ในปี 1961 นักจิตวิทยาชื่อ Albert Bandura ได้ทำการทดลองอันหนึ่งที่ค่อนข้างแปลกและเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมาก โดยการทดลองนี้มีส่วนประกอบสำคัญคือเด็ก, ตุ๊กตาตัวตลกล้มลุกชื่อ Bobo และความก้าวร้าว
คมสันต์ แซ่ลี จากเด็กดอยรับจ้างเก็บส้ม สู่อันธพาลสตาร์ทอัพ ถึงยูนิคอร์นรายแรกของเมืองไทย กับเรื่องราวชีวิตนักสู้ Underdog ที่ใช้ทั้งความอึด กล้า บ้าบิ่น ฝุ่นตลบ ล้มลุกคลุกคลาน ก่อนจะมาเป็นเขาในวันนี้ ที่สามารถพาธุรกิจก้าวขึ้นสู่ Top 3 ในสงครามโลจิสติกส์ที่เดือดเลือดสาดที่สุด ตัวตนและวิธีคิดที่หล่อหลอม คมสันต์ แซ่ลี ซีอีโอแห่ง Flash Express คืออะไร นี่คือเส้นทางชีวิตของเขาที่ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนใน The Secret Sauce
ช่วงที่ผ่านมาลูกสาววัยเริ่มเข้าสู่วัยที่สามารถโต้เถียงกับพ่อแม่ได้อย่างเมามัน คือต้องบอกว่าลูกสาวไม่ใช่เป็นคนดื้อหรืออะไร เธอเป็นเด็กน่ารัก แต่ถ้าบอกให้ไปซ้าย…เธอจะไปขวา (แหนะ) บอกให้เก็บรองเท้า เธอจะหยิบออกมาวางอีกคู่ (อืมมม) บอกให้เร็วๆหน่อย เธอก็จะลีลายึกยักชักช้า (ระเบิดลงบู้มมมม) คือเธอรู้ว่าควรต้องทำอะไร แต่พอบอกให้ทำปุ๊บจะไม่ทำทันที
เร็วๆนี้ผู้เขียนพึ่งได้เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ (Webinar) ของ สสว. ในหัวข้อ “มองข้างหน้าไปด้วยกันอนาคตท่องเที่ยวเมืองเหนือในมุม Gastronomy Tourism” ในงานสัมมนาได้พูดเรื่องราวที่น่าสนใจไว้หลากหลายผ่านมุมมองของ คุณกรุณา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชียงราย, รศ.ดร.ยุทธนา พิมลศิริผล ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, คุณศิริวิมล ทิตพาณิชย์(คุณเปิ้ล) ไร่รื่นรมย์, คุณก้องวุฒิ ชัยวงศ์ขจร(เชฟก้อง) Locus By Native Food Lab และคุณจิรณรงศ์ วงศ์สุนทร (คุณหมี The Cloud) สำหรับผู้เขียนแล้วงานสัมมนานี้น่าสนใจมากเลยทีเดียวเพราะว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมอาหารในภาคเหนือ และการที่เรามองไปข้างหน้าถ้าสมมติว่าโควิดได้หายไปแล้ว ผู้ประกอบการอย่างเราๆ จะปรับตัวยังไงและสื่อจะต้องทำอย่างไรบ้าง ผู้ที่สนใจสามารถติดตามชมย้อนหลังได้ที่ ชื่อเพจ : Osmep สสว. หรือรับชมได้ทางลิ้งค์ https://fb.watch/5ZldQwxfIR/ ในส่วนของบทความนี้ต่ายจะเขียนถึงมุมมองของผู้เขียนที่มีต่อ Gastronomy Touism และเหตุผลว่าทำไมเราต้องหันกลับไปสู่ Local Gastronomy Tourism คืออะไร? […]
“เชียงใหม่กระดุมทอง” ซึ่งถ้าใครอยู่เชียงใหม่และตามหาอุปกรณ์ตัดเย็บเสื้อผ้าน่าจะเคยได้ยินชื่อนี้ผ่านหูบ้างหรือบางทีอาจจะเป็นลูกค้าประจำของร้านอยู่แล้วก็ได้ เพราะมันเป็นร้านขายอุปกรณ์ตัดเย็บครบวงจรทั้งปลีกและส่ง ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่ที่อยู่คู่เชียงใหม่มาอย่างยาวนานกว่า 26 ปี แล้ว
