เมื่อประมาณปีก่อนที่โควิดเริ่มระบาดตอนแรก ๆ ต่ายกำลังพยายามมองหาตลาดเพื่อขายผลิตภัณฑ์การเกษตรจากฟาร์มถึงบ้านลูกค้าโดยตรง เพื่อนต่ายคนหนึ่งเลยแนะนำว่าให้ลองติดต่อน้องบุ๋มบิ๋ม เพราะเห็นน้องเขาชอบโพสต์ขายผักสดจากสวนในกลุ่มกาดหมั๊วซั่วแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผักที่ปลูกโดยชาวบ้านใน โครงการร้อยใจรักษ์ ที่ อ.แม่อาย ที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของ จ.เชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง เป็นอดีตพื้นที่สีแดง ทางผ่านยาเสพติด ตะเข็บชายแดนพม่า ซึ่งชาวบ้านเมื่อก่อนไม่มีทางเลือกมากนักในเรื่องของอาชีพการงาน จนมีโครงการย่อยของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงที่เอาต้นแบบของดอยตุงมาพัฒนาพื้นที่ตรงนี้ น้องบุ๋มบิ๋มเข้ามารับหน้าที่ผู้ดูแลและพัฒนาโครงการแห่งนี้ สร้างอาชีพให้กับชาวบ้านเชิงเกษตรและท่องเที่ยว โดยให้นำความรู้และแนวคิดจากหลายๆแห่งมาพัฒนาสังคม ให้มีงานที่ดีขึ้น รายได้มากขึ้น ถูกกฎหมาย และไม่ต้องพึ่งพาการค้ายาเสพติดอีกต่อไป ต่ายต้องบอกเลยว่าพอได้ยินเรื่องราวของนองบุ๋มบิ๋มก็อดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่า “ทำไม?” ทำไมถึงต้องโครงการแห่งนี้ ทำไมถึงเอาตัวเองไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูงขนาดนี้ ความฝัน ความหวัง จุดประสงค์ ความต้องการของน้องคืออะไร และนั้นคือเหตุผลว่าทำไมต่ายถึงชวนน้องมานั่งคุยกันถึงที่มาที่ไปและส่ิงที่เกิดขึ้นจนกลายมาเป็นเจ้าหน้าที่โครงการในพื้นที่ทุรกันดารแห่งนี้ได้
K-POP TTEOKBOKKI CHIANGMAI เป็นร้านอาหารเกาหลีเลื่องชื่อร้านหนึ่งที่ต่ายเชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ยิ่งถ้าเป็นกลุ่มเพื่อนที่ชอบฟังเพลง K-Pop ด้วยแล้ว คงจะพลาดร้านนี้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง
Redbox กับต่ายที่จริงแล้วเรารู้จักกันมาค่อนข้างนานแล้ว ถ้านับคือน่าจะเป็นลูกค้าคนแรกๆของต่ายเลยก็คงไม่ผิดนัก แต่ด้วยความที่ต่างคนต่างยุ่งกับการทำงานเราก็ไม่เคยได้นั่งคุยกันจริงๆจังๆสักที จนกระทั่งวันหนึ่งเราไปเจอกันทีไปสัมภาษณ์คุณจ้ำที่ร้าน Krisp แล้วบังเอิญเจอ “เชฟแดน” ชินดนัย บุญเฉลียว และ “คุณพราว” พิมพ์มาดา กรรณกุลสุนทร ที่นั้นพอดีเลยมีโอกาสได้นัดวันและคุยกันสักที
ถ้าพูดถึง “เต้าหู้ทอด” หลายคนคงจะนึกถึงเต้าหู้ที่เป็นสีเหลืองทอดกรอบๆ และมีกลิ่นถั่วแรงๆจิ้มกับซอสหวานๆแน่ๆ ในตอนเด็กต่ายก็เคยมีโอกาสได้กินเต้าหู้ประเภทนี้และไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ จนเมื่อไม่นานมานี้ต่ายได้รู้จักกับ “PIM TOFU” แล้วคำว่าเต้าหู้ทอดของต่ายก็เปลี่ยนไป เรื่องราวของเต้าหู้ทอดเจ้านี้จะเป็นยังไงลองตามไปอ่านกันครับ
คงไม่มีใครไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินชื่อของตำนานลูกชิ้นทอดเจ้านี้ “ลุงสวน ลูกชิ้นร่วมสาบาน” วันนี้ต่ายก็ได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์ลุงสวนมาครับ สุงสวนเล่าให้ต่ายฟังว่าก่อนหน้าที่จะมาขายลูกชิ้นทอด ลุงสวนเป็รอดีตคนขับรถบรรทุก ได้แฟนเป็นคนเชียงใหม่ ย้ายๆไปๆมาๆ ตอนแรกก็ขับรถสี่ล้อ จากนั้นก็มาขายไส้กรอกอีสาน แต่ขายดีเกินไปสุดท้ายเลยเปลี่ยนมาขายลูกชิ้น
โลกาภิวัตน์ทำให้โลกเชื่อมถึงกันได้ง่ายขึ้นทั้งเวลาและระยะทางก็ไม่เป็นอุปสรรคในการที่ของชิ้นหนึ่งจะไปสู่อีกที่หนึ่งหรือเนรมิตร้านค้าในประเทศไทยให้เป็นร้านค้าเกาหลี “Bora Korean Mart เชียงใหม่”
