ต้องรอของก็จะนานขึ้นจาก 7 วันก็กลายเป็น 15 วัน มันนานแล้วเขาก็ไม่มั่นใจด้วยว่าถ้าไปถึงแล้วสินค้าจะปลอดเชื้อไหม เราก็เลยต้องหยุดตรงนี้ไว้ก่อน”

คุณพีชเล่าให้ฟังว่าประเทศที่มาซื้อของจากร้านที่ได้ส่งออกไปก็จะเป็นประเทศอย่างเวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ในโซนยุโรปก็จะมีเนเธอแลนด์ หรืออเมริกา โดยลูกค้าที่มาก็ไม่ได้มีแค่คนไทย 

“ลูกค้าต่างชาติก็มีมาคอนเม้นต์ และมีมารีวิวให้เราตลอด”

“อเมซอนมีของพวกนี้เยอะมาก อยู่ที่ว่าเราจะเจอมันไหม แต่บางครั้งเราก็ไม่เจอมันแต่มาเจอที่ร้านเรา พีชไม่ใช่คนเดียวในโลกที่มีนิสัยนี้และคนแบบเราก็ดึงดูดคนแบบเราไปอีก”

คุณพีชไปคัดเลือกสินค้าที่ตัวเองสนใจเพื่อมาขายให้กับลูกค้าที่มีความสนใจเหมือนกัน และคนที่มีความสนใจที่ไม่เหมือนกัน ก็ถูกดึงดูดด้วยวิธีคิดและความเป็นตัวของตัวเองของคุณพีช ซึ่งต่ายมองว่านี่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้คุณพีชประสบความสำเร็จในการทำร้านปัญญาอ่อนช็อป

  • แต่คุณพีชยังไม่คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จ แล้วความสำเร็จของคุณพีชคืออะไร

“อาจจะเป็นการได้อยู่บ้านเลี้ยงหมาและมีความสุข การได้เล่นเกม ได้อยู่กับเพื่อน ๆ หรืออาจจะมีแฟนดี ๆ สักคนประมาณนี้มากกว่า ถ้าเป็นเรื่องงาน ถ้าเราอยากจะให้ประสบความสำเร็จจริงๆ มันยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่เราต้องทำเพื่อให้ประสบความสำเร็จ แต่สิ่งที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้ก็คือเราต้องมีความสุขก่อน”

“ถ้าหมองๆไปทำก็คงทำไม่ได้อยู่ดี”

ปัญญาอ่อนช็อปจึงไม่ใช่จุดสุดท้าย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของคุณพีช ในอนาคตอาจจะมีอะไรผุดขึ้นมา คุณพีชเล่าว่าอาจจะเป็นการที่ได้ทำแบรนด์สินค้าที่มีโรงงานผลิตของของตัวเอง มีทีมดีไซเนอร์ ที่ทำอะไรแนวๆนี้ออกมาโดยที่คนอื่นจะไม่สามารถมาเลียนแบบได้

  • ถ้ามีเด็กๆที่กำลังจะเรียนจบมาปรึกษาคุณพีชเรื่องการทำธุรกิจ คุณพีชจะแนะนำว่ายังไง

“ทุกคนที่เข้ามาถาม เราจะบอกว่าไปดูก่อนว่า ‘ตัวเองชอบอะไร’ ถ้าทำสิ่งที่เราไม่ชอบเราจะอยู่ได้ไม่นาน คำถามนี้อาจจะเป็นคำถามที่ง่าย แต่เป็นสิ่งที่ตอบยากนะคะว่าจริงๆแล้วเราชอบอะไร”

“ถ้าเราจะเลือกแล้วก็เลือกสิ่งที่ตัวเองชอบ”

การได้พูดคุยกับคุณพีชในครั้งนี้ทำให้ต่ายเซอไพร์สกับการที่คุณพีชสามารถตอบเรื่องของความที่สุดของชีวิตได้อย่างธรรมดาสามัญ อย่างความสุขของชีวิตคืออะไร คุณพีชตอบมาได้ชัดเลยว่าคือ ความสุข ความสัมพันธ์ มันไม่ใช่เรื่องของเงิน 

การทำธุรกิจแบบอเมริกาอาจจะเป็นการลงทุนฟาดกำไร การทำธุรกิจอาจเป็นการเพิ่มคุณค่า แต่ของคุณพีชคือการ “ทำตามความพึงพอใจของผู้ขายและลูกค้าอาจจะต้องมาตามเทรนด์ของเรา” คุณพีชกำลังขยายคนที่เป็นเผ่าเดียวกับตัวเอง คนส่วนใหญ่อาจจะอยากทำตามคนนั้นคนนี้ แต่คุณพีชอยากเป็นตัวของตัวเอง