“สุขพอดี (Simply Happy)” เอาไว้ว่าจะไปนั่งคุย ร้านกาแฟที่จากภาพถ่ายแล้วไม่น่าเชื่อเลยว่าอยู่กลางใจเมืองของเชียงใหม่ ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นเขียวชะอุ่มกับร้านกาแฟสีเอิร์ทโทน น้ำตาลขาว ช่างเข้ากันได้เป็นอย่างดี แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือแนวคิดของการทำร้านกาแฟของทั้งสองท่าน ที่นอกจากจะใช้การเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติแล้ว ยังเน้นการได้พูดคุยกับลูกค้าที่มาเพื่อเรียนรู้รสกาแฟที่แต่ละคนชอบอีกด้วย
พอพูดถึง ‘การขายของ’ หลายคนบึนปากทันทีว่ามันเป็นงานที่ไม่อยากมีคนทำ มันเป็นงานที่ยากลำบาก ต้องคอยไปง้อให้ลูกค้ามาซื้อของ หลายคนถึงขั้นบอกเลยว่าถ้าให้ขายของจะไม่อยากทำเด็ดขาดเพราะรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่มีเกียรติ ถึงขั้นเรียกว่าไปขอเขากินเลยก็ว่าได้ และที่จริงเป็นความคิดที่ผิดอย่างใหญ่หลวงเลยก็ว่าได้
“การรับน้อง” เป็นเรื่องที่เก่าแก่และถือว่าเป็นเรื่องคลาสสิคผู้เขียนมักเขียนถึงและมีความคิดเห็นในเรื่องนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ย้อนกลับไปเมื่อปี 2560 ขณะนั้นผู้เขียนอายุ 17 ปี พึ่งออกจากบ้านและมีศักยภาพในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆสำหรับตัวเองเป็นครั้งแรก ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาก่อน COVID-19 ทำให้เมื่อเข้าสู่การศึกษาระดับอุดมศึกษา ต้องพบเจอกับกิจกรรมรับน้องถือ ซึ่งในขณะกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมประจำคณะที่บังคับให้ทุกคนจะต้องมีประสบการณ์ ไม่ว่ากระบวนการจะยาวหรือสั้น โซตัสย่อมสร้างความทรงจำในใจของเด็กอายุ 17-18 ปีคนนั้นแน่ๆ หรือบางครั้งการรับน้องก็อาจถึงขั้นนำมาซึ่งชีวิตเหมือนที่เห็นๆกันในข่าวใหญ่ เพราะความไม่ยั่งคิดของเหล่ารุ่นพี่และเพื่อนๆ
เมื่อวันก่อน ต่ายเห็นข่าวร้านกาแฟร้านนี้บนเพจ cm108 ซึ่งพาดหัวว่าเป็นเด็กหนุ่มสองคนที่เปิดร้านขายกาแฟข้างทางเพื่อหารายได้สำหรับค่าเทอม ในใจย้อนกลับไปคิดถึงตัวเองในวัยเดียวกันสมัยที่ยังเป็นเด็กมหาวิทยาลัยตลอดทั้ง 4 ปี ต่ายก็ทำงานพาร์ทไทม์อยู่ตลอดเช่นกัน เลยรู้สึกว่าอยากมีโอกาสได้ไปนั่งคุยกับน้องๆ อย่างน้อยๆก็อยากเอาเรื่องราวของน้องทั้งสองมาเล่าให้คนอื่นฟัง เพราะไม่ใช่ทุกคนที่อายุยังไม่ยี่สิบจะกล้าออกมาทำอะไรแบบนี้ และน่าจะมีบทเรียนดีๆเป็นกำลังใจให้กับหลายๆคนในช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างตอนนี้อย่างแน่นอน
จริงๆแล้ว “ความสมบูรณ์หรือไม่มันไม่ใช่ปัญหา ปัญหามันอยู่ที่ว่าเราไม่กล้าจะลงมือเสียมากกว่า”