Khao-Sō-i “ข้าวซอย” ในแบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ต่ายมีโอกาสได้ไปลองที่ร้าน ซึ่งชื่อร้านข้าวซอยที่แยกตัว i ออกมาคล้ายเซตข้าวซอยของร้านที่ถูกแยกออกวางเป็นสัดส่วน หอมดอง ผักกาดดอง เส้นข้าวซอยทอด หรือแม้แต่น้ำกะทิ จัดเสิร์ฟแบบสไตล์ญี่ปุ่น วางด้วยทอปปิ้งเนื้อน่องลายพ่นไฟที่ไม่เหมือนใคร น้ำซุปที่ข้นคลั่กมาพร้อมกับรสชาติที่เข้มข้น ใครที่ชอบข้าวซอยแบบคลุกคลิกน้ำไม่ต้องมากจะฟินมากกับข้าวซอยของที่นี่ ข้าวซอยถ้วยละร้อยกว่าบาท…ขายยังไง แล้วคนเต็มร้านขายหมดตลอดตั้งแต่เปิดวันแรก เพราะอะไรถึงตัดสินใจทำแบบนั้นและความตั้งใจลึกๆคืออะไรกันแน่
ร้านราเมนเล็กๆที่ถูกสร้างขึ้นมาให้อัดแน่นไปด้วยความสุข อยากเป็นหมุดหมายหนึ่งของคนรักราเมนให้มาลองทาน ร้านราเมนที่คนที่รักราเมนสัมผัสได้ ผมอยากให้มันจริงใจ อะไรที่อยู่ในถ้วยเราจะมั่นใจได้เลยว่าเราทำมันมากับมือจริงๆ
เจ้าของธุรกิจที่ขายรถมือสองออนไลน์ด้วยการไลฟ์สด!!! ต่ายเคยเห็นคนที่ขายเสื้อผ้า ขายขนม อาหารแห้ง หรือสินค้ายิบย่อยต่างๆ แต่ไม่เคยเห็นการไลฟ์สดขายรถยนต์มือสอง มันมีคนซื้อจริงๆเหรอ ทำไมคนถึงกล้าซื้อรถออนไลน์ทั้งๆที่ไม่เคยเห็นรถด้วยซ้ำ เพราะขนาดเราเอง เราอยากซื้อรถ เราต้องไปดูแล้วดูอีก ต้องเอาเพื่อนที่รู้จักวิธีการดูรถไปด้วย ทำยังไงหล่ะ? นี่เป็นคำถามที่ต่ายมีในหัวตอนนั้น สุดท้ายสู้ความคันสมองอยากรู้ไม่ไหวเลยต้องนัดคุณมิ้นท์สัมภาษณ์กันวันนี้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน
‘เชียงใหม่’ พอเราได้ยินคำนี้เราจะนึกถึงอะไร? ‘เชียงใหม่’ พอเราได้ยินคำนี้เราจะนึกถึงอะไร? หลายคนอาจคิดถึงน้ำพริกอ่อง ไส้อั่ว หรือ แคบหมู ซึ่งเป็นอาหารประจำถิ่น หรืออาจจะคิดถึงอากาศเย็นๆ บนยอดดอยอินทนนท์ บางคนอาจจะคิดถึงวัฒนธรรมล้านนาและความเนิบช้าของผู้คน รอยยิ้มน่ารักๆ กับคำว่า “เจ้าาาา” ยาวๆ บางคนอาจจะคิดถึงร้านคาเฟ่สวยๆ กาแฟอร่อยๆ หรือหลังๆ มาอาจจะเป็นครัวซองท์ที่กำลังกลายเป็นขนมในกระแส นี่คือความสวยงามของเชียงใหม่ ตั้งแต่ต่ายจำความได้เชียงใหม่เป็นเมืองที่ครึกครื้นเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ หลากหลายภาษา ตั้งแต่ไนท์บาซาร์ยุครุ่งเรืองที่คนพลุกพล่าน กลางคืนเที่ยงคืนตีหนึ่งยังสว่างไสว จนยุคต่อมาที่บูมแถวนิมมานฯทั้งนักลงทุนต่างพื้นที่และธุรกิจต่างๆ มากมายเกิดขึ้นเต็มไปหมด เสน่ห์ของเชียงใหม่ยังคงเป็นอะไรที่น่าหลงใหลอยู่เสมอแม้จะผ่านมากี่ปีแล้วก็ตาม แต่อย่างที่เราทราบกันดีว่าตลอดสองปีที่ผ่านมานั้นเชียงใหม่ซบเซาลงไปมาก ด้วยการระบาดของโรคร้ายจนทำให้การเดินทางและท่องเที่ยวหยุดชะงัก นักท่องเที่ยวชาวไทยหายไปเกือบ 50% และนักท่องเที่ยวต่างประเทศหายไป 82% และอัตราการเข้าพักโรงแรมอยู่ที่ประมาณ 40% สิ่งที่น่าสนใจคือธุรกิจท่องเที่ยวของเชียงใหม่จะเป็นยังไงต่อ ความท้าทายของการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาเหมือนเดิม ให้กลับมาเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเหมือนเมื่อก่อนจะเป็นไปได้ไหม? วันนี้ต่ายก็มีโอกาสได้คุยกับ “คุณขิม-มนัสวัฑฒก์ ชุติมา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการโอลด์เชียงใหม่ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่” เกี่ยวกับประเด็นนี้ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับตัวธุรกิจที่อยู่มาห้าสิบปีว่าจะไปต่อยังไง “ที่นี่เมื่อก่อนจะเป็นที่รู้จักกันในเรื่องการกินข้าวแบบขันโตกหรือเรียกว่าขันโตกดินเนอร์ โดยที่นี่ถือกำเนิดขึ้นเป็นเจ้าแรกของโลก ซึ่งเปิดให้บริการมาปีนี้ก็ปีที่ 50 พอดี — ถ้าไม่เจอโควิด -19 […]