“จริงๆ แล้วเราก็มีคนที่อยากเป็นนะคะ เราอยากเป็นพวกยอดมนุษย์ ซึ่งเราเป็นไม่ได้ พอเราอยากเป็นคนนั้นคนนี้ เราจะเป็นอะไรได้นอกจากแค่ของก็อป แล้วยังไงหล่ะ? ถ้าวันหนึ่งคนที่เราอยากเป็นเขาแก่ลงไป แล้วเราจะเป็นแบบไหน เราจะมีความสุขไหม เราก็ต้องเป็นตัวของตัวเอง เราชอบแบบไหนเราก็เป็นแบบนั้น”

คุณพีชปิดท้ายด้วยการบอกว่า

“สบายใจแบบไหนให้ทำตัวเองแบบนั้นประมาณนี้ดีกว่าแล้วเราจะรู้ว่าความสบายใจตรงนี้คือการเป็นตัวของตัวเอง แค่นั้นเองค่ะ”

“ก่อนหน้านี้เราซึมเศร้าและบำบัดไม่ได้เลย เพราะว่าเราเลิกกับแฟนคนเก่า จนเราต้องไปเข้าโบสถ์หลังจากนั้นคำว่าแฟนไม่สามารถบำบัดเราได้อีกเลย เรามอบความรักของเราให้กับพระเจ้าอย่างเดียว อยู่กับหมาแมวและก็งาน แค่นี้เองค่ะ”

“เคยมีคำถามทำนองว่าคุณเป็นคนที่นำเทรนด์หรือตามเทรนด์ เราไม่ได้เป็นคนที่นำหรือตามเทรนด์ แต่ถ้าเทรนด์ของคุณเลี้ยวซ้าย เทรนด์ของเราจะเลี้ยวขวา มันเลยแค่ไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง ถ้าเขาจะตามเขาก็จะแค่เบนจากขวามาซ้าย”

ช่องทางติดต่อ :
เฟซบุ๊คแฟนเพจ : https://www.facebook.com/punyaonshop
อินสตราแกรม : https://www.instagram.com/punyaonshop/

Tags:

BussinessinspirationInterviewpanyaonshopธุรกิจปัญญาอ่อนshopปัญญาอ่อนช็อปพีช-พิชชาพรพีช-พิชชาพร ชีวินศิริวัฒน์แรงบันดาลใจ

Share Article

Follow Me Written By

sopons

Writer / Columnist (Salmon Books, 101.world, The Matter, Beartai, The People, a day Bulletin, CapitalRead, GQ, Billion Brands)

Other Articles

Previous

อย่าบอกใครนะ : เหตุว่าด้วยทำไมเราถึงไม่ควรเล่าเป้าหมายของเราให้ใครฟัง

Next

ไทม์ไลน์(TIMELINE)

Next
September 15, 2021

ไทม์ไลน์(TIMELINE)

Previews
September 7, 2021

อย่าบอกใครนะ : เหตุว่าด้วยทำไมเราถึงไม่ควรเล่าเป้าหมายของเราให้ใครฟัง

Related Posts

Chez nous – Hand Craft Heart Made ร้านครัวซองท์ฝรั่งเศสสไตล์โฮมมี่ที่ใคร ๆ ก็หลงรัก

by sopons
October 9, 2021

มิ่งมิตร – “พี่โชค – พาโชค รุจิรวัฒน์” บทเรียนจาก “กาแฟอะหยังบะ” สู่ “กาแฟที่ดี เข้าถึงได้ง่าย ดื่มได้ทุกวัน” ของมิ่งมิตร

by sopons
May 17, 2021

จากเด็กเสเพลจนกลายเป็น ‘เต๋อตำยำระเบิด’

by sopons
October 23, 2021

Bunny Buns – ขนมปังของครูสอนดนตรีกับร้านอาหารที่แอบเปิดโดยที่บ้านไม่มีใครรู้

by sopons
May 28, 2021
SOPON’S BLOG

STUFF WORTH READING

© 2022, All Rights Reserved.

Quick Links

  • Contact
  • About

Category

  • Self-Improvement
  • Technology
  • Business
  • Thoughts
  • Psychology

Follow

Facebook Twitter Youtube Instagram
  • Home
  • Topics
    • Featured
    • Self-Improvement
    • Business
    • Technology
    • Inspiration
    • Books
    • Life Style
    • Startups
    • Thoughts
    • Travel
  • About
  • Contact