การกลับมาพบกันอีกครั้งของต่ายและน้องหมูแนม–วรนิตย์ ปิงเมือง กับน้องเกี๊ยก–วราวัชร์ สีหะประเสริฐ ร้านโดนัทสุดฮ๊อตย่านนิมมาน MOOH – ร้านโดนัทเล็กๆที่ง่ายต่อการตกหลุมรัก
ธุรกิจนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากแค่ความชอบ ความหลงใหล หรือแพชชั่นเท่านั้น แต่น้องเชอร์รี่ได้นำเอาเทคโนโลยีและข้อมูลต่างๆมาช่วยในการตัดสินใจตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจในวันแรกเลย
แนวคิดการตลาดมีการพัฒนาและเปลี่ยนผ่านจากเดิมมาตลอด โดยอิงการพัฒนาอุตสาหรกรรมของมนุษยชาติ โดยแนวคิดการตลาดเริ่มจากการตลาดที่มุ่งผลิตภัณฑ์ (การตลาด 1.0) ไปสู่การตลาดที่มุ่งผู้บริโภคเป็นสำคัญ (การตลาด 2.0) และก้าวสู่การตลาดที่มองมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (การตลาด 3.0) จนมาถึงการตลาดดิจิตอล 4.0 ที่เป็นเทคโนโลยีกระแสหลักภายหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 นักการตลาดต้องปรับตัวเข้าหา New Normal ซึ่งกลายมาเป็นระเบียบโลกใหม่แห่งยุค แต่ขั้นต่อไปของการตลาดคืออะไร?
ตามรายงานของบริษัทวิจัยตลาดชั้นนำ กล่าวไว้ว่าประมาณ 75% ของสินค้าอุปโภคบริโภคและผลิตภัณฑ์ขายปลีกไม่สามารถขายได้เกิน 7.5 ล้านดอลลาร์ ในช่วงปีแรกเพราะพฤติกรรมการซื้อของของผู้บริโภคที่ยากจะเปลี่ยนแปลง มันแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ใหม่มันยากที่จะเข้าสู่ตลาด Jack Trout ที่ปรึกษาการตลาดพบว่าโดยเฉลี่ยแล้วครอบครัวอเมริกันจะซื้อสินค้าเดียวกันซ้ำๆ 150 รายการ ซึ่งคิดเป็น 85% ของความต้องการในครัวเรือน ทำให้พวกเขาไม่ค่อยจะมองหาสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่
รอบนี้ต่ายไปอ่านหนังสือเรื่อง The Great Remake สู่โลกใหม่: สันติธาร เสถียรไทย และเห็นว่ามีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ “คลื่น 6D ที่ถูกเร่งโดย COVID-19”
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จมันคงพูดไม่ได้เป็นข้อเดียว แต่จริงๆแล้วผมว่าเรื่องของประสบการณ์ของลูกค้าเนี่ยมันสำคัญ
“เชียงใหม่กระดุมทอง” ซึ่งถ้าใครอยู่เชียงใหม่และตามหาอุปกรณ์ตัดเย็บเสื้อผ้าน่าจะเคยได้ยินชื่อนี้ผ่านหูบ้างหรือบางทีอาจจะเป็นลูกค้าประจำของร้านอยู่แล้วก็ได้ เพราะมันเป็นร้านขายอุปกรณ์ตัดเย็บครบวงจรทั้งปลีกและส่ง ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่ที่อยู่คู่เชียงใหม่มาอย่างยาวนานกว่า 26 ปี แล้ว
“สุขพอดี (Simply Happy)” เอาไว้ว่าจะไปนั่งคุย ร้านกาแฟที่จากภาพถ่ายแล้วไม่น่าเชื่อเลยว่าอยู่กลางใจเมืองของเชียงใหม่ ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นเขียวชะอุ่มกับร้านกาแฟสีเอิร์ทโทน น้ำตาลขาว ช่างเข้ากันได้เป็นอย่างดี แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือแนวคิดของการทำร้านกาแฟของทั้งสองท่าน ที่นอกจากจะใช้การเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติแล้ว ยังเน้นการได้พูดคุยกับลูกค้าที่มาเพื่อเรียนรู้รสกาแฟที่แต่ละคนชอบอีกด้วย
ความสำเร็จเกิดจากปัจจัยประกอบกัน มันเกิดจากการที่เก็บสะสมความจริงและพัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ ถ้าผมอีโก้เยอะๆผลลัพธ์ตอนนี้อาจจะไม่เป็นแบบนี้
ข้าวบ้านก๋ง – ทำให้ลูกกินยังไง ทำขายก็ทำอย่างงั้น.“ทำให้ลูกกินยังไง ทำขายก็ทำอย่างงั้น”. คือคำพูดที่คุณยายและก๋งบอกกับต่ายตอนที่ต่ายแวะไปกินข้าวที่ร้าน “ข้าวบ้านก๋ง” ร้านในซอยแจ่มฟ้าหลังมอชอ (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ร้านนี้เป็นร้านอาหารเปิดโล่ง แบ่งเป็นซุ้มๆ บรรยากาศสบายๆหน้าบ้านของก๋ง โดยก๋งจะเป็นคนกำกับเองในทุกขั้นตอน โดยมีคุณแม่(คุณย่า) คุณไปร์ทลูกชาย และคุณอ้นลูกสาวเป็นลูกมือช่วยในการเลือกวัตถุดิบ จัดเตรียมและลงมือผัดเอง จานต่อจาน บางครั้งก็จะมีหลานๆของก๋งมาช่วยเสิร์ฟด้วย