“เชียงใหม่กระดุมทอง” ซึ่งถ้าใครอยู่เชียงใหม่และตามหาอุปกรณ์ตัดเย็บเสื้อผ้าน่าจะเคยได้ยินชื่อนี้ผ่านหูบ้างหรือบางทีอาจจะเป็นลูกค้าประจำของร้านอยู่แล้วก็ได้ เพราะมันเป็นร้านขายอุปกรณ์ตัดเย็บครบวงจรทั้งปลีกและส่ง ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่ที่อยู่คู่เชียงใหม่มาอย่างยาวนานกว่า 26 ปี แล้ว
“สุขพอดี (Simply Happy)” เอาไว้ว่าจะไปนั่งคุย ร้านกาแฟที่จากภาพถ่ายแล้วไม่น่าเชื่อเลยว่าอยู่กลางใจเมืองของเชียงใหม่ ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นเขียวชะอุ่มกับร้านกาแฟสีเอิร์ทโทน น้ำตาลขาว ช่างเข้ากันได้เป็นอย่างดี แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือแนวคิดของการทำร้านกาแฟของทั้งสองท่าน ที่นอกจากจะใช้การเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติแล้ว ยังเน้นการได้พูดคุยกับลูกค้าที่มาเพื่อเรียนรู้รสกาแฟที่แต่ละคนชอบอีกด้วย
เมื่อวันก่อน ต่ายเห็นข่าวร้านกาแฟร้านนี้บนเพจ cm108 ซึ่งพาดหัวว่าเป็นเด็กหนุ่มสองคนที่เปิดร้านขายกาแฟข้างทางเพื่อหารายได้สำหรับค่าเทอม ในใจย้อนกลับไปคิดถึงตัวเองในวัยเดียวกันสมัยที่ยังเป็นเด็กมหาวิทยาลัยตลอดทั้ง 4 ปี ต่ายก็ทำงานพาร์ทไทม์อยู่ตลอดเช่นกัน เลยรู้สึกว่าอยากมีโอกาสได้ไปนั่งคุยกับน้องๆ อย่างน้อยๆก็อยากเอาเรื่องราวของน้องทั้งสองมาเล่าให้คนอื่นฟัง เพราะไม่ใช่ทุกคนที่อายุยังไม่ยี่สิบจะกล้าออกมาทำอะไรแบบนี้ และน่าจะมีบทเรียนดีๆเป็นกำลังใจให้กับหลายๆคนในช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างตอนนี้อย่างแน่นอน
คุณอ๊อฟ-รักษ์พล ชาญนาวา อดีตนักดนตรีและครูสอนดนตรี และ คุณดาว-ภรัณยา ชาญนาวา อดีตมนุษย์เงินเดือนที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ถ้าดูกันตามเนื้อเรื่องแล้วทั้งสองคนแทบจะเรียกได้ว่าห่างไกลจากความเกี่ยวข้องกับร้านอาหารเลยก็ว่าได้ แต่จู่ๆเปิดร้านอาหารเพราะอะไรกัน?
การเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวไทยพื้นบ้าน แปรรูปและปรับตัวให้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่หรือรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น นั้นคือแนวคิดของคุณ โอปอ-ภราดล พรอำนวย ที่จะพยายามจะพัฒนาข้าวพื้นบ้านไทยให้มีคุณค่าและช่วยช่วยเหลือเกษตกรในระยะยาวได้ยังไง
“อาข่า อาม่า” สำหรับคนที่ดื่มกาแฟหรือสนใจเกี่ยวกับธุรกิจกาแฟ ชื่อนี้น่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะแบรนด์ อาข่า อาม่า ถือเป็นแบรนด์ที่มีคนพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง ด้วยวิสัยทัศน์ของ “คุณลี – อายุ จือปา” ที่ต้องการทำธุรกิจเพื่อสังคมที่ตนเองเติบโตมานั้นยั่งยืนและเติบโตได้โดยผลผลิตทางด้านกาแฟนั้นเต็มไปด้วยพลัง มีความชัดเจนและส่งต่อพลังงานบางอย่างให้ใครก็ตามที่ได้ฟังเรื่องราวของเขา
ถือว่าเป็นโอกาสพิเศษเลยก็ว่าได้เพราะต่ายได้มานั่งคุยกับพี่ๆทั้งสองถึงเรื่องราวความเป็นมาของ “มิ่งมิตร” ตั้งแต่ก่อนที่จะเป็นสาขาแรกว่าต้องผ่านอะไรมาบ้าง อุปสรรคและความท้าทายที่เผชิญและก้าวผ่าน แนวคิดและวิสัยทัศน์ในการทำงานจนทำให้ “มิ่งมิตร” เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งแบบทุกวันนี้ได้
เด็กหนุ่มที่ไม่อยู่นิ่ง ล้มแล้วลุก ล้มแล้วไปต่อ อุปสรรคมาทางไหนก็พยายามปรับให้ตัวเองอยู่รอดได้ ยิมปิด ท่องเที่ยวปิด การปรับตัวแบบไร้กระบวนท่า
การระบาดของโควิดระลอก 3 ทำให้ประเทศไทยเป็นกลายเป็นอัมพาตจนถึงตอนนี้ (ซึ่งก่อนหน้านี้ก็อาการหนักเดี้ยงมาสักพักหนึ่งแล้วนะ) เชียงใหม่ถือว่าได้รับผลกระทบครั้งนี้เป็นอย่างมาก เพราะมีทั้งการตั้งเคอร์ฟิวที่ไม่ใช่เคอร์ฟิว ทั้งการสั่งปิดไม่ให้มีการนั่งที่ร้านแบบไม่มีกำหนด ทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่นั้นประสบปัญหากันถ้วนหน้า หลายแห่งต้องมีการปรับ บ้างปรับเปลี่ยนวิธีเข้าถึงลูกค้า เปลี่ยนมุมของการตลาด การออกแบบโปรโมชั่น ไปจนถึงเรื่องการปรับเปลี่ยนแนวคิดแผนธุรกิจ บางแห่งต้องหาลูกค้ากลุ่มใหม่เพื่อจะประคองธุรกิจให้อยู่รอดผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากตรงนี้ไปให้ได้
ใครอยู่เชียงใหม่จะรู้จักกลุ่มแอดมินหมี เวลาหิวจะมาหาอาหารอร่อยๆจากกลุ่มนี้เป็นอันดับแรกๆ นี่คือสัมภาษณ์แอดมินหมีที่ดูแลกลุ่มสมาชิกสามแสนคน!